Thursday, July 10, 2014

A MILLION WAYS TO DIE IN THE WEST (2014)


A MILLION WAYS TO DIE IN THE WEST
(Seth MacFarlane, 2014)

ก็ตลกตามชื่อหนังอะ มันบอกว่ามีหนทางตายได้เปนล้านแบบในโลกยุคตะวันตกแดนเถื่อน หนังก็เลยหยิบวิธีการตายหลากหลายแบบมาแสดงให้เราดู โดยทำให้กลายเปนเรื่องตลก ซึ่งก็ยอมรับว่าหลายฉากมันทำออกมาได้ตลกจริงอะไรจริง มีอยู่ฉากหนึ่งที่ดูแล้วแอบโกรธตัวเองอยู่หน่อยๆ ว่าเสือกหัวเราะออกมาได้ คือฉากคนโดนน้ำแข็งทับหัวแบะ เลือดสาดกระจาย เห็นแล้วก็โอยยยยย...จะบ้า! ยกมือปิดตาไม่ทัน เพราะมัวแต่ยกมือปิดปากหัวเราะคิกๆอยู่นั่นแหละ แบบว่ามันขำอะ ทั้งที่มันโคตรน่าหวาดเสียวและน่าสยองขวัญจะตาย หยั่งกะ Final Destination แน่ะ แต่แม่งขำว่ะ 555+ แต่คนในโรง ‘กริบ’ ไปตามๆกัน เข้าใจว่าเพราะเห็นบ่อยแล้วในโฆษณา แต่ข้าพเจ้ายังไม่เคยดูก็เลยหัวเราะซะเต็มที่ แต่ก็แอบหงุดหงิดตัวเองหน่อยๆดังที่บอกแล้ว ไม่รู้ช่วงนี้จิตใจตัวเองทำด้วยอะไรเนาะ! T__T ส่วนอีกตอนที่ปล่อยก๊ากเลย คือตอนถ่ายรูป ซึ่งน่ากลัวอะ ใครจะนึกว่าการถ่ายรูปสมัยก่อน มันจะเสี่ยงอันตรายถึงตายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเปนจริงหรือแค่เอามาทำให้ตลกเฉยๆ ^^  แต่ก็ช่วยให้รู้ว่า ทำไมคนสมัยก่อนถ่ายรูปถึงไม่ค่อยยิ้มกันเลย แถมถ้าใครยิ้มตอนถ่ายรูปจะถือว่าเปนคนบ้าด้วยซ้ำ ก็แปลกดีเหมือนกัน (อ่อ อีกอย่างที่ทำให้ฮาฝุด คือซับไตเติ้ล ช่วยให้หนังไว้ได้พอสมควร มี ‘จีนเตี๊ยะ’ ด้วยอะ ชอบเปนการส่วนตัว 555555….)

Tuesday, July 8, 2014

THE FAULT IN OUR STARS (2014)




THE FAULT IN OUR STARS
(Josh Boone, 2014)

อ่านหนังสือ 'ไม่อิน' เท่าดูหนังเลยอะ 1) เพราะหนังสือเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเด็กวัยรุ่นที่คิดอยู่ตลอดเวลา ว่ากำลังจะตายเพราะโรคมะเร็ง เพราะงั้น เรื่องการมองโลกแบบฟิลกู๊ด บลาๆ อะไรนั่น ลืมไปได้เลย! (แต่หนังก็ดูฟิลกู๊ดอยู่นะ) อีกทั้งความคิดและความรู้สึกของตัวละคร ก็เปน 'วัยรุ่น' เอามากๆ พูดง่ายๆคืออ่านแล้วรู้สึกว่าต้องเปนวัยรุ่นเท่านั้นแหละถึงจะคิดอะไรแบบนี้ได้ 2) คนเขียน-จอห์น กรีน มีการอ้างอิงเกี่ยวกับวรรณกรรมเยอะ ยกบทกลอนของนักเขียนดังๆ มาประกอบบทสนทนาและในบทบรรยายหลายครั้ง พูดกันตรงๆคืออ่านๆไปก็รู้สึก 'หมั่นไส้' ว่ามันกำลังโชว์ภูมิ ว่ากูฉลาดนะ กูรู้เรื่องทฤษฏีวรรณกรรมเยอะ ถึงกูจะเขียนเรื่องน้ำเน่า พล็อตเมโลดราม่าขนาดนี้ กูก็มีชั้นเชิงของกูอะ! ซึ่งขอยอมรับว่า "เออ! มึงเก่ง" 3) อันนี้ไม่แน่ใจว่าอาจรู้สึกไปเองคนเดียว คือภาษาในฉบับแปล ออกจะห้วนๆ แข็งกระด้าง อ่านแล้วไม่รู้สึกชอบใจเท่าไหร่ ทั้งที่ในหนังสือก็มีคำพูดเก๋ๆเยอะ หลายอันถูกนำมาใช้ในหนังด้วย ไม่แน่ใจว่าถ้าอ่านภาษาอังกฤษโดยตรง จะซาบซึ้งกว่าหรือไม่ เพราะมีเชิงอรรถในส่วนทฤษฎีวรรณกรรมเยอะ เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากคนแปลค้นคว้ามาเอง แต่ตอนอ่านก็รู้สึกอยากจะแก้ไขสำนวนให้มันเพราะพริ้งสวิงสวายขึ้นมาอีกนิด อะไรทำนองนั้น... ทั้งหมดนี้เลยทำให้ 'ไม่อิน' ไปตามหนังสือเลย