Friday, July 24, 2015

MINIONS (2015)


MINIONS
(Pierre Coffin, Kyle Balda, 2015)

#ข้ามการบ่นเรื่องแว่นสามมิติของโรงพารากอนไปละกัน #ขูดขีดเปนรอยด่างล้างเช็ดเท่าไรก็ไม่ออก #ลงทุนซื้อแว่นเปนของตัวเองซะเลยดีปะ #ไหนบอกว่าจะไม่บ่น #เค้าให้ดูฟรีแล้วยังจะปากมาก! ^o^ ...เดากันได้ใช่ปะ ว่าน้องมอดจะพูดว่าไง ใช่แว้ว! หนังสนุกมากๆฮะ! ชอบมากกว่า Despicable Me สองภาครวมกันซะอีก เปนเพราะภาคนี้ เจ้ามินเนี่ยนน้อยได้เปนตัวเอกของหนังแบบเต็มๆ ทำให้ได้เห็นพวกมันปรากฏตัวในทุกฉาก เผอิญว่าเปนคนชอบสีเหลืองอยู่แล้วด้วยอะฮะ เห็นสีนี้ทีไรมีความสุขทุกที ทำให้เวลาเห็นเจ้ามินเนี่ยนน้อยทีไรก็จะอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น เพราะงั้น เลยจะอมยิ้มสลับหัวเราะไปกับหนังตลอดเวลา 

ต้องชื่นชมคนทำอนิเมชั่นเรื่องนี้จริงๆ ที่ช่างสรรหาเหตุการณ์และมุกตลกนานา มาร้องเรียงเข้าด้วยกันในหนังได้ราบรื่น ลงตัว โดยเฉพาะการนำรายละเอียดเล็กน้อยในบุคลิกและพฤติกรรมของ 3 มินเนี่ยน เควิน, บ๊อบ และ สจ๊วร์ต (ขอใช้ จ.จาน นะฮะ ใช้ ต.เต่า แล้วรู้สึกเหมือนโดนปลา 'ตอด' *_*) ซึ่งแต่ละตัวถูกวางคาแร็กเตอร์ไว้อย่างแข็งแรงมาก ว่าตัวไหนมีลักษณะนิสัยเปนอย่างไร-มาทำเปนแก๊กตลกโปรยปรายอยู่ตลอดเรื่อง สร้างความสนุกเฮฮาในอารมณ์ ชวนให้ยิ้มตามไปตลอดเรื่อง และทำให้รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่าคนทำฯ น่าจะเปนคน 'อารมณ์ดีตลอดปีตลอดชาติ' แน่แท้ เพราะมุกมันดูตลกจริงอะไรจริง

เช่นเดียวกับการใส่มุกล้อเลียนจิกกัดวัฒนธรรมป็อปในช่วงปลายยุค 60 ที่หลายมุกก็ออกจะรุนแรงแสบสันต์ไม่น้อย อย่างตอนที่มินเนี่ยนวิ่งหลุดเข้าไปในกองถ่าย ที่กำลังถ่ายภาพมนุษย์อวกาศขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เปนครั้งแรก! ฮามากฉากนี้! อดคิดในใจไม่ได้ว่า 'ช่างกล้า'... แต่ก็นะ! ขนาดควีนอลิซาเบ็ทแห่งอังกฤษ ยังโดนเอามาล้อเสียเละเทะได้ แต่ดูแล้วโคตรขำ! ตอนที่ควีนอลิซาเบ็ทเสียใจที่ถูกมินเนี่ยนชิงราชบัลลังก์ไปดื้อๆ เลยไปเมาเละอยู่ในผับโทรมๆ เล่นงัดข้อกับพวกสิงห์รถบรรทุกตัวใหญ่หยั่งกะยักษ์ แถมงัดชนะอีกต่างหาก! ไม่รู้ว่าประชาชนชาวอังกฤษดูแล้วจะรู้สึกฮาหรือเปล่าเนาะ #ถ้าเปนบ้านเราหนังคงโดนห้ามเข้าฉายในราชอาณาจักรไทยเปนแม่นมั่น #ส่วนคนทำฯคงโดนมาตรา111ไปเจ็ดชั่วโคตรประมาณหนึ่งร้อยชาติ อิอิ

แต่ถึงงั้น ก็เชื่อว่าคนดูที่โตทันช่วงยุคเดียวกับในหนัง น่าจะชอบเรื่องนี้กันนะฮะ #ขนาดน้องมอดเกิดช้ากว่าในหนังยังชอบอะ #ทั้งที่ไม่ค่อยจะรู้อะไรในยุคนั้นสักเท่าไหร่หรอก ^_^ หรือถ้าไม่ชอบ แต่อย่างน้อยก็น่าจะเก็ทมุกได้ไม่ยากว่าหนังหยิบอะไรมาอ้างอิงในหนังบ้าง มีอยู่มุกหนึ่งที่เห็นแล้วรู้สึกอึ้งๆ  คือมุกยานบินระเบิดกลางอากาศ เห็นก้อนกลุ่มควันลอยค้างเติ่งอยู่บนนั้น มันชวนให้นึกถึงตอนยานอวกาศชาเลนเจอร์ระเบิดมากๆ #ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองคนเดียวอะป่าว #เพราะตอนยานระเบิดมันเปนยุค80 ซึ่งถ้าคนทำอนิเมชั่นมันตั้งใจพูดถึงเหตุการณ์นี้จริงก็แสดงว่า... T___T

อ่อ! นอกจากชอบมินเนี่ยนแล้ว ยังชอบ แซนดร้า บูลล็อค ด้วยฮะ เรื่องนี้พี่แสงดาวพากย์เสียง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล นางตัวร้ายกาจของหนังได้ดีงาม น้ำเสียงมีทั้งความร้ายกาจ เซ็กซี่ แต่ก็แฝงอารมณ์ขันชนิดโหดมันฮาเอาไว้โดยตลอด อีกอย่างคงเปนเพราะพี่แสงดาวด้วยแหละฮะ เลยทำให้นั่งๆดูไปก็แอบลุ้นให้นางยอมกลับใจมาญาติดี ยอมเปนเจ้านายผู้แสนดีของเหล่ามินเนี่ยนน้อย เผื่อจะได้มีภาคต่อๆไปอีกสักสิบภาค เปนปฏิบัติการกู้โลกของสการ์เล็ตกับมินเนี่ยน อะไรประมาณนั้น แล้วค่อยวกไปเชื่อมต่อกับ Despicable Me ภาคแรก พี่แสงดาวจะได้มาพากย์เสียงทุกภาคเบยยยยย... สรุปคือรักพี่แสงดาวฮะ เมื่อไหร่จะขึ้นไปรับออสการ์ตัวที่สองเสียทีอะ ลุ้นมาหลายปีแล้วเนาะ 555+ #ทีมแซนดร้า... :'-P

No comments: