THE WALK
(Robert Zemeckis, 2015)
หวาดเสียวมากๆฮะ! ดูแล้วเสียวท้องน้อยปรี๊ดๆ #อาการประหนึ่งนั่งเรือไวกิ้งส์โยกไปเยกมา ^_^ โดยเฉพาะฉากที่ถ่ายภาพจากมุมสูง มองลงไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าคนที่มันไม่รู้จักกลัวความสูงเนี่ย มันเอาความกล้ามาจากไหนก็ไม่รู้เนาะ ถึงได้สามารถขึ้นไปเดินเหินไปนอนเอกเขนกอยู่บนเส้นลวดบางๆ เส้นเดียวได้อย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้คนดูอย่างเราซึ่งกลัวความสูงยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง-หัวใจจะวายตายลงในบัดดลเสียให้ได้!
บอกเลยว่าเปนหนังที่ดูสนุกและน่าทึ่งมากๆ ดูแล้วได้แรงบันดาลใจมากมาย เพราะว่าด้วยเรื่องของความพยายามของมนุษย์ ในการทำตามความฝันให้สำเร็จ แม้ว่าความฝันนั้นจะคือสิ่งที่แลดู #เปนบ้า! และ #อิมพอสซิเบิ้ล ในสายตาของคนทั่วไป ดังเช่นความฝันของพระเอกเรื่องนี้ที่มีฝันสูงสุดคือการไต่ลวดเดินข้ามตึกที่สูงที่สุดในโลก คือตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมิใช่เรื่องง่าย พูดอีกแบบคือมันเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย มิใช่ในแง่ของการก้าวเดินทรงตัวบนเส้นลวดบ้างๆ เพียงเส้นเดียวที่ระดับความสูงหลายพันฟุต โดยไร้อุปกรณ์ป้องกันภัยใดๆ เพราะถึงอย่างไร เราก็เชื่อว่าพระเอก เมื่อขึ้นไปยืนบนนั้นแล้ว ยังไงก็ต้องก้าวเดินไปได้อยู่ดี แต่สิ่งที่ถือเปนอุปสรรคจริงๆ ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถนำลวดขึ้นไปขึงบนยอดตึกแฝดแห่งนั้นได้ต่างหาก
ความสนุกอีกอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ นอกจากการได้เห็นลีลาการไต่ลวดของพระเอกแล้ว คือการเฝ้าดูปฏิบัติการบุกตึกเวิลด์เทรดฯ ของพระเอกกับคณะร่วมก่อการในการนำลวดขึ้นไปขึงบนยอดตึก ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องมีการวางแผนการอย่างชัดเจน ละเอียดรอดคอบ รัดกุม โดยต้องอาศัยการทำงานเปนทีม เพื่อให้ภารกิจดำเนินไปอย่างลุล่วง #อดคิดไม่ได้ว่าการรักษาความปลอดภัยของตึกมันหละหลวมมาตั้งแต่ยังไม่เปิดใช้งานเลย *__*
พูดอีกแบบหนึ่งคือ แม้ว่าภารกิจไต่ลวดข้ามตึกเวิลด์เทรดฯ จะมีจุดเริ่มต้นจากความบ้าระห่ำส่วนตัวของ ฟิลิป เปอทีท (โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์) ก็จริง แต่ลำพังเขาเพียงคนเดียวย่อมไม่อาจทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน หากปราศจากความร่วมแรง่วมใจของทีมงานที่น่าจะต้องมี 'ลูกบ้า' กล้าทำอะไรเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง #บางคนก็ถึงขั้นเสี่ยงตาย -_-' ไม่น้อยไปกว่าเขาเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าทุกคนต้องพร้อมใจกันทำผิดกฎหมาย ด้วยการแอบลักลอบเข้าไปในตึกโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลายคนก็แทบจะไม่ได้ผลประโยชน์หรือมีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ จากการกระทำอันเสี่ยงต่ออิสรภาพของตนเลยแม้แต่น้อย ทว่าทุกคนก็ดูจะยินดีที่มีโอกาสได้ร่วมเปนส่วนหนึ่งในการสนับสนุน-ส่งเสริม-ผลักดันให้คนๆ สามารถบรรลุถึงความฝันอันสูงสุดในชีวิตได้อย่างงดงาม
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าคนอเมริกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องสูญเสียญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงคนรู้จักไปในเหตุวินาศกรรม 9/11 ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ได้เห็นตึกเวิลด์เทรดฯ แบบใหญ่ๆ ชัดเจนเต็มตาแล้วจะรู้สึกสะเทือนอกสะเทือนใจกันสักขนาดไหน #ส่วนตัวคิดว่ามาก! เพราะถึงแม้ว่าในหนังจะไม่มีการเอ่ยพาดพิงถึงเหตุการณ์ร้ายกาจที่สะเทือนขวัญสะเทือนอารมณ์คนทั้งโลกแม้สักนิดก็จริง แต่ทุกคนก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าในความเปนจริง ไม่มีตึกแฝดคู่นั้นอีกต่อไปแล้ว และการไม่มีของมันก็นำมาซึ่งความสูญเสียมากมายจนไม่อาจประเมินค่าได้ (แต่ดูจากรายได้ในอเมริกาก็น่าจะพอเดาได้ไม่ยากว่าคนดูอเมริกันให้การตอบรับกับหนังสักแค่ไหน)
แต่ถ้าพูดตามประสาคนดูหนังตาดำๆ ในประเทศโลกที่สาม ซึ่งแน่ใจว่าชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันได้ไปเห็นตึกแฝดด้วยตาตนเอง #ไม่ว่ามันจะยังอยู่หรือไม่ก็ตาม ^^ ขอบอกว่าการได้เห็นตึกเวิลด์เทรดฯ แบบใกล้ๆ ชัดๆ เต็มสองลูกตานั้นเปนอะไรที่น่าตื่นตะลึงเอามากๆ หลายฉากถึงขนาดลุ้นระทึกจนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว น่าตื่นเต้นมาก แนะนำให้ไปดูโรง IMAX นะฮะ เพราะความเสียวนั้นมันช่างเกินบรรยายจริงๆ... :'-P

No comments:
Post a Comment