Tuesday, April 12, 2016

TAKE ME HOME สุขสันต์วันกลับบ้าน (พ.ศ. ๒๕๕๙)



TAKE ME HOME สุขสันต์วันกลับบ้าน
(ก้องเกียรติ โขมศิริ, พ.ศ. ๒๕๕๙)

ดูแววของหนังแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันนะฮะ ว่าจะทำเงินได้สักเท่าไหร่ แม้ว่าจะเปนหนังผีซึ่งเปนแนวหนังที่ค่อนข้างถูกตลาดบ้านเราอยู่มาก แถมยังมีหนุ่มหล่อหน้าใส มาริโอ้ เมาเร่อ มารับบทนำอีกด้วย (พลัง FC ของน้องโอ้ จะสู้ FC ของแจ๊ส ชวนชื่นได้ป่าว 555+ #เกี่ยวกันจุง ^^) 


ก็ได้แต่แอบเชียร์อยู่เงียบๆตรงนี้ให้หนังทำเงินเยอะๆ เพราะส่วนตัวคือ 'ชอบ' หนังมากๆ พูดได้เต็มปากว่าเปนหนังผีไทยที่ดีที่สุดนับจากต้นปี พูดให้เว่อร์กว่านั้น คือเปนหนังผีไทยที่ดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (นับจาก ลัดดาแลนด์ เปนต้นมาละกัน) แต่ถ้าพูดให้เว่อร์วังที่สุด ก็ต้องว่าเปนหนังผีไทยที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ แม้ว่าจะยังเหลืออีกเก้าเดือนก็ตาม! #กล้าฟันธงซะมิมี ^o^

หนังดีจนต้องยอมยกนิ้ว (โป้ง) ให้ผู้กำกับเลยแหละ ที่ทำหนังออกมาได้สนุกมาก แม้ว่าเรื่องราวจะค่อนข้างซ้อน วกวน ชวนให้งุนงงตงฉินได้ง่ายๆ ซึ่งก็มีคนดูแล้วงงจริงๆด้วยนั่นแหละ แต่ #ก็ไม่รู้สินะ น้องมอดคงตั้งใจจดจ่อติดตามเรื่องราวมากเปนพิเศษละมังฮะ ก็เลยเข้าใจเนื้อหาเรื่องราวได้ง่ายสบายบรื้ออออ... ไม่รู้สึกว่ามีตรงไหนท่ไม่เข้าใจ แถมยังอธิบายให้คนที่งงๆ ไม่เข้าใจว่ามันอะไรยังไงได้อีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม ขอพูดให้ชัดๆก่อนว่า เรื่องนี้มิใช่หนังดูยากเข้าใจยาก เรียกร้องความฉลาดทางสติปัญญาจากผู้ชมจึงจะเข้าถึงเนื้อหาสาระของหนังได้ ทว่าเปนหนังที่ออกจากเรียกร้อง 'สมาธิ' ในการดูอยู่มาก แบบว่าหลุดนิดนุงก็อาจต่อไม่ติดอีกเลยก็เปนได้

หลักง่ายๆที่น้องมอดใช้ในการติดตามเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ คือยึดมุมมองการรับรู้ของตัวละครนำเรื่องคือ แทน (มาริโอ้ เมาเร่อ) เพียงคนเดียว ไม่ว่าเขาจะไปไหน ทำอะไร พบเจอสิ่งใด คนดูก็จะรับรู้ทุกสิ่งอย่างไปพร้อมๆกับเขา พูดอีกแบบคือ แทนได้รู้อะไรเท่าไหร่ คนดูก็ได้รู้เท่านั้น ไม่มากกว่าหรือน้อยกว่า ซึ่งนี่เองที่ทำให้คนดูรู้สึกร่วมเปนอันหนึ่งอันเดียวกับตัวละครอย่างเต็มที่ จนเราอดไม่ได้ที่จะเกิดอารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกับเขา คืองุงงง สับสน และไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าอะไรเปนอะไร เกิดอะไรขึ้นภายใน 'บ้าน' ที่เขาเฝ้ารอคอยจะได้กลับไปเยือนตลอดหลายปี ว่ามีความไม่ชอบมาพากลใดแอบแฝง ซึ่งนำพาเขาไปพบความน่าสะพรึงกลัวที่เร้นตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในบ้านหลังนั้น

การร่วมรู้สึกเปนอันหนึ่งอันเดียวกับตัวละคร ก็ส่งผลดีให้คนดูต้องคอยลุ้นคอยตามติดด้วยความอยากรู้ ว่าแทนจะสามารถบรรลุถึงความปรารถนาสูงสุดที่เขาตั้งปณิธานมั่นในใจมาตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง (คือการ 'กลับบ้าน' เพื่อไปค้นหาตัวตนแท้จริง) ได้หรือไม่! ท่ามกลางอุปสรรคนานาที่คอยกีดขวางมิให้เขาก้าวไปถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเปนพฤติกรรมประสาทแดกของพี่สาวฝาแฝด (วิว วรรณรท) ที่แสดงท่าทีวางอำนาจ ข่มเหงผัว (ปีเตอร์ นพชัย) กับลูกเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ทว่าที่หนักสุดๆ คือการที่เขาต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่สิงสู่ในบ้าน คอยสร้างความวิบัติฉิบหายแก่ทุกคนที่มาอาศัยให้ได้รับความหายนะ

จะว่าไป ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ให้นึกถึงหนังผีต่างประเทศที่ดังๆหลายเรื่องนะฮะ เรื่องหนึ่งที่นึกถึงก่อนใครเพื่อนเลย (ตั้งแต่ดูหนังตัวอย่างด้วยซ้ำ!) คือ The Others คือตัวละครเข้าไปในบ้านแล้วเจอผีหลอกตลอดเว, Ju-On คือวิญญาณอาฆาตที่สิงสู่อยู่ในบ้าน ใครก็ตามที่ย่างกรายเข้าไปย่อมมีอันเปนไปจนหมด, The Conjuring หน่อยนุง ในฉากไล่ผีที่เปลี่ยนให้เปนพระสงฆ์มายืนท่องบทสวนต่อหน้าคนโดนผีสิง (พูดตรงๆ ฉากนี้ถือเปนฉากไล่ผีในหนังไทยที่ทำออกมาได้น่ากลัว ชวนให้รู้สึกหลอกหลอนอารมณ์เอามากๆฮะ ส่วนหนึ่งต้องให้เครดิตการแสดงของ ดวงใจ หิรัญศรี ซึ่งเล่นเปนผีได้เลอเลิศมาก ยิ่งบวกกับการเมคอัพแบบจัดเต็มเข้าไป ยิ่งทำให้ดูน่าสะพรึงตึงโป๊ะสุดๆ ราวกับเปนฝาแฝดป้าแอนน์ แบนครอฟต์ใน Great Expectations ก็มิปาน!) สุดท้ายคือนึกถึง Jessabelle อีกหน่อยนุง ในฉากที่แทนค้นพบความลับบางอย่างจากวิดีโอเทป

ที่ยกเอาหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาพูด มิใช่ด้วยเจตนาจะตำหนิติฉินใดๆ เพราะก็เข้าใจอะเนาะ ว่าคนทำหนังก็คงพยายามหาทางฉีกตัวเองให้แตกต่างไปจากหนังผีที่มีมาก่อนหน้าอยู่แหละ แต่มันคงทำได้ลำบาก เพราะอะไรที่มันดี มันเจ๋งเป้งเก้งกระโดด ทำแล้ว 'ปังเว่อร์' นั้น คนอื่นก็คิดก็ทำกันไปก่อนแล้ว เพราะงั้น ถ้าคิดอะไรที่มันสดกว่า ใหม่กว่า ออริจินอลกว่า แตกต่างกว่าไม่ได้! ก็ใช้วิธีเอาของเก่ามาทำใหม่ให้ดีกว่าก็ละกัน เพราะยังไงซะ...ก็ไม่มีอะไรใหม่ใต้ดวงอาทิตย์นี้อยู่แล้ว

เอาเปนว่าอยากให้คนที่อ่านรีวิวของน้องมอดไปดูเรื่องนี้กันนะฮะ ยังคงยืนยันคำเดิมที่พูดแล้วในตอนต้น คือหนังดีและสนุกมาก นักแสดงเล่นดีกันตามสมควร นอกจากดวงใจ หิรัญศรีแล้ว ก็น่าจะเปน วิว วรรณรท ที่ดูจะได้แสดงฝีมืออยู่บ้างในบุคลิกร้ายๆ ส่วนมาริโอ้แม้จะดูว่าตั้งใจเล่นจริงจัง แต่อาจเปนเพราะว่าเรายังมองเห็น 'มาริโอ้เปนมาริโอ้' อยู่ละมัง ไม่ว่าจะเล่นเรื่องไหนก็ดูเหมือนๆกันไปหมด เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าแอ็คติ้งดูมีอะไรน่าติดใจมากเท่าไหร่ ถถถถถถถถ... :'-P



No comments: