Friday, July 24, 2015

LOVESUCKS (พ.ศ. ๒๕๕๘)


LOVESUCKS
(มนัสนันท์ พันธ์เลิศวงศ์สกุล,
พ.ศ. ๒๕๕๘)

พูดจริงๆคือ 'โอเค' กับหนังนะฮะ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะแลดูไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่หรือน่าสนใจมาก แค่เรื่องของผู้หญิงที่ผิดหวังในความรักจนชีวิตเสียศูนย์ ก่อนจะคลำทางกลับมาตั้งหลักใหม่ได้อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการได้พบรักใหม่ ซึ่งจะเห็นว่าเปนพล็อตเรื่องที่ธรรมดามากๆ แถมหนังก็ไม่ค่อยมีเหตุการณ์อันชวนให้รู้สึกตื่นเต้น เร้าอารมณ์สักเท่าไหร่ แถมบางช่างออกจะยาวยืดเสียจนรู้สึกว่าจังหวะหนังเหมือนย่ำอยู่กับที่ ไม่ไปไหนเสียที ดูๆไปก็ให้นึกเบื่อขึ้นมาเหมือนกัน

แต่ถึงงั้น ก็ไม่รู้สึกรำคาญใจจนถึงขั้นทนไม่ได้นะฮะ (ถ้าจะมีบ้าง น่าจะเปน acting ของนักแสดงหญิงที่เล่นเปนเพื่อนนางเอก ซึ่ง 'เล่นใหญ่' ในทุกซีนทุกฉากทุกท่วงท่าลีลา การวาดมือไม้ประกอบการพูดราวกับอยู่ในละครเวที #สงสัยมากว่าผู้กำกับซึ่งเปนนักแสดงมีฝีมือยอมปล่อยแอ็คติ้งใหญ่ๆแสนจะเว่อร์วังขนาดนี้ออกมาในหนังได้อย่างไร) ก็ยังดูต่อไปได้เรื่อยๆจนจบ ส่วนหนึ่งคงเพราะ 'เอาใจช่วย' ผู้กำกับซึ่งเปนนักแสดงที่เราชอบ พอรู้ว่าหันเหทิศทางจากเบื้องหน้ามาเบื้องหลัง เลยอยากเห็นว่าจะทำออกมาเปนอย่างไร

ซึ่งก็มีข้อบกพร่องอยู่เยอะแหละ จากการแสดงของนักแสดงหลายคนที่ดูไม่เปนธรรมชาติ โดยเฉพาะ เทย่า โรเจอร์ ที่ตั้งอกตั้งใจแสดงมาาาาาาาก...จนแลดูประดิษฐ์ไปหน่อย แต่กระนั้น ต้องบอกว่า เทย่าคือส่วนดีที่สุดของหนังอย่างแท้จริง เห็นได้จากการรับมือกับบทดราม่า ที่ต้องออกอาการฟูมฟาย จะเปนจะตายเพราะจับได้ว่าโดนแฟนนอกใจ ซึ่งหลายฉากเธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีทีเดียว สื่อให้เห็นถึงห้วงอารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงที่ถูกความจริงอันเลวร้ายของชีวิตรุกโหมโจมตีเข้ามาพร้อมกัน ทั้งเรื่องงาน (อายุ 30 ปีแล้ว ดูแก่เกินกว่าจะทำหน้าที่พิธีกรแบ๊วๆอีกต่อไป จำต้องหลีกทางให้แก่เด็กรุ่นใหม่หน้าใสปิ๊งกว่าเข้ามาแทนที่) และชีวิตส่วนตัว ซึ่งดูจะส่งผลสะเทือนชีวิตได้รุนแรงยิ่งกว่าถูกย้ายตำแหน่งงานเสียอีก #ก็ปรกติอะเนาะ #แค่ย้ายตำแหน่งงานไม่ใช่ตกงานซะหน่อย #แต่เลิกกับแฟนคือโยนทิ้งทุกสิ่งอย่างที่เคยสร้างมาด้วยกัน #ความสูญเสียมันเทียบกันไม่ได้ #ติดแฮชแท็กเยอะไปมั้ย ^_^

เอาเปนว่าให้กำลังใจผู้กำกับ โดนัท มนัสนันท์ ละกันฮะ หวังว่าจะมีโอกาสได้ดูงานกำกับภาพยนตร์เรื่องต่อไปอีก อยากเห็นหนังที่มีความซับซ้อนให้ด้านเนื้อเรื่อง บุคลิกตัวละครที่ดูลึกซึ้งและมีหลายมิติมากกว่านี้ เพราะโดยส่วนตัว มีความรู้สึกว่าถ้าเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรน่าตื่นเต้น ลุ้นระทึก ตัวละครก็ควรจะต้องแน่นด้วยมิติต่างๆในความเปนมนุษย์ ไม่เช่นนั้น หนังที่ออกมาก็จะดูงั้นๆ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ยิ่งตอนนั่งดูดันเกิดเบื่อขึ้นมาด้วย ถึงจะโอเคกับมันสักแค่ไหน แต่พอดูจบก็แน่นอนว่ามันย่อมจะเลือนหายไปจากความทรงจำอย่างรวดเร็ว... :'-P

No comments: