Tuesday, January 20, 2015

AMERICAN SNIPER (2014)



AMERICAN SNIPER
(Clint Eastwood, 2014)

หนังก็ดีฮะ... ดูสนุกตามสไตล์ปู่ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด คือเล่าเรื่องด้วยท่าทีเคร่งขรึม-จริงจัง-หนักแน่น-พุ่งเข้าประเด็นที่ต้องการนำเสนออย่างไม่วอกแวก #พูดราวกับดูหนังปู่มาทุกเรื่องทั้งที่ดูไม่กี่เรื่องเอง ^^ เรื่องนี้พูดถึงเรื่องราวชีวิตพลซุ่มยิงผู้ได้ชื่อว่าสังหารข้าศึกมากที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เขาได้รับการยกย่องเชิดชูในฐานะวีรบุรุษสงคราม เนื่องด้วยสิ่งที่เขากระทำนั้น แม้ว่าจะเปนการเข่นฆ่าผู้คน หรืออีกนัยหนึ่งคือ 'ฆาตกร' แต่มันกลับช่วยปกป้องชีวิตของทหารจำนวนนับไม่ถ้วนที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิ ไม่รวมกับที่เขาช่วยแบบประชิดในท่ามกลางดงกระสุนอีกไม่รู้เท่าไหร่ เห็นได้ในฉากที่มีอดีตทหารผ่านศึกนายหนึ่งเข้ามากล่าวคำขอบคุณเขาที่ช่วยให้ตนมีชีวิตรอดกลับมาหาลูกเมียที่บ้าน แม้จะมาในสภาพในครบ 32 แต่ก็ยังดีกว่าไม่เหลือแม้กระทั่งลมหายใจ ซึ่งนั่นทำให้สถานะของเขาแลดูเปน 'ซูเปอร์ฮีโร่' ในโลกปัจจุบันได้อย่างน่าทึ่ง

Monday, January 19, 2015

FOXCATCHER (2014)



FOXCATCHER
(Bennett Miller, 2014)

ดีงาม! ดีงาม! ดีงาม! พูดเลยว่าดูหนังจบปุ๊บ นึกถึงคำอื่นไม่ออกนอกจากคำนี้ ทั้งที่หนังก็นิ่งๆ-เรื่อยๆ-เนิบเนือย-เฉื่อยแฉะแบบสาหัสสากรรจ์เอาการอยู่นะ แต่ดูแล้วน้องมอดกลับชอบเอามากๆ อาจเปนเพราะว่าดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ง่วงหงุบหงับหลับลึกไปเสียก่อน #อ่านเพิ่มเติมในรีวิวBlackhatจ้ะ ^^ ต่างจากสองหนุ่มที่ไปดูด้วยกันซึ่งหลับระเนระนาดทั้งคู่ #แต่ดันตื่นมาทันดูฉากตุ๋ยตุ่ยพอดีราวกับจงใจตื่นเพื่อฉากนี้! คงเปนเพราะอัดกาแฟเข้าไปสองแก้ว ผลลัพธ์คือตาสว่างไปตลอด แถมยังช่วยให้มีสมาธิในการดูมากขึ้นอีกต่างหาก #คาเฟอีนจงเจริญ เย้! ^_^

Sunday, January 18, 2015

BLACKHAT (2015)


BLACKHAT
(Michael Mann, 2015) 

หนังก็โอเคฮะ แต่ว่า... #ขออนุญาตเวิ่นหน่อยนุงตามฟอร์ม คือช่วงนี้ร่างกายมีตัณหา เอ๊ย ปัญหา! เวลาดูหนังตอนเย็นย่ำหลังเลิกงาน เปนต้องง่วงหงุบหงับ คอพับคออ่อนตลอด เปนแบบนี้มาหลายเรื่องละ ก็นึกแปลกประหลาดตัวเองอยู่นะ ว่าตอนกลางวัน น้องมอดตรากตรำทำงานหนักจนเกินไปฤๅไฉน ร่างกายจึงนี้ดการพักผ่อนขนาดนั้น #โดนแอร์เป่าแค่ไม่กี่นาทีถึงกับหมดสติไม่สมประดีทันที ทั้งที่เจ้านายก็ใจดี๊ดี ปล่อยให้นั่งดูละครดูซีรีส์ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำงานได้ทั้งวัน แต่พอให้มาดูรอบสื่อฯ #โดยที่ไม่ต้องเล่นเกมแย่งที่นั่งกับชาวบ้าน เพื่อเขียนรีวิวลงเพจ ดันหลับอุตุ(ไม่นิยมวิทยา)แทนเสียนี่!! (ปีนี้อดได้แต๊ะเอียแหงมๆน้อ 555+)

Thursday, January 8, 2015

TAKEN 3 (2015)



TAKEN 3
(Olivier Megaton, 2015)

ก็สนุกดีนะฮะ! พูดแบบตอแหลนิดๆ สตอฯหน่อยๆ คือตอนแรกแอบกังวลว่าจะดูไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละคร ว่ามันเคยผ่านเหตุการณ์เสี่ยงอันตรายเดนตายมาขนาดไหน เพราะเชื่อว่าไหนๆก็สร้างมาตั้งสามภาค มันน่าจะมีอะไร refer to ถึงกันบ้างไม่มากก็น้อย (อารมณ์เดียวกับตอนดู The Hobbit 3 นั่นแหละ เพราะภาคสองไม่ได้ดู ภาคแรกถึงได้ดูก็จำอะไรไม่ได้ แถมไม่มีความปลื้มปริ่มอะไรกับมันเปนทุนเดิม แต่ดีที่เนื้อเรื่องภาคสามดูง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ่อนซ่อนเงื่อน แค่ดูให้ออกว่าทัพไหนเปนทัพไหนก็พอ เพราะมันยกมาตีกันตั้งห้าทัพ! เลยพอจะตามเรื่องได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็อาศัยออกจากโรงมาถามๆจากชาวบ้านเอา 55555+)

Saturday, January 3, 2015

THE ONE TICKET ตัวพ่อเรียกพ่อ (พ.ศ. ๒๕๕๗)



THE ONE TICKET ตัวพ่อเรียกพ่อ
(ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, พ.ศ. ๒๕๕๗)

ขอชมก่อนดีกว่า ว่า แดน วรเวช กับ น้องยูเค-ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล เล่นดีทั้งคู่ เคมีเข้ากันมากๆ ดูเข้าขาและกลมกลืนกันดี #แต่ดูเปนพี่น้องมากกว่าจะเปนพ่อลูกนะ ^^ น้องยูเคเล่นเก่งมากๆ แม้จะดูมีบุคลิกเปนผู้ใหญ่เกินวัยมากไปหน่อยก็เถอะ แต่ความน่ารักก็ช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดในสีหน้าท่าทางไปได้เยอะ ส่วนแดนก็เล่นเปนผู้ใหญ่นิสัยเด็กได้เก่งไม่แพ้กัน แม้ว่าพฤติกรรมในหนังจะน่าเบิ้ดกะโหลด เพราะทำอะไรลงไปเหมือนคนไม่มีความคิดเอาเลย แต่หน้าตาและบุคลิกก็ช่วยลดทอนความน่ารังเกียจไปได้ตามสมควร

คราวนี้ก็มาถึงเรื่องที่ 'ชมไม่ลง' บ้าง อย่างแรกคือมุกตลกนานาสารพันที่ระดมโถมใส่เข้ามานั้น ส่วนใหญ่ดูแล้วไม่รู้สึกตลกตามไปด้วยเลย กลายเปนตัวอย่างชั้นดีของหนังที่ 'พยายาม' จะให้คนดูตลกอยู่ตลอดเวลา แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับได้เพียงเสียงหัวเราะหึๆจากข้าพเจ้าแทน แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เคยบอกไปว่าอันความตลกหรือไม่ตลกนั้น มันเปนอัตวิสัย เปนเรื่องตัวใครตัวมันว่างั้นเถอะ! ว่ากันไม่ได้ #เราดันเกิดมาเส้นตื้นเองนี่หว่า

Friday, January 2, 2015

W (พ.ศ. ๒๕๕๗)




W
(ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต, พ.ศ. ๒๕๕๗)

ไปดูมาเมื่อหลายวันก่อนฮะ... แปลกใจตัวเองอยู่ข้อหนึ่ง คือดูจนจบได้โดยไม่ง่วง ไม่หลับ ไม่มีอาการคอพับคออ่อน สะลึมสะลือเลยสักนิด ทั้งที่สไตล์การเล่าเรื่องออกจะเรียบๆ เรื่อยๆ ปราศจากเหตุการณ์น่าตื่นเต้นเร้าอารมณ์ใดๆ ถ้าเปนปรกติ น้องมอดก็คงหลบไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรงละ #สงสัยเพราะร่างกายแลจิตใจกำลังอยู่ในภาวะเปิดรับสิ่งดีๆพอดี ^^

แปลกใจตัวเองข้อถัดมา คือรู้สึกว่าหนังสนุกดี #สนุกจริงๆไม่ได้แกล้งสตอฯเพราะเห็นเปนหนังที่นักวิจารณ์ชมกันจุง ^_^ ทั้งที่เนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไร เปนแค่เรื่องของเด็กสาวที่เพิ่งสอบเอ็นฯ ติดคณะที่เธอไม่อยากเรียน แต่ก็เข้าไปเรียนด้วยความรู้สึกอึดอัด กดดัน กับวิชาที่ตนไม่ชอบ และได้พบกับเพื่อนใหม่ที่คอยช่วยเหลือเธออย่างเต็มใจ กับหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอแอบปิ๊ง