คิตตี้ที่รัก
น้องมอดไปดู Big Hero 6 มาแล้วละ สารภาพเลยว่ามีฉากที่ทำให้น้องมอดน้ำตาซึมด้วยแหละ คือฉากที่ ฮิโระ พระเอกของเรื่องเอาแต่นั่งเศร้าหดหู่ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เพราะทำใจยอมรับการสูญเสียพี่ชายไปอย่างไม่คาดฝันไม่ได้ ซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้เปนฉากดราม่าบีบคั้นอารมณ์รุนแรงอะไรนักหนาหรอก แต่น้องมอดดัน 'อิน' เกินกว่าเหตุไปเอง เพราะดันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าน้องมอดต้องสูญเสียคนที่รักมากที่สุดไปอย่างไม่ทันตั้งตัว น้องมอดอึ้งและทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ T__T
โดยเฉพาะฉากที่ เบย์แม็กซ์ มายืนถาม ฮิโระ ว่าถ้าให้เลือกระดับ 1-10 ความเจ็บของคุณอยู่ระดับไหนด้วยน่ะ น้องมอดแทบจะปล่อยโฮเลย เพราะนึกถึงฉากตอนท้ายเรื่อง The Fault in Our Stars ที่นางเอกแต่งชุดดำยืนอยู่หน้ากระจก แล้วเล่าว่าที่นางเคยตอบพยาบาล ตอนนอนพะงาบๆอยู่ในโรงพยาบาลว่าระดับ 9 ทั้งที่จริงคือแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ก็เพราะต้องการจะเก็บระดับ 10 ไว้ตอนนี้...ตอนนี้ที่พระเอกจากไปอย่างไม่มีวันกลับนี่แหละ
คิดไปคิดมา การที่เราต้องพรากจากคนที่เรารักมากที่สุดไปตลอดกาล มันคือความเจ็บปวดอย่างที่ไม่มีความเจ็บปวดใดจะมาเทียบได้เด็ดขาด! ซึ่งคงเปนด้วยเหตุนี้แหละ น้องมอดก็เลยอินกับฉากที่เล่าไปเสียมากมาย ทั้งที่หนังก็ออกจะสนุกสุขสันต์อยู่พอสมควร แต่ดันกลายเป็นว่าน้องมอดกลับมองมันเปนหนังเศร้าซะงั้น!
เพราะก็มีอีกฉากที่ทำให้น้องมอดเกิดน้ำหูน้ำตาขึ้นมาอีก คือฉากที่หุ่นเบย์แม็กซ์เปิดคลิปที่พี่ชายบันทึกการทดลองทั้งหมดไว้ให้ฮิโระดู เพื่อให้เห็นเจตนารมณ์แท้จริงของพี่ชายในการสร้างหุ่นเบย์แม็กซ์ขึ้นมา จนทำให้ฮิโระเปลี่ยนใจ ล้มเลิกความอาฆาตแค้นที่มีต่อผู้ที่เปนต้นเหตุให้พี่ชายของเขาตาย เลิกทำตัวเปนศาลเตี้ย หันมาช่วยกันจับตัวเจ้าคนเลวคนนั้นส่งให้กฎหมายจัดการแทน ซึ่งหนังก็เฉลยให้รู้ถึงเหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการทำเรื่องเลวร้ายของคนนั้น ว่าเปนเพราะเขาไม่อาจทนแบกรับการสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปตลอดกาลอีกเช่นกัน
น้องมอดเลยอดคิดไม่ได้ ว่าคนเราส่วนใหญ่น่ะนะ ถ้าพูดถึงความตายละก็ ไม่ค่อยจะกลัวกันเท่าไหร่ แต่มักจะกลัวว่าคนที่เรารักต้องตายจากเราไปก่อนเสียมากกว่า ซึ่งถ้าเปนเมื่อก่อนตอนที่อายุน้อยกว่านี้ น้องมอดก็ไม่ได้คิดอะไรแบบนี้หรอก คิดแต่ว่ากลัวตัวเองจะตายเร็วมากกว่า แบบว่ายังเห็นโลกได้ไม่เท่าไหร่เลย แต่ล่วงมาถึงตอนนี้ #ก็ยังไม่เห็นโลกมากสักเท่าไหร่เล้ยยยยย น้องมอดกลับคิดอย่างที่พูดไป คือกลัวจะได้เห็นคนที่น้องมอดรักต้องจากไปก่อน
อาจเปนเพราะน้องมอดรู้รสชาติของเรื่องพวกนี้ดีแล้วก็ได้ เพราะเคยเจอมากับตัวแล้วบ้าง เห็นจากคนโน้นคนนี้บ้าง เลยออกจะรู้ดีว่า การทำใจยอมรับกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นให้ได้นั้น มันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เห็นในหนังในละคร หรือที่ได้ยินไลฟ์โค้ชทั้งหลายพูดหรอก แต่มันกลับต้องใช้เวลายาวนานอย่างที่ไม่รู้ว่า 'เมื่อไหร่ถึงจะทำได้' เอาเลยด้วยซ้ำ
เพราะงั้น ถ้าเลือกได้ระหว่างให้ตัวเองตายก่อนหรือตายทีหลังคนที่รัก น้องมอดคงจะเลือกอย่างแรกมากกว่า เพราะเบื่อที่จะอยู่กับความทุกข์และความเจ็บปวดอีกแล้ว
แต่เราก็เลือกไม่ได้หรอกเนาะ จริงมั้ย คิตตี้...
ย้อนกลับขึ้นไปอ่านตั้งแต่ต้น ก็รู้สึกว่าจดหมายฉบับนี้น้องมอดออกจะ 'ฟูมฟาย' และออกนอกเรื่องไปไกลลับ จนวกกลับเข้าฝั่งไม่ถูก จึงคิดว่าควรต้องจบจดหมายฉบับนี้ก่อน เอาไว้น้องมอดมีจิตใจที่ปลอดโปร่งโล่งสบายกว่านี้ ก็คงจะเขียนเล่าอะไรที่ชวนให้สบายใจมาให้คิตตี้ฟังอีก
รักคิตตี้ที่สุด
น้องมอด
๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
เวลา ๒๒.๒๖ น.


No comments:
Post a Comment