Friday, January 2, 2015

W (พ.ศ. ๒๕๕๗)




W
(ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต, พ.ศ. ๒๕๕๗)

ไปดูมาเมื่อหลายวันก่อนฮะ... แปลกใจตัวเองอยู่ข้อหนึ่ง คือดูจนจบได้โดยไม่ง่วง ไม่หลับ ไม่มีอาการคอพับคออ่อน สะลึมสะลือเลยสักนิด ทั้งที่สไตล์การเล่าเรื่องออกจะเรียบๆ เรื่อยๆ ปราศจากเหตุการณ์น่าตื่นเต้นเร้าอารมณ์ใดๆ ถ้าเปนปรกติ น้องมอดก็คงหลบไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรงละ #สงสัยเพราะร่างกายแลจิตใจกำลังอยู่ในภาวะเปิดรับสิ่งดีๆพอดี ^^

แปลกใจตัวเองข้อถัดมา คือรู้สึกว่าหนังสนุกดี #สนุกจริงๆไม่ได้แกล้งสตอฯเพราะเห็นเปนหนังที่นักวิจารณ์ชมกันจุง ^_^ ทั้งที่เนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไร เปนแค่เรื่องของเด็กสาวที่เพิ่งสอบเอ็นฯ ติดคณะที่เธอไม่อยากเรียน แต่ก็เข้าไปเรียนด้วยความรู้สึกอึดอัด กดดัน กับวิชาที่ตนไม่ชอบ และได้พบกับเพื่อนใหม่ที่คอยช่วยเหลือเธออย่างเต็มใจ กับหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอแอบปิ๊ง

ชอบตรงที่หนังทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครแต่ละตัวต่างก็มีปมปัญหาของตนที่แตกต่างกันไป และวิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับ ซึ่งค่อยๆให้คนดูซึมซับบรรยากาศและอารมณ์ของตัวละคร รวมถึงการค่อยๆเปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ก็ทำให้ 'ต่อมเผือก' ของเราทำงานอย่างแข็งขัน เพราะอยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เริ่มจากนางเอกที่ต้องเข้าไปเรียนในคณะ #เดาว่าน่าจะเปนวิทยาศาสตร์การกีฬาเนาะ ทั้งที่เล่นกีฬาไม่ได้เลยสักอย่าง ทำให้เธอเกิดความอยากจะไปยื่นคะแนนสอบใหม่ในคณะที่ตนเองอยากเรียน ส่วนเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก ก็มีประเด็นขัดแย้งกับแม่เพราะถูกบังคับให้เปนตัวแทนพี่สาวที่ตายไป สำหรับหนุ่มรุ่นพี่ที่แอบปิ๊ง ก็กำลังคาราคาซังอยู่กับแฟนเก่าพอดี 

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ คือการเล่าเรื่องที่ชวนให้รู้สึกอยากติดตามเรื่องราวอยู่ตลอดเวลา อยากรู้ว่าถึงที่สุดแล้ว ปมปัญหาของตัวละครแต่ละตัวไปคลี่คลายไปสู่จุดไหน แม้ว่าเมื่อดูจนจบ เราจะไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ทว่าก็มิได้ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจหรือค้างคาในอารมณ์ อาจเปนเพราะความนิ่งและเรียบเรื่อยของหนังนั่นละมัง ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งดูเรื่องราวชีวิตของคนธรรมดาๆ ซึ่งต่างก็มีปมปัญหา มีความขัดแย้งในชีวิตที่ต้องเผชิญอยู่เสมอ ไม่ว่ามันจะเปนเรื่องใหญ่โตคอขาดบาดตายหรือเล็กน้อยหอยสังข์เพียงใด เราทุกคนก็มีหน้าที่ที่จะต้องหาทางก้าวพ้นมันไปให้ได้ด้วยตัวของเราเอง... :'-P

No comments: