HOT BOY'S REBELLATION
(Vu Ngoc Dang, 2011)
ก็ดูเพลินๆดีนะฮะ แต่บอกเลยว่าไม่ได้ตั้งใจแสวงหามาดูเอง เผอิญเข้ายูทูปแล้วมันเปนเรื่องแรกของหมวด 'ขอแนะนำ' ก็เลยเปิดดูสักหน่อย กะว่าจะเลื่อนดูเฉพาะฉากเลิฟซีน (อิอิ) แต่ดูไปสักสิบนาที เห็นแมวสองตัวน่ารักดี ^^ เลยดูไปเรื่อยๆจนจบ และค่อยนึกออกว่า มันเคยเข้าฉายบ้านเราไปแล้วในชื่อ Lost in Paradise ไม่นึกเสียดายเล้ยที่ไม่ไปดูในโรง เพราะคิดว่าฟ้าคงลิขิตมาแล้วว่าเราจะต้องได้ดู ช้าหรือเร็วเท่านั้นแหละ แถมไม่ต้องขวนขวายไขว่คว้าให้เปลืองแรงเสียด้วย
ข้อมูลเคลมว่าเปนหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งได้ไปฉายเปิดตัวในเทศกาลหนังระดับโลกหลายแห่งเลยแหละ แต่น้องมอดดูแล้วออกจะรู้สึกว่าเปนหนังเกย์ที่น่ารักน่าชัง (เอ! ใช้คำนี้ได้ป่าวหว่า) คือประมาณว่าเปนหนังเกย์ที่ดูสะอาดสะอ้าน ฉากเลิฟซีนในหนังมีให้ดูอย่างมากก็แค่จูบปากกันนิดๆหน่อยๆ ทั้งที่เปนหนังเกี่ยวกับผู้ชายขายตัวนี่แหละ! ที่จะให้เห็นฉากประเภทขี่ม้าส่งเมืองแบบในหนังฟิลิปปินส์นั้นอย่าหวัง! (ว่าแล้วก็หาหนังฟิลิปปินส์มาดูดีก่าาาา)
ด้านเนื้อเรื่องก็ธรรมดาๆ แบ่งออกเปนสองเรื่อง เรื่องแรกว่าด้วยหนุ่มบ้านนอกหน้ามนที่หิ้วกระเป๋าเข้ากรุงไซง่อน หวังว่าจะเปนหนทางนำพาชีวิตให้รุ่งเรือง แต่กลับโดนรับน้องอย่างโหดสัส เพราะถูกสองคู่เกย์ถังแตกหลอกเอาเงินไปจนหมด ต้องไปเปนกรรมกรแบกหาม นอนพิการหมดสภาพอยู่ข้างถนน จนโชคชะตาชักนำให้เจอหนึ่งในสองคู่เกย์ตอนต้น ซึ่งก็โดนคู่ขาเชิดเงินหนีหายหัวไป ทิ้งแมวขนฟูสองตัวไว้ให้ดูต่างหน้า เลยพามาปรนนิบัติรักษาอาการบาดเจ็บ และเลยเถิดกลายเปนความรัก ก่อนที่คู่ขาเก่าจะกลับมาขอคืนดี กลายเปนเรื่องยุ่งนุงนังวุ่นรักชาวเกย์ตามมา
อีกเรื่องเปนความสัมพันธ์ของชายปัญญาอ่อนกับโสเภณีสาววัยดึก ผู้ถูกแม่เล้ากับแมงดากดขี่รีดไถอย่างไร้ความปราณี จนหญิงโสเภณีเหลืออด ทำร้ายผู้กดขี่ทั้งสองจนสิ้นฤทธิ์และเอาไปโยนทิ้งน้ำจนถึงแก่ความตาย เหตุเพราะมันทั้งคู่ทำร้ายชายปัญญาอ่อนผู้ปราศจากทางสู้ แถมยังจะเอาเป็ดปุ๊กที่ชายปัญญาอ่อนอุตส่าห์ฟูมฟักมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ไปลงหม้อแกงเสียอีก (หน้าด้านหน้าทนคือ 'คนจัญไร' จริงๆฮะ :( )
ดูหนังจบแล้วก็ไม่รู้สึกลึกซึ้งดื่มด่ำอะไรเปนพิเศษ อย่างที่บอกแล้วว่าเนื้อเรื่องก็ธรรมดา เล่าซ้ำเล่าซากกันมาแล้วนับไม่ถ้วนครั้ง ไม่ว่าจะเปนเรื่องของโสเภณีที่กลายเปนฆาตกร แม้เธอจะปลดเปลื้องโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับอิสรภาพจากโลกภายนอกเมื่อกฎหมายยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว หรือเรื่องราวความรักของเกย์ และ/หรือ ผู้ชายขายตัว ที่สุดท้ายก็จบลงด้วยโศกนาฏกรรมซึ่งมิได้เกิดจากคู่รักเก่ามาวอแว แต่เปนเพราะฝ่ายหนุ่มบ้านนอกเกิดอึดอัดที่แฟนไปทำงานขายตัว ประมาณว่าทนไม่ได้ที่หัวใจเธอว์เปนของฉัน แต่ร่างกายเธอว์นั้นดันเปนของคนอื่น เลยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่เลิกขายตัวก็เลิกกัน! แล้วก็หิ้วกระเป๋าจากไปจริงๆ ฝ่ายหนุ่มขายตัวเห็นคนรักจากไปก็เพิ่งคิดได้ว่าเขาคือรักแท้ ไม่ควรปล่อยให้เดินจากไป แต่จะไปตามหาที่บ้านนอกก็ไม่มีเงิน เลยใช้วิธีปล้นเงินจากลูกค้า กะว่าได้เงินพอสมควรก็จะเลิก แต่ไม่ทันได้เลิกก็เจอเอาคืนเสียก่อน แถมเอาถึงตายเสียด้วย (ออกแนวสัตว์โลกย่อมเปนไปตามกรรมโดยแท้) ทิ้งให้เจ้าเหมียวสองตัวอยู่ผจญเวรผจญกรรมไปตามลำพังบนโลกใบนี้... น่าเศร้าชะมัด! T___T
หนังอุดมด้วยคำพูดคมๆ หลายประโยค จำได้ประโยคหนึ่งที่หนุ่มบ้านนอกบอกแฟนชายขายตัว ว่าตนประจักษ์แล้วว่าเมืองใหญ่ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาพักพิง เพราะคิดว่ามันคือสรวงสวรรค์ แท้จริงมันคือนรกโลกันต์ดีๆนี่เอง แล้วก็กล่อมให้แฟนเลิกขายตัว ยกเหตุผลนานามาบอกว่าชีวิตเรา เราต้องลิขิตเอง ไม่ใช่ปล่อยตามโชคชะตา บลาๆๆ สุดท้ายเจ้าหนุ่มบ้านนอกก็จากไป แล้วหันไปมุ่งมั่นตั้งใจเรียนหนังสือต่อ ราวกับคนทำหนังต้องการจะบอกว่า ถึงอย่างไร การศึกษาคือหนทางที่จะพาคนเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้ เพราะถ้ามีการศึกษา เราก็ไม่ต้องมาเปนกะหรี่อยู่ข้างถนน ไม่ต้องปล้นเค้ากินจนถูกกระทืบตาย ทิ้งศพให้นอนเดียวดายในพงหญ้ารก หรืออะไรแนวๆนั้น
ใจจริงค่อนข้างชอบเรื่องราวความสัมพันธ์ของชายปัญญาอ่อนกับ 'เป็ดปุ๊ก' ที่เขาฟูมฟักเลี้ยงดูอุ้มชูมันมาตั้งแต่อยู่ในเปลือกไข่เอามากๆ แบบว่าเอามาอบไว้ที่พุง จนมันฟักเปนตัว แม้จะรู้สึกอยู่ว่ามันออกจะเพ้อๆอยู่บ้าง อารมณ์เดียวกับที่รู้สึกกับ คิดถึงวิทยา คือแบบว่าโลกแห่งความจริงมันเลวร้าย แต่โลกในหนังก็ยังทำให้ยิ้มได้ แถมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองยังมีหัวใจอ่อนโยนอยู่ ไม่งั้นจะน้ำตาซึมตอนเห็นเจ้าเป็ดปุ๊ก มันว่ายน้ำตุหรัดตุเหร่มาสู่อ้อมกอดของชายปัญญาอ่อนผู้ปล่อยมันคืนไปหาแม่เป็ด-ได้เหรอฮะ ^^ (แต่ใจจริงคิดว่าที่มันกลับมา เพราะมันโดนลูกเป็ดตัวอื่นๆกลั่นแกล้งเสียมากกว่าเนาะ 555+) :'-P



No comments:
Post a Comment