CINDERELLA
(Kenneth Branagh, 2015)
สงสัยเพราะนึกประมาทคาดหน้าตั้งแต่ก่อนจะเข้าไปดู #จริงๆคือตั้งแต่รู้ว่ามันเริ่มสร้าง! ว่าหนังคงออกมา 'งั้นๆ' แต่ปรากฏว่าถึงหนังจะออกมา 'งั้นๆ' จริงอย่างที่คิด! คือยังคงความเป็นแฟนตาซีตามสไตล์เทพนิยายดิสนีย์มิเปลี่ยนแปลง ทว่าเรากลับชอบหนังมว๊ากกกก! แบบว่ามากถึงมากที่สุด!! คงเปนเพราะดูแล้วรู้สึกสนุก-รื่นเริง-บันเทิงใจ-ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะเนื้อเรื่อง-ประเด็นเนื้อหาก็รู้ๆกันอยู่อะนะ มันจะขึ้นต้นลงท้ายยังไง #ก็ดูกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยหัวเท่ากำปั้น #กี่เวอร์ชั่นเข้าไปแล้วละ :P
ก็ขอบอกเลยอะนะ ว่าเวอร์ชั่นนี้ 'อลังการงานสร้าง' ไปซะทุกสิ่งอย่าง (ขนาด 'เจ้าชายน้อย' ของเจ้าชายยังถึงขั้น 'อลังฯ' รุนแรงกระแทกตาจนแทบบอดเลยน่ะ #เฮ้ยไม่ใช่มันเปนเรื่องของคอสตูมมมมมมมมม 555+) กล่าวคือฉากหลังช่างทำออกมาดูเมลืองมลัง-วิจิตร(รอน)บรรจงสร้าง จนดูงามตาไปเสียทุกซอกมุม ชวนให้รู้สึกถึงความเวิ่นเว๊อ-เว่อร์วัง-ชวนฝัน-เพ้อเจ้อได้เต็มที่ ยิ่งฉากที่จัดเปนฉาก 'ปล่อยของ' อันได้แก่ฉากนางซินฯแปลงโฉม ฉากงานบอลล์ ฉากทุกอย่างคืนสภาพเดิมในเวลาเที่ยงคืน บลาๆๆ... หนังถ่ายทอดได้ดูยิ่งใหญ่-น่าตื่นตา-SPECTACULAR สุดๆ ดูแล้วเคลิ้มคล้อยลอยลมสมอุรา...เพราะมันดูโรแมนติก-แฟนตาซีมากๆ เปนหนังที่เรียกได้เต็มปากว่า 'พาฝัน' ขนาดแท้และดั้งเดิม ซึ่งนานๆได้ดูทีก็รู้สึกดีออก! คือเหมือนว่ามันจะช่วยให้ชีวิตอ่อนโยนขึ้นบ้าง ไม่ขรุขระแข็งกระด้างไปตามโลกความจริงที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวี่วัน
ไหนๆก็นะ...ขอนอกเรื่องหน่อยเนาะ... คือก่อนไปดู เราเกิดอาการเพลียจิตทั้งวันเรื่องข่าว ลูกตาล ชโลมจิต ออกมายอมรับว่าเตียงหัก เพราะโดนผัวเด็กนอกใจ ทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน ตอนแต่ง สื่อฯก็ตีข่าวเสียใหญ่โต จนเราอดนึกถึงนางไม่ได้ว่าช่างเหมือนซินเดอเรลล่าซะมิมี! #ถือเอาการได้ผัวหล่อและเด็กกว่าเปนเกณฑ์ คิคิ! อ่านสัมภาษณ์ว่าเจอกัน-รักกัน-แต่งงานกันได้ยังไงแล้ว ให้รู้สึกผ่าวร้อนรอบดวงตาตลอดทั้งวัน #ริษยาฝุดๆ :O พอมาได้ข่าวว่าเลิกกัน แถมมีการทวงสปงสเปิร์มคืนอะไรด้วย (ตอนแรกก็นึกว่า ตายแล้ว! นางจะเอาจากไหนมาคืน ป่านนี้เจ้าสิ่งมีชีวิตน้อยๆเหล่านั้น มิแปรสภาพกลายเปนเซลส์ผิวเพิ่มความเต่งตึงนวลเนียนให้นางไปหมดแล้วฤๅ แต่เอาเข้าจริงคือ สเปิร์มที่เตรียมไว้เพื่อผสมเทียมจร้าาาาา #โล่งอกกันไป ^_^) ก็อดที่จะสะใจ เอ๊ย! เสียใจไปด้วยมิได้ ทำให้คิดต่อไปว่าความรักแบบเทพนิยาย...แล้วเขากับเธอก็ครองรักกันอย่างมีความสุขสืบไปตราบชั่วกาลนาน...มันไม่มีจริงหรอก! มีแต่ในนิทานหลอกเด็กเท่านั้น
เพราะงี้ละมัง เราถึงเกิดอารมณ์เอ็นจอยดื่มด่ำไปกับหนังอย่างชนิด 'บ้าคลั่ง' มาก! คือคิดว่าต่อให้โลกความจริงจะแห้งแล้งแสลงใจเพียงใด เราก็ยังมีหนังที่นำโลกแห่งความฝันมาช่วยชโลมจิตใจให้ผ่องใสได้ แม้จะเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม...
พูดถึงนักแสดงบ้าง! คนแรกที่ต้องพูดเลย ไม่พูดถือว่าบาป! คือ เคท แบลนเช็ตต์ ซึ่งฝีมือการแสดงคงไม่ต้องจาระไน บทยากกว่านี้นางก็เล่นจนได้ออสการ์มาแล้ว บทแม่เลี้ยงใจร้ายจึงแทบจะเปนตัวละครที่นางหลับตาเล่นได้สบายๆ #แต่ในหนังนางถลึงตาเยอะมากนะ แต่เราดูแล้วกลับรู้สึกเหมือนนางกำลังเล่นเปน นอร์ม่า เดสมอนด์ (เวอร์ชั่น เกล็นน์ โคลส) ในละครเพลง Sunset Boulevard มากกว่า คือทั้งสีหน้า-แววตา-การพูดจา-อากัปกิริยา-การโพสท่า-การเดินเหิน-การวางตัว เหมือนป้าเกล็นน์บนเวทีละครไม่ผิดเพี้ยน...เห็นแล้วรู้สึก creepy สัสๆ! ขณะที่การใส่ภูมิหลังแบ็คกราวน์ตัวละครก็ชวนให้นึกถึง มาร์โก้ แชนนิ่ง ในหนัง All About Eve แบบว่าลึกๆในใจนางแม่เลี้ยงคือริษยาลูกเลี้ยงสาวสวยผู้มีทุกสิ่งอย่างที่นางไม่มี เลยหาทางกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง แต่ถึงงั้นนางก็ยังมีหัวใจของความเปนแม่ที่รักและยินดีทำทุกอย่างเพื่อลูก แม้ว่าลูกทั้งสองจะพร้อมใจกันโง่เง่าเต่าถุยจนน่าจะจับไปถ่วงน้ำ เพราะไม่ได้แม่มาเลยสักกระผีก!
แต่เอาเข้าจริง เราไม่ค่อยรู้สึกเลยนะ ว่าแม่เลี้ยงใจร้ายเวอร์ชั่นนี้จะรักลูกมาก ดูเหมือนว่าที่นางยอมทำทุกอย่างก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น แต่ยกลูกขึ้นมาบังหน้า! เราเลยคิดว่าถ้าเปลี่ยนเรื่องให้นางแม่เลี้ยงมีใจคออำมหิตถึงขั้นลงมือฆ่าลูกตัวเอง เพราะทนความโง่งม-จมปลักสันดานควายของพวกมันไม่ไหว แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาเปนศัตรูกับซินเดอเรลล่าให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้ ออกแนว love-hate relationship อะไรไปโน่นเลยก็น่าจะสนุกดี! กลายเปน What Ever Happen to Cinderella? อะไรทำนองนั้น #เริ่มกู่ไม่กลับละกู!
อีกคนที่ขอพูดเหมือนกัน! คือ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ ในบทนางฟ้าแม่ทูนหัวซึ่งออกมาแค่ฉากเดียว แต่ดูนางเบ๊อะๆ กะเปิ๊บกะป๊าบพิลึก! เห็นแล้วกลุ้มมาก เพราะแต่ก่อนนางเล่นแต่บทสาวน้อยผู้ดีอังกฤษ-สงบเสงี่ยม-เรียบร้อย-น่ารัก-น่าถนุถนอม แทบว่าจะกลายเปน 'เจ้าแม่หนังคอสตูม' เลย เพราะเล่นแต่หนังพีเรียด แต่งตัวย้อนยุคเกร๋ๆ อย่าง A Room With a View, Howards End, The Wings of the Dove แล้วสวยสง่า-น่าลุ่มหลงทุกเรื่อง แต่พอได้ผัวชื่อ ทิม เบอร์ตัน เท่านั้น นางก็เปลี่ยนบุคลิกเปลี่ยนลุคมาเปนเพี้ยนๆตามผัวได้อย่างน่าทึ่ง รู้สึกตะลึงมาก! ว่าการมีผัวส่งผลให้ชะนีเปลี่ยนบุคลิกได้ถึงขนาดนี้ อิอิ..
ส่วน นางซินฯ กับ เจ้าชาย ก็นะ! พูดถึงรวมๆละกัน เพราะไม่รู้จักทั้งคู่ รู้แต่ว่าเปนดาราซีรีส์ คนหนึ่งเล่น Downton Abbey ส่วนอีกคนเล่น Game of Thrones ซึ่งก็ไม่เคยดู แต่รู้สึกว่าคัดเลือกมาเล่นด้วยกันได้ดูเข้าคู่กันเหมาะเจาะมาก ที่ชัดเจนสุดคือรูปร่างดูใกล้เคียง ไม่ทิ้งห่างกันมา นางซินฯดูตัวนิดหน่อย-กระจ้อยร่อย ตอนยิ้มดูเผินๆนึกถึง เคท วินสเล็ต ตอนสาวหวังว่าในอนาคตจะไม่บึ้บบั้บตามนะจ๊ะ ^^ ส่วนเจ้าชายก็ดูรูปทรงกะทัดรัด แม้จะดูย้วยๆตันๆตรงพุงไปบ้าง #เข้าใจว่าน่าจะเปนเพราะคอสตูมอีกนั่นแหละ แต่หน้าหล่อแถมตาสีฟ้าใสเลยยอมยกโทษให้ ^___^
เห็นด้วยที่มีคนพูดว่า ความเปนคนจิตใจดีงาม มีเมตตา กล้าหาญ และให้อภัยของนางซินฯ เวอร์ชั่นนี้ ถูกนำเสนอให้เปน 'way of life' หรือวิถีทางการดำเนินชีวิตของนาง กล่าวคือทุกสิ่งนางทำล้วนมาจาก 'ความเชื่อและศรัทธา' ที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึกอย่างเหนียวแน่น ทำให้ไม่ว่าจะเจอบททดสอบหนักหนาสาหัสเพียงใด ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนอันมั่นคงแน่นเหนียวเปนเกลียวกลมของนางได้เด็ดขาด #ต่อไปเปลี่ยนจากเรียกนางซินฯเปนนางทองเนื้อเก้าแทนละ ^o^ ซึ่งมันทำให้เราดูแล้ว ไม่เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมนางซินฯ จึงเปนคนดีถึงเพียงนี้ ทั้งถูกทำร้าย-กดขี่-ข่มเหง-รังแก-บีบคั้นจิตใจ-ทารุณกรรมนานาโดยดุษณี เพราะถ้าเปนเราโดนแบบเดียวกันบ้าง ก็คงหนีออกจากบ้าน หรือไม่ก็เอาขวานไล่จามหัวพวกมันแบบ ลิซซี่ บอร์เด็น ฆ่าพ่อฆ่าแม่ไปแล้ว
ทว่านางซินฯ กลับเลือกที่จะตอบโต้ความรุนแรงที่ตนเองได้รับ ด้วยการมองโลกในแง่ดี และหมั่นทำความดีอย่างไม่ย่อท้อหยุดหย่อน โดยที่คนดูก็เชื่อว่านางเปนคนแบบนั้นจริงๆ มิใช่เสแสร้ง ซึ่งนี่อาจถือเปนความสำเร็จงดงามของ Cinderella เวอร์ชั่นนี้อย่างแท้จริง... :'-P

No comments:
Post a Comment