Friday, December 5, 2014

EXODUS: GODS AND KINGS (2014)



EXODUS: GODS AND KINGS
(Ridley Scott, 2014)

สนุกดีฮะ! ดูเพลินเลยแหละ คือหนังมันยิ่งใหญ่ อารยะนันท์ เอ๊ย! ไปเอ่ยชื่อดาราเก่าทำไม #เด็กยุคนี้ไม่มีใครรู้จักแย้ววววว ^^ งั้นพูดใหม่เปนว่า หนังมันยิ่งใหญ่-อลังการ-โอฬาริกมากมาย คือจำลองฉากพระราชวังและบ้านเมืองอียิปต์ยุคโบราณออกมาได้น่าทึ่งตะลึงลาน เพราะมันสดใสสวยงามและเหมือนภาพที่เคยเห็นไปเสียทุกสิ่งอย่าง นั่งๆดูไปก็ระลึกชาติไปถึงหนังมหากาพย์ หรือหนังเอพิคเก่าๆที่เคยได้ดูไปด้วย ซึ่งก็ได้ดูอยู่ไม่กี่เรื่องหรอกฮะ และได้ดูจากจอโทรทัศน์ทั้งนั้น

เหตุผลก็เพราะว่าน้องมอดดันเกิดช้าไป เลยโตไม่ทันได้ดูหนัง 'ลิเกฝรั่ง' อย่าง Cleopatra หรือ Ben-Hur ในโรง ซึ่งเคยอ่านเจอว่าฉายด้วยระบบซีเนราม่า-ซีนีม่าสโคป-ท็อดด์ เอโอ-70 มม. บลาๆ กันเลยแหละ พูดง่ายๆคือมันโหญ่โตตระการตาฝุดๆ (เพิ่งได้อ่านว่า อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน เขียนลงในนิตยสาร #Flickz ฉบับปฐมฤกษ์ ว่าการดูหนังในโรง ยุคที่ยังไม่มีวิดีโอ-เลเซอร์ดิสก์-วีซีดี-ดีวีดี-บลูเรย์ และยูทูป มันไม่ใช่แต่การดูหนังธรรมดา แต่มันคือ "ประสบการณ์ชีวิต" #ซึ่งก็เปนเช่นนั้นจริงๆฮะ ^_^) จนเลิกหวังไปนานแล้วว่าตนเองจะมีโอกาสได้ดูหนังเอพิคยิ่งใหญ่แบบที่ว่ามา เนื่องจากโรงหนังทุกวันนี้มีแต่จะเล็กลงๆ ส่วนโรงใหญ่ๆก็ปล่อยให้พวกขายตรงมาเช่าทำกิจกรรมโน่นนี่มิได้ขาด :p


แต่วันก่อน ขนาดได้ดูเรื่องนี้ในโรงเล็ก ก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับภาพซึ่งชัดเจน-แจ่มแจ๋ว-แวววาว อาจเปนเพราะว่ามันฉายด้วยระบบดิจิตอลละมัง #เกี่ยวมั้ย5555555 ไม่ก็เปนเพราะความเก่งกาจในการทำหนังของ ลุงริดลีย์ สก๊อตต์ เปนแน่ แบบว่าน้องมอดก็ดูหนังที่ลุงกำกับมาหลายเรื่อง มีน้อยเรื่องมากที่จะรู้สึกว่าไม่สนุก-น่าเบื่อ-ชวนหลับ-เอาเวลากูคืนมา! แต่มีความรู้สึกว่าลุงริดฯ คงจะบรรลุแล้วซึ่งการทำหนัง เพราะไม่ว่าจะทำหนังแนวไหนก็ทำออกมาได้ดูสนุกและชวนติดตามตลอด

อย่างเรื่องนี้ ตอนแรกที่รู้ว่าเอา 'บัญญัติ 10 ประการ' มาสร้าง น้องมอดก็ให้นึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันควัน เพราะเคยดูมาตั้งแต่เด็กๆโน่นละ ในรายการมหกรรมหนังพันล้าน #ยังมีอยู่มั้ยอะรายการนี้ไม่ได้ดูมาชาตินึงละ ^0^ และเมื่อหลายปีก่อนก็มีการสร้างเปนอนิเมชั่น The Prince of Egypt ด้วย น้องมอดเลยเฉยๆ ไม่กระตือฯ-กระเหี้ยนกระหือรืออยากดูสักเท่าไหร่

แต่ชะรอยลุงริดฯ คงจะรู้แกวว่าน่าจะมีคนดูหนังจำนวนมหาศาล รู้สึกแบบเดียวกับที่น้องมอดว่าไป ลุงแกเลยทำหนังออกมาอย่างไม่ค่อยจะอะไรมากมาย เปิดเรื่องมาไม่ทันไร ก็ให้ดูฉากรบพุ่งทำสงคราม เพื่อเรียกแขก-แก้ง่วงกันก่อน แล้วจึงค่อยพักเบรคด้วยการปูคาแร็กเตอร์ โดยเฉพาะตัวพระเอก-โมเสส (คริสเตียน เบลล์) ให้ดูน่าเชื่อถือ ให้เห็นว่าเขาเปนเจ้าชายนักรบผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยเมตตา รักความยุติธรรมแลเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะเหล่าทาสที่ถูกกดขี่นั้น เขาจะพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลมากเปนพิเศษ ก่อนที่ความจริงเรื่องชาติกำเนิดจะถูกเปิดเผย กลายเปนเหตุให้เขาต้องโดนเนรเทศ ตุหรัดตุเหร่-ระเหระหน-ระหกระเหินข้ามทะเลทราย จนไปได้เมียและมีลูก ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขพอเพียงสืบมา จนกระทั่งได้รับอาณัติสัญญาณจากพระเจ้าให้เดินทางมาปลดปล่อยชาวฮิบรูให้สิ้นสุดจากความเปนทาสเนิ่นนานนับร้อยๆปีในที่สุด

บอกตามตรงว่าช่วงที่โมเสสโดนเนรเทศ ไปจนถึงตัดสินใจกลับมาเปนผู้นำชาวฮิบรูนั้น ออกจะน่าเบื่อๆนะฮะ *_O ถือเปนช่วงพัก intermission จะลุกไปเข้าห้องน้ำ-แชทไลน์-อัพอินสตาแกรม บลาๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดฉากเด็ดอะไร หนำใจแล้วค่อยกลับเข้ามาดูใหม่เฉพาะฉากภัยพิบัติถล่มอียิปต์ก็ยังได้ฮะ ^^ เริ่มตั้งแต่ฉากฝูงจระเข้ชาละวันบุกกินคนนั่นเลย จากนั้นก็นั่งดูกันไปได้โดยไม่ต้องหลับต้องนอนอีกละ 555555

ก็อย่างที่หลายท่านน่าจะรู้ ว่าน้องมอดเปนคนชอบดูหนังหายนะ (Disaster) ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ฤๅลุงริดฯ คงอยากลองทำหนังหายนะถล่มทลายบ้างกระมัง เพราะก็ทำหนังมาแทบจะทุกแนวแล้วนิเนาะ! แต่ครั้นจะทำหนังหายนะเพียวๆ ก็จะแลดูซ้ำซาก เพราะมีคนชิงทำตัดหน้าไปหลายรายแล้ว ลุงเลยแอบมาทำเนียนๆในเรื่องนี้แทน ซึ่งขอบอกเลยว่าน้องมอดชอบมากๆ ดูแล้วปลื้มจนลืมกลืนน้ำลายกันเลยทีเดียว #เว่อร์ไปเนอะ ^o^ ไม่ว่าจะเปนฉากจระเข้กินคน ลูกเห็บตก โรคระบาด สัตว์น่าขยะแขยงทั้งกบ-แมลงวัน-ตั๊กแตนรุกรานมนุษย์ รวมถึงเทพเจ้าแห่งความตายที่มาคร่าชีวิตเด็กน้อยไปเกือบหมดเมืองภายในคืนเดียว ซึ่งก็น่าจะเปนไปตามที่มีบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ลละมัง แต่พอเอามาทำเปนหนัง ลุงริดฯ ก็พยายามใส่ความเปนเหตุเปนผลลงไปด้วย ดูแล้วก็ขำๆว่าเหมือนกับนั่งดูสารคดีช่อง History Channel ยังไงยังงั้น!

ส่วนฉากที่ถือเปนไฮไลท์สำคัญ หรือพูดอีกอย่างคือ 'ภาคบังคับ' ของตำนาน คือฉากโมเสสแยกทะเลแดงนั้น แม้จะไม่ดูเปนเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แบบในหนังเก่าที่แค่เอาไม้จิ้มปุ๊บ ทะเลก็แยกออกเปนทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ #ขนาดหนังไกรทองบ้านเรายังต้องจุดเทียนระเบิดน้ำเลย ^,^ แต่ก็ชดเชยกันได้ด้วยเทคนิคพิเศษอันดูตื่นตาของกระแสน้ำที่ค่อยๆลดลงจนเห็นพื้นดิน และปิดท้ายด้วยฉากมหาสึนามิถล่มกองทัพอียิปต์จนพินาศ ดูแล้วระทึกมาก จนอยากดูอีกสักหลายๆรอบในโรง IMAX :-P #Interstellarยังไม่ระริกระรี้อยากไปดูเท่าเลยนะฮะ

เอาเปนว่าน้องมอดชอบเรื่องนี้มากฮะ แบบว่าตอนขึ้นต้นเรื่องดูเปนหนังมหากาพย์ แต่พอถึงตอนท้ายดันกลายเปนหนังหายนะไปเสียได้ #ไม่เรียกว่าเก่งก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรละ ส่วนเรื่องศาสนานั้นก็ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ (กันเอาเอง) นะฮะ :p เพราะไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ เลยไม่แน่ใจว่าที่หนังตีความให้พระเจ้าเปนเด็กตัวเล็กๆนั้น มันจะสื่อความหมายแง่ใด (แต่น้องมอดเห็นเด็กแล้วกลับนึกถึง เดเมียน ใน The Omen #อาถรรพณ์หมายเลข6 มากกว่านะฮะ เพราะบุคลิกท่าทางการพูดการจาค่อนไปทางบุตรซาตานเอามากๆ T^T ) แต่ชอบตรงที่หนังให้เห็นว่าโมเสสอาจจะบ้า-ฟั่นเฟือน-เลื่อนเปื้อน-เลอะเทอะ เพราะดันไปยืนพูดอยู่คนเดียวบนภูเขา ตรงตามคอนเซ็ปต์ 'อัจฉริยะ' กับ 'วิกลจริต' นั้นมีพรมแดนเพียงแค่เชือกบางๆกั้นไว้อย่างแท้จริง... :'-P



No comments: