Tuesday, April 12, 2016

THE MERMAID เงือกสาว ปัง ปัง (2016)


THE MERMAID เงือกสาว ปัง ปัง
(Stephen Chow, 2016)

หนังตลกดีฮะ ถึงจะไม่ได้เปนแฟนหนัง โจวซิงฉือ ก็ดูสนุกได้ เพราะเค้าทำออกมาให้คนทั่วไปดูอยู่แล้ว แต่ถ้าเปนแฟนหนังของเขาอาจจะรู้สึกสนุกขึ้นก็ได้ #ก็ไม่รู้สินะ^^ มุกตลกส่วนใหญ่ทำออกมาในแนวตลกเจ็บตัว ตัวละครทำอะไรพลาดๆผิดๆ เพราะความซื่อบื้อ เช่น จะเอาอาวุธขว้างใส่ศัตรู แต่กลับพลาดมาโดนหน้าตัวเอง อะไรทำนองนั้น ส่วนมุกตลกประเภทเล่นคำ เข้าใจว่าน่าจะมาจากทีมพากย์พันธมิตรเปนหลัก ซึ่งก็ช่วยเพิ่มสีสันและอรรถรสความสนุกให้กับหนังได้มาก ดูแล้วขำกลิ้งทิงนองนอย ฮากระจายฝุดๆ


ด้านเนื้อเรื่องก็ผูกขึ้นง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เรื่องของนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอยที่ต้องการสร้างรีสอร์ตบนพื้นที่เกาะรอบอ่าวในทะเลที่ตนทุ่มเทลงทุนซื้อ แต่ติดปัญหาว่ายังมีสัตว์ทะเลคอยรบกวน เขาจึงให้นักวิทยาศาสตร์คิดเครื่องโซนาร์ ส่งคลื่นออกมาขับไล่สรรพสัตว์ให้ออกจากอาณาบริเวณนั้น โดยชาวเงือกซึ่งอาศัยอยู่แถวนั้นได้รับผลกระทบจากคลื่นโซนาร์ พากันบาดเจ็บและล้มตายเปนจำนวนมาก จึงเกิดความโกรธแค้น และส่งเงือกสาวแสนสวย ปลอมตัวเข้าไปตีสนิทหนุ่มเพลย์บอย เพื่อหาทางกำจัดเขาเพราะคิดว่า แค่ฆ่ามันให้ตายทุกอย่างก็จบ แต่ไปๆมาๆก็เข้าสูตรสำเร็จ เริ่มต้นด้วยความชัง แต่จบลงด้วยความรัก ซึ่งเนื้อเรื่องต่อจากนี้ไปดูเอาเองละกันฮะ เล่าให้ฟังมากๆจะพาลดูหนังไม่สนุกนะเธอว์!

ไม่รู้ว่าตัวเองเปน #เปนบ้า หรือว่าอะไร ดูหนังโจวซิงฉือแล้วนึกถึงหนังพจน์ อานนท์ขึ้นมาซะงั้น อาจเปนเพราะได้ดูในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยเห็นว่าหนังช่างอุดมไปด้วยมุกตลกขำๆ บ้าๆบอๆ ให้ดูกันเพลินๆ ส่วนสาระที่ต้องการนำเสนอ ก็ใช้วิธีบอกกันแบบตรงๆโต้งๆเลย เพื่อมิให้คนดูต้องมานั่งถอดรหัสตีความจนปวดกบาล อย่างเรื่องนี้สาระสำคัญที่หนังต้องการพูด คือเรียกร้องให้ช่วยกันดูแลรักษาและปกป้องธรรมชาติ เพราะถึงแม้ว่าจะมีเงินทองมหาศาล แต่หากขาดน้ำสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ คนเราย่อมไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกนี้ได้ บลาๆๆ ดังที่ตัวละครกล่าว 

นอกจากนี้ หนังของทั้งสองคนยังชอบอ้างอิงถึงสิ่งที่เปนที่รับรู้กันในสังคมโดยทั่วไปอีกด้วย ต่างกันตรงที่หนังพี่พจน์ มักจะเล่นกันกระแสแรงๆที่ฮือฮาในสังคม แต่หนังเฮียโจว (พูดเฉพาะเรื่องนี้ละกัน เรื่องก่อนๆไม่แน่ใจ #บอกแล้วไงว่าไม่ได้เปนแฟนคลับหนังเค้า ^_^) จะอ้างอิงอะไรเก่าๆที่เคยโด่งดังในอดีต ออกแนว tribute ของเก่า ประมาณนั้น อย่างอยู่ๆก็เอาเพลง "มังกรหยก" เวอร์ชั่น หวงเย่อหัว-องเหม่ยหลิง มาใส่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย (เฮียก็คงมีเหตุผลของเฮียแหละฮะ แต่เผอิญน้องมอด 'ไม่ใช่นักวิจารณ์' เปนแค่ 'นักรีวิวหนังกะหลั่ว' #หมายถึงหนังกะหลั่ว #ไม่ใช่ตัวเองกะหลั่ว 555+ เลยขี้เกียจคิดมาก หาเหตุผลโน่นนี่นี่นั่นให้เปลืองสมอง #จบนะ) แต่อย่างน้อยก็มีผลให้คนที่โตมากับ 'หนังจีนชุด' (เมื่อก่อนคำว่า 'ซีรีส์' สงวนไว้ใช้เรียกซีรีส์ฝรั่งเท่านั้นจ้า ^^) เกิดอาการกรี๊ดแตกฉับพลันทันใด ด้วยมันไปกระตุ้นต่อมความหลังครั้งยังเยาว์ของเค้านั่นเอง (ไม่ใช่น้องมอดเน้ออออ... แต่เปนคนนั่งติดๆกันต่างหาก คิคิ ^o^) ทว่าที่ฮาสุดๆคือการเอ่ยถึง 'ท่านเจิ้ง' ในฐานะเปนผู้เคยช่วยชีวิตบรรพบุรุษเงือกในอดีตให้รอดพ้นจากภยันตราย จนมีชีวิตรอดสืบมาถึงปัจจุบัน ฟังตอนแรกคือเข้าใจว่าพูดถึง 'เจิ้งเหอ' อดีตแม่ทัพจีนผู้นำกองเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย แต่พอเห็นรูปซึ่งเปนรูปหน้าปกแผ่นเสียง เลยคิดว่าน่าจะหมายถึงท่าน 'เจิ้งเส้าชิว' อดีตพระเอกหนุ่มหนังจีนชุดแห่งค่ายทีวีบีในยุค 80 #หล่อและร้องเพลงเพราะมาก แถมยังเอา ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดังยุคเดียวกับเจิ้งเส้าชิว มาเล่นเปนดารารับเชิญในหนังด้วย ก็เรียกเสียงกรี๊ดสลบจากคอหนังจีนได้อีกตามเคย #นี่มันหนังเช็คอายุคนดูชัดๆเนาะ ^__^

สรุปว่าหนังดูเพลินๆดีฮะ สนุก-ตลก-บ้าๆบอๆ เหมาะกับการดูในเทศกาลสงกรานต์เปนที่ยิ่ง ชอบเอฟเฟ็คท์รูปน้ำตอนที่แม่เฒ่าเจ้าแห่งเงือก เล่าอดีตถึงอดีตอันเกรียงไกรของบรรบุรุษเงือกให้ชาวเงือกยุคปัจจุบันได้ฟัง ภาพกราฟฟิกทำออกมาดูสวยงาม น่าทึ่งตะลึงงัน ส่วนฉากที่แม่เฒ่าแผลงฤทธิ์ใส่พวกคนชั่วที่มาเข่นฆ่าชาวเงือกผู้บริสุทธิ์ที่ไร้ทางสู้นั้น ดูยิ่งใหญ่ อลังฯ และน่าตื่นเต้นสุดๆ เห็นฉากนี้แล้วอยากดู 3D จุง... :'-P

No comments: