13 HOURS:
THE SECRET SOLDIERS OF BENGHAZI
(Michael Bay, 2016)
บอกตรงๆละกันฮะ ว่าส่วนตัวไม่ค่อยชอบดูหนังสงคราม ไม่เคยรู้สึกสนุกหรือมีอารมณ์ร่วมใดๆไปกับหนังแนวนี้เลย เรื่องนี้เช่นกัน แต่คอหนังสงครามอาจชอบก็ได้นะฮะ เพราะหนังก็มีฉากแอ็คชั่น ยิงกันตูมตาม ดุเดือดเลือดพล่าน ถล่มทลาย หูดับตับไหม้อยู่เปนระยะ #ใช้คำขยายเยอะไปมั้ย ^_^ ซึ่งช่วยให้หายง่วงได้ตามสมควร แต่ถึงงั้นก็ยังเผลอหลับตอนต้นไปหน่อยนุงอยู่ดี คิคิ
เคยอ่านเจอว่าเรื่องนี้เปนโปรเจ็คท์ที่ ไมเคิล เบย์ กระสันจนตัวสั่นงันงกอยากทำ! ถึงขนาดยื่นเงื่อนไขกับสตูดิโอว่าถ้ายอมให้ทำเรื่องนี้ เขาจะยอมกำกับ ทรานสฟอร์เมอร์ ภาคต่อไป ทางสตูฯเลยต้องเซย์เยส เพราะถ้าไม่เยส โอกาสที่ตนเองจะได้โกยเงินมหาศาลในอนาคตอาจหายวับไปกับตา แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าคงจะไม่ได้กำไรจากเรื่องนี้กลับคืนมาซะเท่าไหร่ เผลอๆอาจขาดทุนด้วยซ้ำ!
ก็ไม่รู้เหมือนกันเนาะฮะ ว่าพี่เบย์มี PASSION อันใดกับเรื่องราวภารกิจเสี่ยงตายของทหารลับในเบงกาซีนี้นักหนา มองในแง่บวกก็คงเปนเพราะต้องการนำวีรกรรมของพวกเขาที่ร่วมกันยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูที่เขามารุกรานอย่างหนักหน่วง และสามารถนำพลเรือนอเมริกันในความอารักขาของตน หลบหนีออกจากช่วงเวลาแแห่งความเปนความตายมาได้โดยสวัสติภาพ เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่ายังมีคนเก่งคนกล้าอันสมควรแก่การยกย่องชื่นชมอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะถูกลืมเลือนไปตลอดกาล (แม้จะมีคนนำไปเขียนหนังสือแล้วก็เถอะ แต่โอกาสที่จะไปถึงมวลชนในวงกว้างก็ยังถือว่ายากเย็นอยู่ดี)
แต่ก็เนาะ! น้องมอดดันเปนคนไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองระหว่างประเทศเสียด้วย (ขนาดในบ้านเราเองยังรู้แค่งูๆปลาๆ ถือคติว่าฝ่ายไหนพวกมากกว่า มีแววว่าจะได้ชัยชนะในท้ายที่สุด ก็เฮโลตามๆเค้าไป #รู้รักษาตัวรอดเปนยอดดี 555+) เลยไม่เก็ทว่าเพราะเหตุใด สถานทูตสหรัฐฯ จึงถูกกองกำลังติดอาวุธชาวลิเบียบุกยึด จนท่านทูตต้องหนีหัวซุกหัวซุนและล้มตายลงอย่างน่าเวทนา ซึ่งก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเปนเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าไป 'เผือก' หรือแทรกแซงกับการเมืองในประเทศเค้าก่อนหรือเปล่า เลยโดนจัดกลับคืนมาแบบนี้
แต่ก็อีกแหละ ถึงจะรู้หรือไม่รู้เรื่องการเมือง น้องมอดก็ดูหนังเรื่องด้วยความรู้สึกแอบเห็นอกเห็นใจฝ่ายกองกำลังติดอาวุธชาวลิเบีย เพราะดูฟอร์มแล้วเห็นได้ชัดว่า 'บ้านๆ' กว่าฝ่ายทหารอเมริกันอย่างทาบไม่ติด จะมีข้อได้เปรียบกว่าก็ตรงที่มีจำนวนคนมากกว่ากับมีอาวุธใหญ่กว่าเท่านั้น นอกนั้นคือด้อยกว่าแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเปนความเชี่ยวชาญในการรบ เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เกราะป้องกันตัว และอาวุธที่ค่อนข้างทรงประสิทธิภาพกว่า ฉากที่ทหารอเมริกันเล็งยิงฝ่ายตรงข้ามที่ลักลอบบุกเข้ามาในตอนกลางคืนนั้น แม้จะมองว่าก็เปนเรื่องชอบธรรมที่ทหารอเมริกันต้องป้องกันตัว แต่เห็นแล้วก็สลดใจเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าฝ่ายลิเบียนั้นแลดูเสียเปรียบทุกด้าน
นั่งๆดูไปเลยไม่รู้จะเอาใจช่วยฝ่ายไหนดี แถมยังรู้สึกหมั่นไส้ทหารอเมริกันขึ้นหน่อยๆอย่างช่วยไม่ได้ ตอนที่คนหนึ่งพูดว่า "เรามีแว่นมองเห็นในที่มืด แต่พวกมันไม่มี" เลยอดไม่ได้ที่รู้สึกสะใจและแอบสมน้ำหน้า เมื่อเห็นพวกอเมริกันโดนปืนครกถล่มจนเละราบคาบ จนพูดได้ว่าพ่ายแพ้ยับเยิน อดคิดไม่ได้ว่าฝ่ายลิเบียคงจะคิดเหมือนกันว่า "พวกกูมีปืนครก แต่พวกมึงไม่มี ถถถถถ..."
พี่เบย์ก็ยังคงเปนพี่เบย์อยู่เหมือนเดิมนะฮะ คือชอบทำหนังยาวๆ ซึ่งมิได้ยากด้วยเนื้อหาสาระ แต่ยาวเพราะภาพสวยๆ ดูเท่-เก๋-กู๊ดสุดๆ (แต่ไม่ช่วยเล่าเรื่องหรือสื่อความหมายใดๆเลย) ที่บรรจงยัดใส่เข้ามามากมาย ทำให้หนังยาวยืดและน่าเบื่อหน่ายขึ้นโดยไม่จำเปน มีความรู้สึกว่าถ้าตัดภาพแนวเอ็มวี #อาชีพเก่าของพี่เบย์เค้าละ ^o^ ออกไปให้หมด หนังอาจจะดูกระชับขึ้น ประหยัดเวลาชีวิตคนดูไปได้อย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมงเปนแน่แท้ แถมอาจทำให้หนังดูสนุกตื่นเต้นขึ้นก็ได้
ไม่มีอะไรจะพูดละ! เรื่องดราม่าครอบครัวพระเอกที่ใส่เข้ามานั้น ว่าต้องลูกทิ้งเมียมาเสี่ยงตายรบอยู่ต่างแดน จะมีโอกาสได้กลับไปอีกหรือเปล่านั้น ดูแล้วก็เฉยๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมใดๆ ชวนให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจเลย หนึ่งคือมันเปนดราม่าซ้ำๆซากๆที่เล่ากันบ่อยแล้วในหนังสงครามแทบทุกเรื่อง คือทหารทุกคนต้องมีใครสักคนอยู่เบื้องหลังให้คิดถึง ห่วงหาอาทร บลาๆๆ เสมอ! สองคือเห็นครอบครัวพระเอกแล้วก็กลุ้มใจ ว่าจะลูกดกอะไรกันนักหนา มีออกมาสองคนก็แทบเลี้ยงไม่ไหวแล้ว #แถมซนชิบหาย! เพราะฐานะก็ยอบแยบ มีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายยุบยิบไปหมด นางเมียยังจะปล่อยให้ท้องขึ้นมาอีกคน แต่หนังก็พยายามทำให้ดูโรแมนติก โดยให้พระเอกแสดงอาการปลื้มปริ่มดีใจที่จะมีลูกเพิ่มซะงั้น #เปนบ้า! คือก็เข้าใจเนาะฮะ ว่ามันเปนวิธีการเร้าอารมณ์ในเชิงดราม่า เพื่อให้คนดูลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร หรืออะไรก็ว่ากันไป
แต่ถ้าทำออกมาแล้วไม่เนียน แทนที่คนดูจะรู้สึกเห็นใจตัวละคร (แต่มองว่าผู้กำกับทำหนังเก่งจุง) ก็จะกลับเปนรู้สึก 'สมเพช' เหมือนที่น้องมอดรู้สึกกับหนังเรื่องนี้แหละฮะ... :'-P

No comments:
Post a Comment