A WALK AMONG THE TOMBSTONES
(Scott Frank, 2014)
สนุกดีนะฮะ! หนังดูได้เพลินๆ ไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะดูนิ่งๆ เนิบๆ เนือยๆ ไปบ้าง แต่กลับทำให้จดจ่อติดตามเรื่องราวอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย หรืออยากนอนหลับให้สบายในท่ามกลางแอร์เย็นๆ เลยสักนิด ทั้งที่ก็ง่วงหงุบหงับตั้งแต่ก่อนจะเข้าโรงแล้วนะ 555+ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะผู้กำกับเก่ง หรือเพราะตัวเรื่องมันสนุกกันแน่เนาะ
เพิ่งรู้ก่อนจะเข้าไปดู ว่าหนังสร้างจากนิยายชุดนักสืบของ ลอว์เรนซ์ บล็อค นักเขียนแนวอาชญากรรม-ระทึกขวัญที่โด่งดังมากๆ ในอเมริกา แบบว่าชื่อเสียงและบารมีมิได้ด้อยกว่า ไมเคิล คอนเนลลี่, ซู กราฟตัน, เจฟฟรี่ย์ ดีเวอร์, จอยซ์ แครอล โอ๊ตส์ หรือ ป้าแมรี่ ฮิกกิ้นส์ คลาร์ค เลยละ! แต่ไฉนจึงไม่เห็นนิยายของเขาแปลเปนไทยออกมาให้อ่านบ้างเลย เห็นแต่ ลอว์เรนซ์ แซนเดอร์ อะ T^T หรือมีแต่ดันหลงหูหลงตาไปก็ไม่รู้นะแฮะ เพราะตอนนี้ตลาดหนังสือแปลบูมมากๆ แย่งซื้อลิขสิทธิ์กันจนจะเปนจะตายอยู่น่ะ :p เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรถึงเขา เพราะเคยอ่านเรื่องสั้นแค่เรื่องเดียว เกี่ยวกับพี่ชายที่วางแผนแก้แค้นฆาตกรที่ฆ่าข่มขืนน้องสาวของเขา โดยรอให้มันออกจากคุก แล้วก็จับตัวมันไปลงทัณฑ์ในแบบเดียวกับที่มันเคยทำกับน้องสาวเขาไว้อย่างสาสม แต่สุดท้ายก็ไม่วายมีเซอร์ไพรส์ตอนจบอีกนะ (เคยตั้งใจจะแปลให้อ่านกัน แต่ตอนนี้ไม่รู้เอาหนังสือไปวางไว้ไหนละ ToT #ใครอยากอ่านช่วยเมนต์หน่อยดิ555555+)
เปิดเข้าไปดูในวิกิฯ เลยได้รู้เพิ่มเติมว่านิยายชุดนักสืบขี้เหล้า แม็ต สคัดเดอร์ นี้มีออกมา 18 เล่มแล้ว A Walk Among the Tombstones เปนเรื่องที่ 10 ก่อนหน้านี้มีอีกเรื่องที่เคยถูกสร้างเปนหนัง ฉายในปี 1986 คือ Eight Million Ways to Die แสดงโดย เจฟฟ์ บริดเจส สมัยยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวแน่ะ พอมาเรื่องนี้ได้ ป๋าเลียม นีสัน ผู้หันมาเอาดีด้านการเปนนักแสดงแอ็คชั่นตอนแก่ (คงเพราะเห็นอนาคตว่าเอาดีด้านเปนนักแสดงคุณภาพได้ยากละมัง หุหุ ^_^) ซึ่งคงเปนโชคดีของข้าพเจ้าที่ไม่เคยดูหนังแอ็คชั่นเดือดๆ ของป๋าเลียมเลยสักเรื่อง กะว่าจะมาเปิดบริสุทธิ์ด้วยเรื่องนี้แหละ กลายเปนว่าผิดหวัง เพราะหนังมีฉากบู๊ตึงตังโครมครามน้อยมาก แถมยังมีฉากที่ป๋าโดนกระทืบซะน่วมอีก!
หนังเกือบทั้งเรื่องมุ่งเน้นที่การสืบคดีปริศนาฆาตกรรมเหยื่อที่ถูกลักพาตัวโดยฆาตกรใจทมิฬ ที่แม้จะได้เงินค่าไถ่ไปแล้ว ก็ยังสังหารเหยื่ออย่างโหดเหี้ย(ม)ทารุณอยู่ดี แสดงให้เห็นถึงความวิปริตบิดเบี้ยวในจิตใจอย่างมาก ที่สำคัญคือฆาตกรเรื่องนี้ยังเป็น 'เกย์' อีกต่างหาก ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันว่า นิยายเรื่องนี้เขียนตั้งแต่ปี 1992 ส่วนเหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นในปี 1999 เลยประมวลเอาเองว่าในยุคนั้น ทั้งความคิดและทัศนคติใดๆ ของสังคมเกี่ยวกับเพศที่สามน่าจะยังคับแคบอยู่มาก และโดยที่หนังก็ไม่ได้พยายามใส่เหตุผลหรือแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมของฆาตกรเลย นอกจากให้รู้สึกว่าเปนหนทางในการทำมาหาเลี้ยงชีพของพวกมัน จึงทำให้รู้สึกว่าหนังออกจะขาดแคลนความน่าเชื่อถือไม่น้อย
จุดที่ทำให้หนังดูมีความน่าสนใจเอามากๆ คงหนีไม่พ้นบุคลิกของ แม็ต สคัดเดอร์ ตัวละครเอกของหนังผู้เปนนักสืบขี้เหล้า ความที่เขามีบาดแผลแห่งอดีตอันเจ็บปวด ซึ่งกลายเป็นเสมือนตราบาปจารึกลงในจิตใจและความรู้สึกของเขาอย่างยากไถ่ถอน ทำให้เขาดูเปนตัวละครที่เต็มไปด้วยมิติซับซ้อน และชวนให้คนดูรู้สึกเห็นอกเห็นใจได้ง่าย ส่วนการที่เขาเปนนักสืบเอกชนที่ไม่มีใบอนุญาต ก็เปิดโอกาสให้เขาได้เข้าไปสัมผัสกับ 'ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นบนความเลวร้าย' ได้ง่ายขึ้น อธิบายให้ชัดเจน คือเรื่องนี้แม็ตต้องเข้าไปสืบคดีลักพาตัวเหยื่อซึ่งเปนคนในครอบครัวนักค้ายาเสพติด ทีนี้ก็อย่างที่รู้ๆกันใช่ปะฮะ! ว่าพวกค้ายาเสพติดมันเป็นพวก 'ห.หีบ-สระเอีย-ไม้โท' อย่างรุนแรง การที่เราๆได้ทราบว่าไอ้/อีพวกนี้ต้องประสบเคราะห์กรรมหนักอันเกิดกับลูกหลานแลสมาชิกในครอบครัวของมันบ้าง จึงถือเปนเรื่องชวนให้สะใจยิ่งนัก!! (ต่างจากตัวละครนักสืบของนักเขียนอื่นๆ ที่มักจะเปนเรื่องของความเลวร้ายที่เกิดขึ้นบนความดีงาม)
แต่ถึงงั้น หนังก็ไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกสะใจกับการได้เห็นคนเลวต้องประสบชะตากรรมเลวร้าย เพราะว่ากันตามจริง การเปนสมาชิกในครอบครัวของพวกค้ายาฯ ไม่ว่าจะในฐานะเมียหรือลูก มิได้หมายความว่าจะทำให้คนๆ นั้นกลายเปนคนเลวทรามต่ำช้าตามไปด้วย ดังนั้น สิ่งที่แม็ตทำจึงไม่ใช่การช่วยเหลือคนชั่ว แต่คือการปกป้องผู้บริสุทธิ์ให้รอดพ้นจากการถูกกระทำย่ำยีจากความต่ำช้าสามานย์ที่เกิดขึ้นบนโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้... :'-P

No comments:
Post a Comment