BLACKHAT
(Michael Mann, 2015)
หนังก็โอเคฮะ แต่ว่า... #ขออนุญาตเวิ่นหน่อยนุงตามฟอร์ม คือช่วงนี้ร่างกายมีตัณหา เอ๊ย ปัญหา! เวลาดูหนังตอนเย็นย่ำหลังเลิกงาน เปนต้องง่วงหงุบหงับ คอพับคออ่อนตลอด เปนแบบนี้มาหลายเรื่องละ ก็นึกแปลกประหลาดตัวเองอยู่นะ ว่าตอนกลางวัน น้องมอดตรากตรำทำงานหนักจนเกินไปฤๅไฉน ร่างกายจึงนี้ดการพักผ่อนขนาดนั้น #โดนแอร์เป่าแค่ไม่กี่นาทีถึงกับหมดสติไม่สมประดีทันที ทั้งที่เจ้านายก็ใจดี๊ดี ปล่อยให้นั่งดูละครดูซีรีส์ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำงานได้ทั้งวัน แต่พอให้มาดูรอบสื่อฯ #โดยที่ไม่ต้องเล่นเกมแย่งที่นั่งกับชาวบ้าน เพื่อเขียนรีวิวลงเพจ ดันหลับอุตุ(ไม่นิยมวิทยา)แทนเสียนี่!! (ปีนี้อดได้แต๊ะเอียแหงมๆน้อ 555+)
มาดูเรื่องนี้ ก็ไม่รอดพ้นที่จะหลับคาโรงอีกเช่นเคย แม้ว่าพี่ คริส เฮมส์เวิร์ธ จะหล่อเป๊ะทุกช็อต-ทุกฉาก-ทุกท่วงท่าลีลา-ทุกแอ็คชั่นก็ตาม แต่พูดตรงๆ คือถึงพี่คริสจะล่ำบึ้ก-กล้ามแน่นปั๋ง (จนน่าเสียวแทนว่าน้อง ทังเหว่ย จะหายใจไม่ออกตอนโดนทับ ^^) ก็จริง แต่มันก็ทำให้ออกจะเชื่อได้ยาก ว่าพี่จะมีอาชีพเปนโจรไซเบอร์มาตั้งแต่รุ่นกระเตาะ เพราะบุคลิกท่าทางน่าจะอยู่กับเครื่องยกเวท-กินเวย์โปรตีนแทนขนมปัง มากกว่านั่งกดคีย์บอร์ดด็อกแด็กอยู่หน้าจอคอมฯ แถมยังเก่งกาจวายป่วงจนตำรวจหรืออะไรสักอย่าง ต้องไปกราบกรานลากตัวออกจากคุกเพื่อมาช่วยตามจับจอมวายร้ายออนไลน์ ซึ่งว่ากันตามจริง ไอ้วายร้ายที่พี่คริสไปตามจับ ยังดูมีรูปลักษณ์ท่าทางเปนนักเลงคีย์บอร์ด เอ๊ย เปนโจรไซเบอร์ยิ่งกว่าเสียอีก คือ อ้วนๆ-โทรมๆ-หัวฟูๆ-หน้าเหี้ย(ม)ๆ เทียบความหล่อกับพี่คริสไม่ได้เล้ยแม้แต่รูขุมขน!! (พูดอีกแบบคือรูขุมขนพี่คริสยังหล่อกว่าหนังหน้ามัน! ว่างี้ละกัน ^o^)
แต่ก็ช่างแม่มเถอะเนาะฮะ ในเมื่อมันเปนหนัง แถมเปนหนังฮอลลีวู้ดทุนสูงอีกต่างหาก จะไปเอาจริงเอาจังเอาเปนเอาตายอะไรกับมันล่ะ คิดอีกแง่ว่าถ้าคนทำหนังเน้นความสมจริง ด้วยการเอาดาราหุ่นปลวกๆ-หน้าเยินๆ มาเล่นเปนพระเอกแทนพี่คริส น้องมอดก็เชื่อว่าแม้แต่หมาก็คงไม่อยากดู #หากว่าหมามันดูหนังเปนอะนะ ^_^ แล้วจะว่าไป พี่คริสก็ทำหน้าที่ของตนในหนังได้ดีตามสมควรนะฮะ ในเมื่อบทบาทตัวละคร 'รีควาย' มาว่าต้องเป็นคนเก่ง-ฉลาด-กล้าสู้คน-ไม่กลัวอันตราย-ยอมเสี่ยงตายได้หลายรูปแบบ บลาๆ ซึ่งถ้ามองกันแง่นี้ พี่คริสก็ทำได้ยอดเยี่ยมเท่าที่จะทำได้แล้วละ แง่อื่นๆไม่ว่าจะเปนการมีบุคลิกเข้ากับบทที่ได้รับ หรือฝีมือการแสดงนั้น ก็ไม่ต้องไปคำนึงถึง เพราะคงอีกนาน...น้านนนน...นาน กว่าพี่คริสจะเล่นหนังแล้วทำให้คนดูจดจำ-ประทับใจ-ติดตาตรึงใจในด้านอื่นนอกเหนือจากก้ามปู อิอิ
ทีนี้มาว่ากันที่ตัวหนังดีกว่า อย่างที่บอกไปแล้วว่าน้องมอดดูๆหลับๆ ก็เลยพลาดฉากปูพื้นช่วงต้นเรื่องไปอย่าง(ไม่)น่าเสียดาย เลยไม่รู้ว่าต้นสายปลายเหตุมันคืออะไรยังไงกัน คือพอผ่านฉากโรงไฟฟ้าระเบิดแล้ว ข้าพเจ้าก็ 'ปุ๋ยๆ' ไปเลย มาตื่นเต็มๆตาก็ต้องพี่คริสกับน้องทังเหว่ยไปนั่งเจี๊ยะติ่มซำด้วยกันที่โคเรียทาวน์ แล้วก็หนีผู้ร้ายไปสวิงกิ้งกันบนตึกแถวนั่นแหละ...
เพราะงี้เลยพูดได้ว่า น้องมอดดูหนังเรื่องนี้โดยไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวอะไรสักเท่าไหร่ รู้แต่ว่าพอนั่งๆดูไป หนังก็สนุกดีเหมือนกันฮะ คือพอมันเริ่มมีฉากแอ็คชั่น วิ่งไล่ล่า ยิงกันตู้มต้าม...ตูมตามบ้าง มันก็ช่วยเรียกวิญญาณน้องมอดให้คืนกลับเข้าร่างได้ฉับพลัน ยิ่งฉากไคลแม็กซ์ที่เปนการยิงถล่มกลางงานคาร์นิวัลนั้น บอกเลยว่า 'สุดยอด' มากมาย ทั้งความตื่นเต้น ลุ้นระทึก และเสียวสยองมีพร้อมสรรพ ตอนพี่คริสเอาไขควงแทงขมับผู้ร้ายจนมิดด้ามน่ะ ข้าพเจ้าแทบจะยกมือขึ้นปิดตาเสียให้ได้ และยังมีฉากจ้วงกระหน่ำแทงแบบไม่นับอีก เห็นแล้วจะเปนลม #เชื่อแน่นอนว่าโดนแบบนี้มีตายชัวร์ พร้อมกันนั้นก็อดรู้สึกสะใจลึกๆไม่ได้ เพราะวายร้ายเรื่องนี้มันชั่วได้โล่-โหดได้ใจจริงๆ แผนการที่มันวางไว้ ถ้าทำสำเร็จก็จะต้องมีคนล้มตายเปนเบืออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง การให้มันตายโหงตายเฮี้ยนไปแค่คนเดียว จึงถือเปนเรื่องสมควร!
ส่วนตอนจบ หนังทิ้งท้ายให้ไปคิดต่อกันเอาเอง ว่าพี่คริสกับน้องทังเหว่ยจะหลบหนีการตามล่าจับกุมตัวของทางการได้หรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าไม่ว่าทั้งคู่จะไปทางไหน ก็โดนกล้องวงจรปิดจับภาพได้อยู่ตลอดเวลา ให้อารมณ์เหมือนหนังแอ็คชั่นฮ่องกงเมื่อสิบปีก่อนยังไงพิลึก! อีกอย่างคือมันออกจะเปนหนังที่มี 'ความเปนผู้ชาย' สูงมาก ดูแล้วเครียดๆ แต่ก็เครียดไม่เท่ากับตอนดูหนังกะเทยๆอย่าง Into the Woods นะฮะ #ฟังมันร้องเสียงโซปราโน่นานๆแล้วปวดรูหู กิกิ... :'-P


No comments:
Post a Comment