Monday, April 11, 2016

หลวงพี่แจ๊ส 4G (พ.ศ. ๒๕๕๙)


หลวงพี่แจ๊ส 4G
(นโม พุทโธ สังโฆ, พ.ศ. ๒๕๕๙)

คงต้องพูดว่า นี่คือหนังของ พจน์ อานนท์ ที่ทำรายได้เปิดตัวได้ 'ปัง ปัง' ที่สุดเท่าที่เขาเคยทำหนังมาเลยก็ว่าได้ แถมยังโอกาสจะไปถึงร้อยล้านด้วยซ้ำ ซึ่งก็ต้องรอลุ้นคอยจับตาดูว่าพอยิ่งฉายนานวันไป กระแสจะยิ่งแรงขึ้นหรือแผ่วลง แต่คิดว่าแม้จะไม่ถึงร้อย แต่ก็น่าจะเก็บได้ไม่ต่ำกว่าแปดสิบอะเนาะ ซึ่งก็ต้องขอแสดงความยินกับพี่พจน์มา ณ โอกาสนี้ด้วย เพราะอดคิดไม่ได้จริงๆว่า ในที่สุดก็มี 'วันนี้' สำหรับเขาจนได้! วันที่เขามีโอกาสได้รับฉายา 'ผู้กำกับร้อยล้าน' จากหนังเรื่องเดียว มิใช่เอาหลายเรื่องมารวมกัน


ก็ไม่รู้เหมือนกันเนาะฮะ ว่าจะเรียกความสำเร็จครั้งนี้ของเขาว่าเปนเพราะฟลุ๊ค #Fluck เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือเพราะ 'ถึงคราว' เฮ้ย! หมายถึงจังหวะเข้าฉายมันพอดีทำให้หนังได้เงินอะนะ...อันนี้ก็ไม่รู้แน่! แต่ที่แน่ๆคือจำได้ว่าเคยได้ยินพี่พจน์ให้สัมภาษณ์รายการทีวีรายการหนึ่ง บอกว่าตั้งไปแกไปทำจมูกมาใหม่ ก็เหมือนว่าดวงทางด้านหน้าที่การงานจะเฮงขึ้น ดีขึ้น มีงานเข้าตรึม! เลยชักไม่แน่ใจว่า กรณีนี้มันคือผลจากการที่แกกลายเปนผู้กำกับ 'หน้าใหม่' #ทำหน้ามาใหม่ อะป่าว (เอ...งั้นข้าพเจ้าไปลองทำหน้าใหม่บ้างดีมั้ย เผื่อจะมีดวงได้งานได้เงินได้แฟนเปนตัวเปนตนอะไรกับเค้าบ้าง #เพ้อเจ้อ ถถถถถถถถ...)

พูดถึงหนังบ้างนะ... เอาจริงๆคือหนังก็ตามสไตล์พี่พจน์เค้าแหละนะฮะ (จะใช้ชื่ออะไรมันก็หนีไม่พ้นที่คนดูจะรู้จักและจดจำได้อยู่ดี เพราะว่า 'ลายเซ็น' ของแกมันออกจะชัด!) คือเปนหนังดูเอาสนุก เอามัน เอาความบันเทิงเปนหลัก ถ้าเอาสาระก็โน่นนนนน...เชิญรับยาช่อง 8 #พี่พจน์แกเปนพิธีกรอยู่ ^_^ มุกตลกส่วนใหญ่ออกแนวบ้าๆบอๆ ล้อเลียนโน่นนี่ ดูแล้วก็ขำๆ ฮาๆ เพราะหลายมุกก็ทำออกมาได้ผลมากๆ หัวเราะร่วนกันเลยแหละ อีกทั้งโดยมากก็เปนมุกตลกประเภทเล่นคำภาษาไทย เช่น ปลาตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด หรือ มะเพราไก่ไข่ดาว อะไรทำนองนี้ ดูประหลาดพิสดารแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้มาก (ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองเปนคนเส้นตื้นอะป่าว นิดหน่อยก็ขำจะเปนจะตาย)

มีข้อน่าสังเกต #จากแฟนคลับหนังพี่พจน์ ว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเล่นมุกตลกคำหยาบ... ไอ้เหี้ย! ไอ้สัตว์!! ไอ้หน้าส้นตีน!!! ...มากมายเหมือนหนังชุดหอแต๋วแตก อาจเปนเพราะตัวละครเปนพระเปนเจ้า เลยทำให้ต้องมีการยับยั้งระมัดระวังถ้อยคำกันพอสมควร ส่วนเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน เรื่องของหลวงพี่แจ๊ส พระใหม่จากต่างจังหวัดที่ถูกส่งตัวเข้ามาศึกษาพระธรรมที่วัดในกรุงเทพฯ และพบเห็นด้านมืดในวงการศาสนา เพราะมีผู้ที่นำความเชื่อถือศรัทธาในศาสนาของผู้คนมาใช้เปนหนทางในการแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋า ทำให้หลวงพี่แจ๊สต้องเข้าขัดขวางจนตัวเองได้รับอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้...

เนื้อเรื่องเท่าที่พอจะจับประเด็นได้ก็มีแค่นั้นแหละฮะ นอกนั้นก็ล้วนเปนมุกตลกที่นำมาเรียงต่อกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งหนังจบ ซึ่งก็ตลกบ้างไม่ตลกบ้างคละๆกันไปเปนเรื่องธรรมดา หลายมุกตลกของหนังที่เปนการหยิบเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมมาล้อเลียน เช่นฉากรถกระบะถอยมาชนเก๋งนั้น ส่วนตัวดูแล้วไม่ค่อยรู้สึกตลกขบขันด้วยเลย แต่กลับนึกสงสาร ดีเจเก่ง ที่ถูกนำมาล้อเลียน เปลี่ยนชื่อเปน 'ดีเจเบ่ง' อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเจ้าตัวมาดูหนังแล้วจะรู้สึกอย่างไร อีกคนคือ เสี่ยอู๊ด ที่เปลี่ยนชื่อเปน เสี่ยอูฐ แม้ว่าจะล้อเลียนไม่มาก แต่กลับรู้สึกว่าแรงจุงเพราะเปนเรื่องเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์จากศาสนา คงเปนเพราะว่าเสี่ยอู๊ดตัวจริงตายไปแล้วละมัง เลยอดรู้สึกไม่ได้ว่าเหมือนเอาคนตายมาพูดถึงในแง่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (ดีที่ไม่มี หมอหยอง อีกคน)

เขียนถึงตรงนี้ก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่า การที่หนังได้เงินมากมายนั้นเปนเพราะมุกตลกของหนังมันเวิร์คจริง! หรือว่าเปนเพราะมีความดังของ แจ๊ส ชวนชื่น มาบวกๆเข้าไปด้วยซะก็ไม่รู้ เพราะแจ๊สก็น่าจะมีแฟนคลับเยอะอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ก็มีนักแสดงตลกหลายคนซึ่งล้วนเปนขาประจำในหนังพจน์ อานนท์มาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเปน ตุ๊กกี้ หรือ เป็กกี้ ซึ่งสองคนนี้โผล่ออกมาทีไร ฮาโรงแตกมากๆ จนอยากให้พี่พจน์ทำหนังที่จับเอาสองคนนี้มาเจอกันจะจะสักเรื่อง คงจะสนุก(หรือเปล่า)... :'-P

No comments: