Thursday, January 7, 2016

THE HATEFUL EIGHT (2015)



THE HATEFUL EIGHT
(Quentin Tarantino, 2015)

หนังสนุกดี...ก็ตามสไตล์ เควนติน ตารันติโน่ แหละฮะ แม้ว่าจะยาวไปหน่อยก็ตาม ตั้งสามชั่วโมงแน่ะ เลยมีแอบสัปหงกโงกเงกหงุบหงับหลับไปนิดนุง ตอนช่วงเกือบๆกลางเรื่อง เข้าใจว่าเพราะตัวละครมันพล่ามกันจัง อ่านซับฯจนตาลาย พานให้อยากพักสายตาขึ้นมาดื้อๆซะงั้น! มาตื่นเต็มตาตอนเห็นคนเดินแก้ผ้าโทงเทงเปนเปรตกลางหิมะ เอ๊ย! ตอนมันกำลังจะฆ่ากันพอดี อิอิ อันเปนจุดเริ่มต้นของความสนุก ความมันระห่ำ และความโหดชนิดที่ไม่ต้องบรรยายใดๆ เพราะสิบปากว่าย่อมไม่เท่าตาเห็นฮะ! บอกได้แค่ว่ามันนองเลือดสุดๆ ยิงกันหัวกระจุย สมองกระจาย เลือดทะลักทลายแทบว่าท่วมจอกันเลยทีเดียว เปนอะไรที่เละมากๆ แต่ดูแล้วสะใจซะมิมี!


แต่คนที่เละเทะสุดๆ หนีไม่พ้น เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ ที่บอกได้คำเดียวว่า 'เละตุ้มเป๊ะ' เพราะโดนอัดโดนซ้อมจนหน้าแหก ตาปิด ฟันหัก ตลอดทั้งเรื่อง เห็นแล้วสงสารชะมัด! ยิ่งฉากที่เธอโดนอ้วกเลือดราดหน้า หรือโดนสมองคนกระจายใส่หน้านั่น ดู Evil Dead สุดๆ! อดไม่ได้ที่จะแอบเอาใจช่วยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกคนบรรลัยทั้งหลาย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านางก็เปนตัวร้ายที่สมควรต้องถูกกำจัดให้สิ้นซากไม่ต่างจากคนอื่นๆก็ตาม #เอาใจช่วยให้ได้เธอเข้าชิงออสการ์อยู่นะ #จะมีหวังมั้ยอะ #ถึงบทจะไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่แต่การแสดงถือว่าสุดยอด #อยากให้ได้รางวัลจุง ^^

มีความรู้สึกอยู่อย่างว่าเรื่องนี้ดูเหมาะที่จะเอาไปทำละครเวทีนะฮะ เพราะเน้นฉากเดียวเกือบทั้งเรื่อง และก็อย่างที่บอกแล้วว่าตัวละครแม่ง! ก็พูดกันจัง กว่าจะมียิงกันก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งเรื่อง แต่ถึงงั้นหนังก็ดูไม่น่าเบื่อนะฮะ (ที่แอบหลับไปนั้น ถือเปนความบกพร่องทางกายภาพของข้าพเจ้าเอง มิใช่ความผิดของหนังแต่อย่างใด) เสียดายอยู่อย่างหนึ่งว่า ไม่มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ในระบบ 70 มม. พานาวิชั่น อย่างที่ผู้กำกับตั้งใจทำ เพราะโรงที่ฉายระบบนี้ในบ้านเรา น่าจะถูกทุบทิ้งไปหมดแล้ว Y___Y ที่เหลืออยู่อย่าง สกาล่า ก็ไม่แน่ใจว่าจะฉายได้รึป่าว หรือถ้าฉายได้ก็จะต้องฉายด้วยฟิล์มหรือไม่? แต่เอาเปนว่าถ้ามีปาฏิหาริย์ให้สามารถฉายด้วยระบบนี้ได้จริง ก็อยากให้ไปดูกันนะฮะ #น้องมอดก็จะไปดูด้วยแหละ :-P เพราะจะได้สัมผัสกับการดูหนังในแบบที่คนในยุคก่อนได้ดูกันอย่างแท้จริง ยุคที่จะดูหนังต้องไปดูที่โรงเท่านั้น อีกทั้งการดูหนังยังถือเปน 'ประสบการณ์' ไม่ใช่แค่ความบันเทิง อย่างที่ อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน เขียนไว้ใน #Flickz ฉบับปฐมฤกษ์ นั่นแหละฮะ

ขอเล่าหน่อยละกันว่า เผอิญน้องมอดดันเกินทันช่วงท้ายๆที่บ้านเรายังมีการฉายหนังในระบบนี้อยู่บ้าง (โดยเฉพาะหนังไทยของอาชรินทร์ นันทนาคร เรื่อง เพลงรักดอกไม้บาน, ไอ้ขุนทอง อะไรพวกนี้) ตอนดูเรื่องนี้แล้วเห็นภาพเปิดเรื่องเปนผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล มีหิมะขาวปกคลุมทุกทิศทุกทาง เห็นเทือกเขาทอดตัวตระหง่านเปนฉากหลังอยู่ไกล ทำให้อดมโนขึ้นในใจมิได้ว่าถ้าได้ดูภาพแบบนี้ในระบบจอกว้าง 70 มม. จะรู้สึกอลังการ น่าตื่นตาตื่นใจสักขนาดไหนหนอ จะเทียบได้กับความรู้สึกเมื่อตอนที่ได้ดูหนัง 70 มม. ตอนเราเปนเด็กน้อยได้ป่าวหว่า... แต่ก็นั่นแหละ! ตอนเปนเด็กให้ดูหนังอะไรก็ดีใจเนื้อเต้นและรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่โอฬารตระการตาไปเสียทุกเรื่องนั่นแหละ... ถือเปนประสบการณ์แห่งชีวิตที่ลืมไม่ลงจริงๆ 

แต่ถึงจะไม่ได้ฉายด้วยระบบ 70 มม. ก็ไปดูกันเถอะนะ เพราะหนังก็สนุกดีแหละ ที่สำคัญคือดนตรีประกอบของ เอ็นนิโอ มอร์ริโคเน่ เพราะมากๆ ฟังแล้วติดหูทันที ไม่เสียแรงที่เปนเจ้าแห่งสกอร์เพลงหนังคาวบอยสปาเก็ตตี้ในอดีต แต่คอหนังยุคหลังๆน่าจะจดจำผลงานของเขาได้จาก The Mission กับ Cinema Paradiso มากกว่านะฮะ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ดันเอาสกอร์ท่อนหนึ่งของ Exorcist II: The Heretic มาใส่เฉยเลย ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรแอบแฝงเบื้องหลังหรือเปล่า แต่ฟังแล้วขนลุก... :'-P

No comments: