TAKEN 3
(Olivier Megaton, 2015)
ก็สนุกดีนะฮะ! พูดแบบตอแหลนิดๆ สตอฯหน่อยๆ คือตอนแรกแอบกังวลว่าจะดูไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละคร ว่ามันเคยผ่านเหตุการณ์เสี่ยงอันตรายเดนตายมาขนาดไหน เพราะเชื่อว่าไหนๆก็สร้างมาตั้งสามภาค มันน่าจะมีอะไร refer to ถึงกันบ้างไม่มากก็น้อย (อารมณ์เดียวกับตอนดู The Hobbit 3 นั่นแหละ เพราะภาคสองไม่ได้ดู ภาคแรกถึงได้ดูก็จำอะไรไม่ได้ แถมไม่มีความปลื้มปริ่มอะไรกับมันเปนทุนเดิม แต่ดีที่เนื้อเรื่องภาคสามดูง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ่อนซ่อนเงื่อน แค่ดูให้ออกว่าทัพไหนเปนทัพไหนก็พอ เพราะมันยกมาตีกันตั้งห้าทัพ! เลยพอจะตามเรื่องได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็อาศัยออกจากโรงมาถามๆจากชาวบ้านเอา 55555+)
แต่กลายเปนว่านั่งดูด้วยความ 'ชิล' มาก (จะไม่ชิลก็ตอนมันเหวี่ยงกล้องส่ายไปส่ายมาในฉากต่อสู้นั่นแหละ #ดูไปก็เวียนหัวไปเกือบอ้วกใส่คนนั่งแถวหน้า ^^) ถึงภาคนี้จะมีอะไร 'รีเฟอร์ ทู' ถึงสองภาคแรก แต่มันก็แทบจะหาสาระสำคัญอันใดมิได้ พูดตรงๆคือไม่ต้องใช้ชื่อเรื่องเดิม ใช้ตัวละครชุดเดิมก็ยังได้ เปลี่ยนใหม่ยกกระบิไปเลยก็ไม่มีใครว่า เผลอๆจะดีกว่าถูกครหาว่า 'อาศัยใบบุญเก่า' อย่างที่เปนอยู่ ^_^ ส่วนพล็อตหลักๆก็อย่างที่เห็นในหนังตัวอย่าง คือเมียพระเอกโดนฆ่า เขาเลยต้องหลบหนีการตามล่าของตำรวจที่สงสัยว่าเขาเปนคนลงมือ และต้องตามล่าฆาตกรตัวจริง เพื่อมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนให้ได้ ก่อนที่ลูกสาวสุดที่รักจะตกเปนเหยื่อรายต่อไป
อย่างที่บอกแล้วว่าไม่เคยดูสองภาคแรก เลยไม่รู้ว่า เลียม นีสัน เล่นบทแอ็คชั่นเปนยังไง ว่ากันจริงๆก็ไม่เคยดูเขาเลยบทต่อยตีหนักหน่วงแบบนี้เลยสักเรื่อง (ถ้าไม่นับ Darkman เมื่อสิบยี่สิบปีก่อนอะนะ ส่วน A Walk Among the Tombstones ก็มีฉากต่อสู้ดุดันน้อยมาก เพราะเน้นการสืบสวนสอบสวนโดยใช้ 'สติปัญญา' มากกว่าใช้กำลัง) แต่เท่าที่เห็นป๋าเลียมในเรื่องนี้ก็โอเคนะฮะ ถึงบุคลิกจะดูเปนพ่อบ๊านพ่อบ้าน ออกแนวเปนนักวิชาการเคร่งเครียดมากกว่าเปนแนวสปอร์ตแมน ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้งแบบ ลุงแฮร์ริสัน ฟอร์ด ใน อินเดียน่า โจนส์ หรือจอมลุยแหลกแตกกันไปข้างหนึ่งแบบ ลุงบรูซ วิลลิส หรือ ลุงเมล กิ๊บสัน #หายไปไหนแล้วนี่ไม่มีมาเล่นหนังให้แฟนๆดูบ้างเบยยยย แต่พอถึงฉากที่ต้องลงไม้ลงมือ ทั้งหมัด-ศอก-เข่า เข้าใส่คู่ต่อสู้ ป๋าก็เล่นได้ดูสมจริงน่าเชื่อถืออยู่นะ
ที่สำคัญคือมีให้เห็นหลายช็อตว่า ป๋าก็โดนผู้ร้ายมันตุ้บตั้บเสียจนกระอักเหมือนกัน แม้หนังจะปูโปรไฟล์ตัวละครมาเสียดิบดีราวกับเปน เจสัน บอร์น กลับชาติมาเกิดก็เถอะ แต่มันแสดงให้เห็นว่าป๋าก็ปูนนี้แล้วอะเนาะ! เรี่ยวแรงกำลังวังชานานาในการออกอาวุธก็ต้องเสื่อมถอย ขาดความแม่นยำไปบ้างเปนธรรมดา (ยิ่งฉากแรกๆ ที่ป๋าหนีตำรวจเข้าไปในท่อระบายน้ำอะ ตอนโผล่ออกมากลางแดด สภาพแลดูโทรมมะนังซังกะตายพิลึก 555) ซึ่งตรงนี้เราว่ามันทำให้ตัวละครดูมีความเปนมนุษย์สามัญเอามากๆ ถึงตอนดูจะรู้อยู่แก่ใจว่า ต่อให้ป๋าโดนอัดลงไปนอนมึนบนพื้นกี่หมัดก็ตาม สุดท้ายป๋าต้องพลิกกลับมาเอาชนะผู้ร้ายได้อยู่ดี แต่ก็อดเอาใจช่วยไม่ได้
อีกข้อที่ทำให้รู้สึกว่าหนังสนุก น่าจะเปนที่เนื้อเรื่องมันพลิกไปพลิกมาจนคาดเดาไม่ถูก แม้ตัวร้ายของเรื่องจะเดาได้ไม่ยาก #จริงๆคือเดาออกตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ แต่ก็มีบางเหตุการณ์ที่ชวนให้เข้าใจไขว้เขวไป เลยอดรู้สึกไม่ได้ว่าคนเขียนบทค่อนข้างเก่าในการวางหมากวางปมล่อหลอกคนดูให้หัวหมุนไม่น้อย เราเลยจะไม่ค่อยตะหงิดใจเท่าไหร่ ว่าทำไมตัวร้ายถึงเดาได้ง่ายจัง เพราะมีความรู้สึกว่าตัวร้ายจะเปน 'ใคร' นั้น ไม่สำคัญเท่ากับ 'ทำไม' มันถึงลงมือทำเรื่องชั่วๆขึ้นมา และมันทำได้ 'อย่างไร' ซึ่งตอนเฉลยความจริงออกมานั้นก็ให้รู้สึกทึ่ง ว่าช่างคิดออกมาได้แยบยลดี คือนึกไม่ถึงว่ามันจะพลิกมาลงเอยแบบนี้ได้
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีภาคต่ออีกหรือเปล่านะฮะ เพราะภาคแรกก็ให้ลูกสาวโดนลักพาตัวไปแล้ว ภาคสองก็ให้เมียถูกลักพาตัวไปอีก พอมาภาคสามให้เมียโดนฆ่าเลย! ถ้ามีภาคสี่อีก ถ้าไม่ให้ลูกสาวโดนฆ่าตายตามแม่ ก็อาจต้องให้หลานถูกลักพาตัว ซึ่งมันจะแลดูเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่ เพราะงั้น ถ้าหนังชุดนี้จะหยุดอยู่แค่ภาคสาม ก็น่าจะถือเปนบทสรุปที่สวยงาม #แม้มันจะไม่ใช่หนังดีเลิศเลออะไรนักก็ตาม อีกอย่างคืออยากเห็นป๋ากลับมาเล่นบทนักสืบขี้เมา แม็ทท์ สคัดเดอร์ (ใน A Walk Among the Tombstones) อีกหลายๆครั้ง เพราะชอบมากกว่าเรื่องนี้อะ จบปะ! ... :'-P

No comments:
Post a Comment