Wednesday, September 17, 2014

THE PURGE: ANARCHY (2014)


THE PURGE: ANARCHY
(James DeMonaco, 2014) 

หนังสนุกดีฮะ!... เทียบกับภาคแรกแล้ว บอกเลยว่าทุ่มทุนสร้างมากกว่า พูดง่ายๆคือดูเปนหนังลงทุนสูง ตามประสาหนังภาคต่อทั่วๆไป ซึ่งมักจะ 'เยอะกว่า...ใหญ่กว่า' ภาคแรกเสมอ เห็นได้ชัดเจนจากฉากระเบิดตูมตาม ใช้ปืนกลยิงถล่มกันเปรี้ยงปร้าง จนหูอื้อไปตามๆกัน อีกอย่างคือในภาคที่แล้ว เหตุการณ์หลักๆเกิดขึ้นภายในบ้านหลังเดียว ไม่มีการเปลี่ยนฉากไปเกิดขึ้นที่อื่นเลย ภาคนี้เลยสมนาคุณคนดูด้วยการย้ายโลฯ กันทั้งเรื่อง แถมยังมีตัวละครเยอะกว่าอีกด้วย ซึ่งช่วยให้เนื้อเรื่องแลดูมีความซับซ้อน (aka. มั่ว) ยิ่งขึ้น ^^

ด้านพล็อตเรื่อง หรืออาจจะเรียกอีกแบบได้ว่าเงื่อนไขของหนัง ก็เหมือนภาคแรก คือรัฐบาลสหรัฐฯในโลกอนาคต กำหนดให้มีวัน 'ล้างบาป' ขึ้นเปนประจำทุกปี โดยในช่วงเวลานั้น การก่ออาชญากรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเปน จี้-ปล้น-ข่มขืน-ฆาตกรรม ล้วนเปนสิ่งถูกกฎหมาย พูดอีกแบบคือรัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนสามารถเข่นฆ่ากันได้โดยเสรี ประมาณว่าใครใคร่ฆ่าใครก็ฆ่า ใครใคร่ข่มขืนใครก็เชิญ! กลายเปนโลกแห่งอนารยธรรมโดยสมบูรณ์

นัยว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ปลดปล่อยความเคร่งเครียด ความอึดอัดกดดันนานาที่ทับถมอยู่ในใจออกมาจนหมดภายในชั่วข้ามคืน อันจะส่งผลให้สภาพสังคมโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ความยากจนจะลดต่ำลง เพราะคนมีงานทำมากขึ้น อัตราการเกิดอาชญากรรมก็ยิ่งน้อยลง อย่างในข้อมูลที่หนังนำมาแสดงให้เห็นในตอนเปิดเรื่อง เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้า 'ล้างบาป' แล้วทำให้สังคมดูสวยงามได้ถึงขนาดนั้น ก็น่าจะจัดให้มีการทำขึ้นจริงเหมือนกันนะฮะ เพราะเบื่อหน่ายความจนเต็มทนละ เหม็นสาปตัวเองด้วยฮะ เสือกเกิดมาจน 555+

แต่เอาเข้าจริง หนังกลับบอกให้รู้ว่า สาเหตุที่ทำให้ความยากจนในสังคมลดต่ำลงนั้น มิได้เปนเพราะคนจนในสังคมมีงานทำ มีความอยู่ดีกินดีขึ้นแต่อย่างใด แต่เปนเพราะคนจนถูกกำจัดไปจนแทบจะหมดสิ้นจากสังคมในคืนล้างบาปแล้ว!! อย่างหนึ่ง เปนเพราะคนจนไม่มีปัญญาจะหาอาวุธมาป้องกันตน เพราะแค่จะหาใส่ปากใส่ท้องเข้าไปในแต่ละวันก็ยังลำบาก คนจนจึงเปนเป้าหมายอันดับต้นๆที่พวกบ้าคลั่งกระหายเลือดบางกลุ่มจะใช้เปนเหยื่อในการปลดปล่อยความรุนแรงจากสัญชาตญาณดิบของตน (ดังที่เคยถูกนำเสนอไว้ในภาคที่แล้ว) กับอีกอย่างที่น่าสลดสมเพช คือความยากจนกลับมีส่วนผลักดันให้คนจนยอมสังเวยชีวิตตนเปนเครื่องล้างบาปของคนรวย เพื่อแลกกับเงินจำนวนน้อยนิด ตามที่ปรากฏในภาคนี้

ยิ่งพูดก็ยิ่งเครียดเนาะ T__T แบบว่าจริงๆก็ไม่ได้พิศวาสคนรวยสักเท่าไหร่ แต่ดูหนังแล้ว ดันอดรู้สึกไม่ได้ว่าคนทำหนังออกจะระบายสีให้พวกคนรวยมันแลดูร้ายกาจแบบวิปริต โรคจิตเอามากๆ เข้าขั้นเปน monster เลยทีเดียว อย่างฉากประมูลคนไปทำเปนเหยื่อในเกมไล่ล่านั้น นั่งดูไปก็นึกถึงเรื่องสั้นเรื่อง "มีดประจำตัว" ของน้าชาติ กอบจิตติ ขึ้นมาซะงั้น! เพราะมีประเด็นเกี่ยวกับความจนความรวยในทำนองเดียวกัน จำได้เลาๆว่าในเรื่องสั้นเปนเรื่องของคนรวยที่รุมกินเนื้อคนจนอะ ส่วนหนังเรื่องนี้ก็ให้เห็นคนรวยไล่ล่าฆ่าคนจนราวกับเปนผักปลา ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้ ออกจะมีประเด็นเกี่ยวกับสงครามระหว่างชนชั้น ความรวย vs. ความจน ชัดเจนอยู่เนาะ :p

จะว่าไป มันก็เปนประเด็นที่ดูขึงขังเข้มแข็งดีนะฮะ ได้เห็นการลุกฮือขึ้นต่อสู้ความอยุติธรรม ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม การที่คนจนตกเปนเบี้ยล่าง ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบมานาน จนต้องลุกขึ้นมาก่อสงครามประชาชน เพื่อปลดแอกตนเองไปสู่อิสรภาพ  ดูแล้วชวนให้รู้สึกฮึกเหิมไม่น้อย ก่อนที่หนังจะหักมุมให้คนดูเอวเคล็ดในฉากสุดท้าย ว่าที่คนดูเข้าใจกันมาตั้งแต่ต้น ว่าการที่คนสามารถเข่นฆ่ากันอย่างสำราญบานเบิก อันเนื่องมาจากสันดานดิบเบื้องลึกถูกกระตุ้น จึงออกจะเปนความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

เพราะสิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า คือการที่คนบางคนหลงใหลใน 'อำนาจ' จนต้องใช้การเข่นฆ่าเพื่อรักษาฐานอำนาจของตนให้มั่นคง... :'-P


No comments: