Monday, May 18, 2015

MAD MAX: FURY ROAD (2015)

MAD MAX: FURY ROAD
(George Miller, 2015)

สนุกโคตรๆอะ! ดูแล้ว 'มันส์' สัสๆ!! แบบว่าเปิดเรื่องมาไม่เท่าไรก็อัดฉากแอ็คชั่นเข้าใส่คนดูแบบไม่ให้ทันตั้งตัว จากนั้นก็ละเลงแบบ non-stop ไปจนจบ แทบจะไม่ให้หายใจหายคอกันเลย ดูแล้วอึ้ง-ทึ่ง-ตะลึง-ตึงโป๊ะสุดๆ งงเบยว่าทำออกมาได้ยังไง...หนังแอ็คชั่นความยาวสองชั่วโมง แต่ดูแล้วรู้สึกว่ามันสั้นแค่ครึ่งชั่วโมง ^^ แล้วฉากแอ็คชั่นฟัดกันตลอดเรื่องก็เกิดขึ้นบนรถที่กำลังแล่นฉิวอยู่กลางทะเลทราย ยิ่งดูก็ยิ่งลุ้นระทึกด้วยความหวาดเสียว แถมคนทำหนังก็ช่าง 'ดีไซน์' ฉากต่อสู้แอ็คชั่นในหนังได้สุดยอด คือมีนั่น-นี่-โน่นออกมาเรียกร้องความสนใจ ให้คนดูรู้สึกตื่นเต้น-ตื่นตา-ตื่นตัวได้ตลอดตั้งแต่ซีนแรกยันซีนสุดท้าย พูดอีกแบบคือมีของให้เล่น ให้หยิบออกมาโชว์เยอะมาก ที่ชอบสุดๆคือที่มันให้คนขึ้นไปโหนตัวบนเสา แล้วเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเพื่อให้หย่อนตัวลงไปบนรถอีกคัน ดูหยั่งกะ Circ Du Soleil ยังไงยังงั้น!


ยอมรับเลยว่าผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ เก่งสุดๆ (นี่คือคนเดียวกับที่กำกับหนังชิคๆ The Witches of Eastwick, หนังดราม่า Lorenzo's Oil รวมถึงหนังน่ารักๆ Babe ภาคสอง และ Happy Feet หราาาาา ^^) เพราะเอาคนดูไว้ได้อยู่หมัดมากๆ ดูแล้วไม่รู้สึกเบื่อเลย ทั้งที่ตลอดเรื่องก็มีแต่ขับรถไล่ล่าฆ่ากัน ยิงถล่มกันหูดับตับไหม้กลางทะเลทรายแห้งแล้งสุดลูกหูลูกตา แถมตัวละครก็แต่งเนื้อตัว-หน้าตาหาความเจริญหูเจริญตาใดๆมิได้ แต่ทักษะคนกำกับหนังมันเข้าขั้นสุดยอดแล้วไงฮะ เลยทำให้ทุกภาพทุกช็อตที่ปรากฏบนจอ มีพลังดึงดูดให้ติดตามได้ตลอด #ทั้งที่รำคาญแว่นสามมิติกับแสงบนจอที่ถูกลดความสว่างจนทำให้หนังดูมืดๆมัวๆอะนะ :O 

แต่ถึงแม้ว่าหน้าหนังจออกมาในแนวเปนหนังที่ 'ดูเพื่อเอามันส์' อย่างเดียว แต่เนื้อเรื่องก็พูดถึงสังคม วิพากษ์วิจารณ์การถือครองอำนาจของผู้ปกครองขี้ฉ้อ ที่เอารัดเอาเปรียบกดขี่ประชาชนผู้อยู่ใต้การปกครองอย่างอยุติธรรม โดยเฉพาะเพศหญิงอันทำให้พวกเธอต้องลุกขึ้นปลดแอกตนเองในที่สุด สะใจมากที่ได้เห็นมันตายตอนจบแบบหมาข้างถนน #สปอยล์แค่นี้จะเปนไรมากมั้ยนี่ #ก็น่าจะรู้ๆกันอยู่แล้วใช่ปะว่าหนังตลาดๆแบบนี้มันให้ตัวร้ายตายตอนจบทั้งนั้นแหละ

ชาร์ลิซ เธรอน ดูเท่มากๆ สวมบทอีโล้นซ่าแขนเดียวที่สง่างามซะไม่มี #หลงรักนางเปนรอบที่ล้าน เล่นดีฝุดๆ ไม่ว่าจะบทแอ็คชั่นต่อยตีหรือบทดราม่า เล่นได้ดีงามทุกฉากจนกลบรัศมี ทอม ฮาร์ดี้ ซึ่งควรจะต้องเด่นกว่าเพราะเปนตัวละครชื่อเดียวกับชื่อหนัง-ให้กลายเปนแค่ตัวประกอบแทน คือแทบว่าจะไม่ได้แสดงอะไรเท่าไหร่ นอกจากบู๊บ้าพลัง กับทำเสียงหึๆ หงึกๆ ในคอ #แบบเดียวกับที่เคยทำในเรื่องLawlessราวกับถอดแบบคาแร็คเตอร์กันมา ^^

แต่คนที่ 'เจิด' สุดๆคือ นิโคลัส โฮลท์ ที่ปรกติก็ตัวขาวจั๊วะอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ต้องโดนเมคอัพจนตัวขาววอกเปนตูดลิง แต่นั่นจะลดทอนความหล่อเลอค่าให้เบาบางลงก็หาไม่ #เสียดายว่าน่าจะไปอึ๊บกล้ามให้ล่ำขึ้นอีกนิดก็จะดูเลอค่ายิ่งกว่านี้ ^o^ แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่เลอค่ายิ่งกว่าการมีกล้ามล่ำของน้องโฮลท์ คือฝีมือการแสดงที่ถ่ายทอดความเปนตัวละครออกมาได้อย่างเข้าถึง-ชัดเจน-จะแจ้งมากๆ ทั้งสีหน้าและแววตาแบบว่าดูวิกลจริต-เพี้ยนๆ-น่าสะพรึงยิ่งกว่าตอนเปนซอมบี้ใน Warm Bodies แถมยังได้เล่นบทแนว 'โจรกลับใจ' เลยมีฉากที่ต้องเปลี่ยนบุคลิกจาก 'เลวร้ายกลายเปนดีงาม' ให้ดูด้วย แต่ก็ยังเก็บบุคลิกความ 'บ้าคลั่ง' ซ่อนไว้ในแววตาอยู่ตลอด ตอนซีนสุดท้ายของน้องนี่แบบว่า #ร้องไห้หนักมากกกกกก T___T

จะว่าไป หนังเรื่องนี้ก็อาจนับเข้าหมวดหมู่เปนหนัง Exploitation Film ได้อยู่นะฮะ เพียงแต่มันเปนหนังทุนสูงก็เลยไม่ค่อยมีใครมองว่ามันเปนหนังแบบนั้น [เคยเขียนถึงหนังแบบนี้ไปหน่อยนึงแล้วในรีวิว 'ผีห่าอโยธยา' http://movieslightupnongmodslife.blogspot.com/2015/05/blog-post.html ] แบบว่าหนังมันขายความรุนแรงแบบไม่บันยะบันยังตลอดทั้งเรื่อง ดูแล้วหัวใจจะวายเพราะหายใจไม่ทัน แถมยังมีผู้หญิงเซ็กซี่ในชุดผ้าพลิ้ว มาเดินปลิวว่อนโชว์หุ่นอะร้าอร่ามให้ดูตลอด (ดีตรงที่มันเกี่ยวเนื่องกับประเด็นเฟมินิสม์ที่หนังต้องการพูดด้วย ไม่ใช่สักแต่ใส่เข้ามาแบบหนังบางเรื่อง) ทั้งยังแสดงทัศนคติถึงประเด็นทางสังคมการเมืองไว้ในหนังอย่างชัดเจน #อ้างอิงจากคอมเมนต์ของรุ่นน้องนักวิจารณ์ท่านหนึ่ง

เพราะงั้น ถ้าอยากรู้ว่าหนัง Exploitation Film 'ชั้นดี' เปนอย่างไรก็ต้องดูเรื่องนี้ แต่ถ้าอยากรู้ว่า 'ชั้นเลว' เปนอย่างไร เชิญไปดูหนังไทยที่เข้าฉายในห้วงเวลาเดียวกัน... :'-P

Photo credit : http://www.photoshopcreative.co.uk/image/63515/madmax_fury_road

No comments: