JURASSIC WORLD
(Colin Trevorrow, 2015)
ชอบอะ! มีความรู้สึกว่าหนังมันดูยิ่งใหญ่อลังการดี ไม่รู้ว่าเปนเพราะหนังใช้ภาพมุมกว้าง ถ่ายให้เห็นทิวทัศน์กว้างใหญ่ไพศาล-มโหฬาร-โอฬาริก ผนวกกับการได้ดูในโรง IMAX ด้วยอะป่าว เลยทำให้รู้สึกตื่นตา-ตื่นตะลึง-ตื่นตาไปกับหนังได้ตลอดสองชั่วโมงกว่าๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ อีกอย่างคือมีความรู้สึกว่าหนังมันไม่ค่อยกั๊กหรือเก็บอะไรไว้นาน #แบบGodzillaเวอร์ชั่นล่าสุดที่ชอบยั่วให้อยากแล้วจากไปบ่อยๆ แต่เตรียมนั่น-นี่-โน่นจำพวกไดโนเสาร์พันธุ์ลึกพิศดารต่างๆ ปล่อยออกมาให้คนดูตื่นเต้นตลอด ดูแล้วทึ่งมากๆ อยากไปเที่ยวสวนสนุกแบบนี้จุงเบย อยากป้อนอาหารให้ไดโนเสาร์ตัวเล็กๆ น่ารักๆบ้างอะ
ว่ากันตามตรง หนังทำออกมาตามสูตรหนังเขย่าขวัญจำพวกสัตว์กินคนที่เคยสร้างกันมาก่อนไม่รู้กี่ร้อยเรื่องนั่นแหละ สุดแท้แต่ว่าจะสอดแทรกประเด็นนั่นนี่โน่นลงไปในหนังได้แนบเนียนแค่ไหน อย่างเรื่องนี้ก็พยายามพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละคร, ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์, ทุนนิยม, มหันตภัยจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ หรือความบ้าคลั่งสงคราม บลาๆๆ ยัดลงไปในหนังเสียจนเต็มไปหมด (ดูแล้วรู้สึกว่าหนังแลดูมีบางอย่างนอกจากความสนุกแบบฉาบฉวย แต่คิดอีกแง่ มันก็เป็นประเด็นที่ออกจะซ้ำซากน่าเบื่อ พูดกันไม่จบไม่สิ้น ทำหนังไปอีกร้อยปีก็คงไม่พ้นพูดเรื่องพวกนี้อีกตามเคย)
อีกประการคือคงเปนเพราะหนังมีชื่อ สตีเว่น สปีลเบิร์ก เปนโปรดิวเซอร์ด้วย เลยทำให้มันกลายเปนบิ๊กโปรเจ็คท์ เปนหนังทุนสูงมหาศาลไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ #ระดับสปีลเบิร์กแล้วอะเนาะ ^_^ จะว่าไป ก็เหมือนภาคนี้จะทำขึ้นมาเพื่อย้อนรำลึกถึง Jurassic Park ภาคแรกด้วย เลยมีฉากเพื่อ 'เอาใจติ่ง' (Fan Service) อยู่เยอะ ที่เห็นชัดเจนสุดคือ ฉากไดโนเสาร์กำลังนอนครางอยู่บนพื้น แล้วตัวละครก็รีบแล่นลงไปกอด #ฉากนี้ร้องไห้หนักมาก T__T #สงสารไดโนเสาร์ #รู้ทั้งรู้ว่ามันเปนหุ่นกล อิอิ รวมถึงมีการให้ตัวละครพลัดหลงเข้าไปในเขตสวนเก่าที่รกร้าง แวะหยิบป้ายผ้า "Then Dinosaurs Ruled the Earth" ในหนังภาคแรกขึ้นมาให้ดูพอเปนพิธี
[ซึ่งถือเปนเรื่องพอเข้าใจได้ เพราะ Jurassic Park มันเปนหนังคลาสสิคและหนังแห่งความประทับใจของคนดูหนังทั่วโลกไปแล้ว พูดได้ด้วยซ้ำว่าหลายคนเติบโตมากับหนังชุดนี้ อย่างผู้กำกับและพระเอกนางเอกภาคนี้ ก็พูดตรงกันว่าตอนได้ดู Jurassic Park นั้นยังเด็กมากๆ (ต่างจากน้องมอดซึ่งตอนนั้นเริ่มแก่แล้ว #แก่กะโหลกกะลาเพราะตอนนั้นอ่านเบื้องหลังงานสร้างเยอะ ก็เลยดูไปแบบเฉยๆ ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ ทั้งที่ดูซ้ำหลายรอบนะ ชอบด้วยแหละ! แต่ไม่ถึงกับคลั่งไคล้ใหลหลงจมปลักจนเก็บไว้เปนหนังในดวงใจตลอดกาลแต่อย่างใด นอกจากตื่นตาตื่นใจตอนได้เห็นไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆออกมาเดินเพ่นพ่านบนจอหนังได้อย่างสมจริง อีกอย่างคงเปนเพราะการกำกับของสปีลเบิร์กด้วยแหละ ที่ทำให้หนังดูสนุกและลุ้นระทึกตลอดเว ^.^)]
บอกตรงๆ ว่าอย่างหนึ่งที่ชอบในภาคนี้ คือบุคลิกของพระเอกนางเอกที่ดูแตกต่างจากภาคก่อนๆอย่างสิ้นเชิง คือพระเอกก็ดูเปนนักผจญภัย เปนคนบุกน้ำลุยไฟได้ดี ไม่เนิร์ด ไม่คร่ำครึ และหน้าไม่เหี่ยวแบบ แซม นีลล์ ในภาคแรกและภาคสาม หรือทำหน้าเมาๆมึนๆแบบ วินซ์ วอห์น ในภาคสอง ส่วนนางเอกก็ไม่แลดูเปนยัยเพิ้งเหมือน ลอร่า เดิร์น ในภาคแรก หรือทำตัวเฉิ่มเบ๊อะเหมือน จูลี่แอนน์ มัวร์ ในภาคสอง เช่นกัน กลายเปนว่าคู่ คริส แพร็ตต์ กับ ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ในภาคนี้ เปนคู่ที่ต้องจิต-ถูกจริตข้าพเจ้ามากที่สุด คือดูแล้วรู้สึกว่าเหมาะเจาะเข้าคู่กันมาก แทบว่าจะกลายเปน 'คู่จิ้น' ได้ เพราะคริส แพร็ตต์ตัวใหญ่-หนา-ล่ำบึ้ก-MachoManมากมาย ยืนเทียบกันแล้วจะเห็นว่าไบรซ์ ดัลลัส ตัวเล็กจ้อยกว่าตั้งเท่าหนึ่งได้มั้ง แถมเตี้ยกว่าด้วย (นี่คงเปนเหตุผลให้นางต้องใส่ส้นสูงตลอดเวลา ไม่ว่าจะบุกป่า หรือกระทั่งเวลาวิ่งหนีไดโนเสาร์ก็ตาม #ไม่กลัวขาหักเลย #เก่งฝุดๆ ^^)
แล้วคริส แพร็ตต์นี่ก็... 'โคตรหล่อ' อะ! หล่อทุกมุม-ทุกช็อต-ทุกฉาก-ทุกซีน-ทุกแอ็คชั่น-ทุกท่วงท่า-ทุกการขยับตัว รวมความคือ 'หล่อทะลุจอ-หล่อจนแร็พเตอร์หลง' 555+ #นอกหน้าจุงเบย ^o^ ส่วนบุคลิกท่าทางดูเปนวีรบุรุษ มีหน้าที่ปกป้อง-ดูแล-ช่วยเหลือ-พิทักษ์ความปลอดภัยแก่เด็ก สตรี และคนชราได้อย่างน่าประทับใจ ชอบฉากเปิดตัวละครที่เขาแสดงมากๆ แบบว่าถ่ายย้อนแสงให้เห็นแต่เงามืดซึ่งบดบังเสี้ยวหน้าและโครงร่างไว้ มีดวงอาทิตย์ส่องสาดมาจากด้านหลัง ดูขรึมขลัง อลังการ และ 'เท่โคตร' #แมนมากๆ ^O^ แถมบางมุมในสีหน้าสีตาของเขาก็ดูชัดเจนว่ามีอารมณ์ขันซ่อนอยู่เต็มเปี่ยมอีกต่างหาก (อยากเห็นเขาเล่นเปน อินเดียน่า โจนส์ คนใหม่จุง! เพราะบุคลิกท่าทีดูเหมาะเจาะมากๆ #แต่อาจติดขัดตรงที่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือว่าจะเปนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอะเนาะ) ส่วนไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ก็ดูสง่า วางมาดสวย-เริ่ด-เชิด-หยิ่งได้ตลอดเวลา ชอบฉากที่สองคนนี้ต่อปากต่อคำกันในฉากที่หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งตัวละครเคยมีความหลังฝังใจกันมาก่อน พอเจอหน้าด้วยความจำยอม เลยอดไม่ได้ที่จะขุดเอาข้อบกพร่องของอีกฝ่ายขึ้นมาสาดใส่กันเต็มที่ ให้อารมณ์เหมือนหนังแนวพ่อแง่แม่งอนซะมิมี!
ชักจะเขียนยาวเกินกว่าที่ควรอีกละ งั้นสรุปเลยดีกว่าว่า หนังสนุกฮะ! ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ พระเอกหล่อนางเอกสวย เอฟเฟ็คท์ซีจีทำออกมาได้งดงามและสมจริงฝุดๆ เปนหนังผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ลุ้นระทึก และชวนติดตามเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย คาดว่าคงจะมีภาคต่อแน่นอน เพราะได้ทิ้งเชื้อเพื่อปูทางไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็หวังว่าจะทำออกมาได้สนุกเท่าภาคนี้ละกัน แต่จะให้ดีกว่าหรือดีเทียบเท่า Jurassic Park ภาคแรกนั้นอย่าหวังให้ยากเลย!! ... :'-P


No comments:
Post a Comment