Thursday, December 25, 2014

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก (พ.ศ. ๒๕๕๗)



สตรีเหล็ก ตบโลกแตก
(พจน์ อานนท์, พ.ศ. ๒๕๕๗)

ก็ไม่รู้สินะฮะ แต่ถ้าเทียบกับเรื่องที่แล้ว 'ว้ายเป้งง เก้งกระหึ่มโลก' เรายังรู้สึกว่าเพลินกับหนังได้มากกว่า แบบว่าเรื่องนี้มันออกจะเอะอะมะเทิ่งมากๆ พูดให้ชัดๆคือ เสียงดังหนวกแทบทุกนาที เพราะตัวละครกะเทยทั้งหลายคอยแต่จะกรี๊ดกร๊าดใส่กันตลอดเวลา ไม่เข้าใจว่ามันจะแหกปากใส่กันทำไม พูดแบบคนธรรมดาๆพูดกันไม่ได้หรือไร ถึงต้องมี 'ดราม่า' ใส่กันตลอด

แต่คิดอีกที มันคงเปนธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ที่มองจากสายตาของผู้กำกับละมัง (ตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าคนสร้างงานมองโลกและสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยสายตา ด้วยความคิด มุมมอง และทัศนคติแบบใด เรื่องพวกนั้นก็ย่อมสะท้อนออกมาในผลงานที่เขาทำนั่นแหละ ^^) แบบว่ามันเปนวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม เจอหน้ากันต้องมีกรีดเสียง ต้องจิกตา จิกกัดด่าทอกันก่อน เพื่อแสดงความเปนพวกเดียวกัน เหมือนคนไทยเจอกันก็ต้องยกมือสวัสดี อะไรเทือกนั้น ซึ่งถ้ามีแค่คนสองคนก็ยังพอทนไหว แต่นี่มันตั้งหกเจ็ดคน เลยออกจากเวียนหัวเวียนหูอยู่สักหน่อย แต่นี่ก็เปนสิ่งที่ปรากฏในหนังกะเทยของพจน์ อานนท์ทุกเรื่องอยู่แล้วนี่เนาะ คือตัวมีตัวละครกะเทยเยอะๆมาแย่งกันพูด ให้ฟังแล้วรู้สึกวุ่นวายเอะอะเอ็ดตะโรอยู่ตลอดเวลา

Sunday, December 14, 2014

คิดต่ออีกนิดกับ 'ไอฟาย...แต๊งกิ้ว เลิฟยู้' (พ.ศ. ๒๕๕๗)



คิดต่ออีกนิดกับ
'ไอฟาย...แต๊งกิ้ว เลิฟยู้' (พ.ศ. ๒๕๕๗)

คือแบบว่าาาาา...คราวก่อนน้องมอดออกจะรีบร้อนเขียน รีบร้อนโพสต์ไปหน่อยอะฮะ ^^ เห็นชาวบ้านเค้ารีวิวกันโครมครามๆ เราจะมัวช้าเชื่องเอื้องหลวงอยู่หาได้ไม่! เลยตัดสินใจเอาความไวเข้าสู้ #ก็นี่มันยุค4Gแย้วน้ออออ เขียนได้แค่ไหนก็แค่นั้น เพราะเด๋วมันก็จะผ่านเลยไปเมื่อมีสเตตัสใหม่ๆ Feed เข้ามา... เลยยังไม่ได้พูดในสิ่งที่ตั้งใจจะพูด #นี่ๆเชื่อปะว่าที่พล่ามไปคราวก่อนน่ะมันเปนแค่ช่วงอินโทรเท่านั้นเอง ^o^ พอจะวกเข้าเรื่องที่อยากพูด มันดันเขียนต่อไม่ได้ดื้อๆซะละงต้องกดส่งไปเท่าที่เขียนออก ณ โมเม้นต์นั้น ทั้งที่ในใจยังมีอะไรค้างๆคาๆ เหมือนอาหารไม่ย่อย เลยต้องลุกขึ้นมานั่งคิดนั่งเขียนจนถึงบรรทัดนี้ ซึ่งก็แลดูว่าจะ 'อินโทร' นานจนหาทางวกเข้าเรื่องไม่ได้อีกตามเคย 55555

เอาละฮะ! ได้เกริ่นมาอย่างโยกโย้-โอ้เอ้-โก้เก๋พอสมควร ขอเข้าประเด็นที่อยากพูดถึงหนังเสียที แต่ บอกอีกทีละกัน ว่าชอบหนังมากๆ มิใช่เพราะว่ามันเปนหนังดีงาม แต่เพราะมันเปนหนังตลก! ที่ทำออกมาแล้วตลก!!

Thursday, December 11, 2014

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (พ.ศ. ๒๕๕๗)



ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้
(เมษ ธราธร, พ.ศ. ๒๕๕๗)

สนุกดีฮะ! แบบว่าดูไปหัวเราะไปได้เต็มที่ เพราะว่ามันเปนหนังตลกที่ทำออกมาแล้วตลก!! ซึ่งสำหรับน้องมอดถือว่าโอเคมากๆแล้วนะฮะ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าอะไรมันจะหายนะทางอารมณ์ได้เท่ากับดูหนังตลกที่ไม่ตลก และ/หรือ ตลกฝืด ย่อมไม่มี!!! เพราะงั้น เลิกคำนึงไปได้เลยว่าหนังเรื่องนี้จะมีความดีงาม เลอค่าทางด้านเนื้อหา อันจะช่วยระดับความลึกซึ้งในอารมณ์-สังคม-จิตใจของผู้ชมให้งดงามกว่าที่เปนอยู่ เพราะมันออกจะหาเจอได้ยากเย็นยิ่ง เอาแค่ให้คนทำหนังทำฉากตลกออกมาให้ดูแล้วขำ หัวเราะก๊ากๆไปกับ 'ซิท' แต่ละซิท และ/หรือ มุมตลกแต่ละมุกที่ร้อยเรียงระดมกันเข้ามาเปนห่าฝน โดยที่ไม่ต้องฝืนใจหัวเราะหึๆ ก็นับว่าเปนบุญนักหนาแร้ววววววว....

Tuesday, December 9, 2014

DEAR KITTY : ไปดู BIG HERO 6


คิตตี้ที่รัก

น้องมอดไปดู Big Hero 6 มาแล้วละ สารภาพเลยว่ามีฉากที่ทำให้น้องมอดน้ำตาซึมด้วยแหละ คือฉากที่ ฮิโระ พระเอกของเรื่องเอาแต่นั่งเศร้าหดหู่ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เพราะทำใจยอมรับการสูญเสียพี่ชายไปอย่างไม่คาดฝันไม่ได้ ซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้เปนฉากดราม่าบีบคั้นอารมณ์รุนแรงอะไรนักหนาหรอก แต่น้องมอดดัน 'อิน' เกินกว่าเหตุไปเอง เพราะดันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าน้องมอดต้องสูญเสียคนที่รักมากที่สุดไปอย่างไม่ทันตั้งตัว น้องมอดอึ้งและทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ T__T

โดยเฉพาะฉากที่ เบย์แม็กซ์ มายืนถาม ฮิโระ ว่าถ้าให้เลือกระดับ 1-10 ความเจ็บของคุณอยู่ระดับไหนด้วยน่ะ น้องมอดแทบจะปล่อยโฮเลย เพราะนึกถึงฉากตอนท้ายเรื่อง The Fault in Our Stars ที่นางเอกแต่งชุดดำยืนอยู่หน้ากระจก แล้วเล่าว่าที่นางเคยตอบพยาบาล ตอนนอนพะงาบๆอยู่ในโรงพยาบาลว่าระดับ 9 ทั้งที่จริงคือแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ก็เพราะต้องการจะเก็บระดับ 10 ไว้ตอนนี้...ตอนนี้ที่พระเอกจากไปอย่างไม่มีวันกลับนี่แหละ

Friday, December 5, 2014

EXODUS: GODS AND KINGS (2014)



EXODUS: GODS AND KINGS
(Ridley Scott, 2014)

สนุกดีฮะ! ดูเพลินเลยแหละ คือหนังมันยิ่งใหญ่ อารยะนันท์ เอ๊ย! ไปเอ่ยชื่อดาราเก่าทำไม #เด็กยุคนี้ไม่มีใครรู้จักแย้ววววว ^^ งั้นพูดใหม่เปนว่า หนังมันยิ่งใหญ่-อลังการ-โอฬาริกมากมาย คือจำลองฉากพระราชวังและบ้านเมืองอียิปต์ยุคโบราณออกมาได้น่าทึ่งตะลึงลาน เพราะมันสดใสสวยงามและเหมือนภาพที่เคยเห็นไปเสียทุกสิ่งอย่าง นั่งๆดูไปก็ระลึกชาติไปถึงหนังมหากาพย์ หรือหนังเอพิคเก่าๆที่เคยได้ดูไปด้วย ซึ่งก็ได้ดูอยู่ไม่กี่เรื่องหรอกฮะ และได้ดูจากจอโทรทัศน์ทั้งนั้น

เหตุผลก็เพราะว่าน้องมอดดันเกิดช้าไป เลยโตไม่ทันได้ดูหนัง 'ลิเกฝรั่ง' อย่าง Cleopatra หรือ Ben-Hur ในโรง ซึ่งเคยอ่านเจอว่าฉายด้วยระบบซีเนราม่า-ซีนีม่าสโคป-ท็อดด์ เอโอ-70 มม. บลาๆ กันเลยแหละ พูดง่ายๆคือมันโหญ่โตตระการตาฝุดๆ (เพิ่งได้อ่านว่า อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน เขียนลงในนิตยสาร #Flickz ฉบับปฐมฤกษ์ ว่าการดูหนังในโรง ยุคที่ยังไม่มีวิดีโอ-เลเซอร์ดิสก์-วีซีดี-ดีวีดี-บลูเรย์ และยูทูป มันไม่ใช่แต่การดูหนังธรรมดา แต่มันคือ "ประสบการณ์ชีวิต" #ซึ่งก็เปนเช่นนั้นจริงๆฮะ ^_^) จนเลิกหวังไปนานแล้วว่าตนเองจะมีโอกาสได้ดูหนังเอพิคยิ่งใหญ่แบบที่ว่ามา เนื่องจากโรงหนังทุกวันนี้มีแต่จะเล็กลงๆ ส่วนโรงใหญ่ๆก็ปล่อยให้พวกขายตรงมาเช่าทำกิจกรรมโน่นนี่มิได้ขาด :p

Wednesday, December 3, 2014

สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก (พ.ศ. ๒๕๕๗)





สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก
(พุฒิพงษ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร, 
พ.ศ. ๒๕๕๗)

หนังสนุกพอใช้ได้ แต่เฉพาะช่วงต้นๆเรื่องเท่านั้นนะฮะ คือช่วงที่ให้น้องตุ๊ดสามใบ(ไม่)เถา ออกมาเล่นมุกจิกกันด่าทอกันฉันเพื่อนรักนั่นน่ะ บอกตรงๆเลยว่าชอบมากกกกกก! นั่งฮาตลอด จนนึกอยากให้มีคนเอาเฉพาะน้องสามตุ๊ดนี้ไป spin off เปนหนังอีกเรื่องหนึ่ง จะใช้ชื่อว่า 'จิ๋มเล็กเล็กของตุ๊ดเด็ก' หรืออะไรก็ว่ากันไป เพราะเท่าที่ดูจากในหนัง ก็แลดูว่าแต่ละนางจะมีบุคลิกที่ต่างกันชัดเจน จนน่าจะนำมาขยาย-แตกไลน์กลายเปนหนังอีกเรื่องได้ แต่ขอไว้ก่อนเลยว่าต้องเปนหนังตลกเท่านั้นนะฮะ  #จะรีบไปเข้าแถวรับบัตรรอบสื่อเปนคนแรกเลย 55555555...

อ่อ และขอไว้อีกอย่างด้วยนะ ว่าอย่าได้พยายามใส่ประเด็นความแตกต่างทางเพศ คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ใครอยากเปนอะไรก็ปล่อยให้เปน บลาๆ อย่างที่นำเสนอไว้ในหนังเรื่องนี้เลย ถึงจะเข้าใจว่าเปนการพูดรวมๆกันระหว่างเรื่องความเปนตุ๊ด กับการเปนลูกที่ถูกพ่อบังคับ แต่เท่าที่เห็นในหนังมันแลดู 'ยัดเยียด' ไปหน่อย นั่งๆดูไปก็รู้สึกอึดอัดปนรำคาญว่าจะมาพร่ำๆคร่ำครวญอะไรกันนักหนาอะ #ฟังแล้วเพลียหู