Wednesday, October 1, 2014

ภวังค์รัก (Concrete Clouds, พ.ศ. ๒๕๕๗)


ภวังค์รัก (Concrete Clouds)
(ลี ชาตะเมธีกุล, พ.ศ. ๒๕๕๗)

หนังดีมากฮะ... แต่บอกตรงๆ คือดูแล้วไม่รู้สึกสนุกตามไปด้วยเท่าไหร่ พูดให้ชัดกว่านั้นคือหนังไม่สนุก แต่มันเปนหนังดีอะ คำว่า 'ดี' ในที่นี้หมายถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่มารวมกัน ทั้งการถ่ายภาพ-จัดแสง การตัดต่อ บท และการแสดง โดยเฉพาะการแสดงของ เจนสุดา ปานโต ที่ได้ยินคนชมกันมาก พอได้ดูก็เห็นด้วยว่าสมดังคำร่ำลือจริงๆ เพราะเธอดูเปนธรรมชาติมากๆ ในทุกฉากที่ปรากฏตัว อาจเปนเพราะไม่เคยดูเธอเล่นละครเล่นหนังมาก่อนก็ได้ เลยไม่มีภาพจำติดตาแบบเดียวกับที่มีต่อ อนันดา กับ อภิญญา ^^

ยอมรับตรงๆ อีกอย่างว่าดูแล้วเข้าไม่ค่อยถึงประเด็นเนื้อหาสาระของหนัง เหตุผลคงเปนเพราะหนังมันนิ่งมากมาย เนิบๆ เนือยๆ ช้าเชื่องเอื้องหลวงยิ่งกว่าหนังป๋าเลียม นีสันที่ได้ดูเมื่อวันก่อนซะอีก! (เข้าฉายแล้ววันนี้!! ...เหอๆ...เขียนแบบนี้ เด๋วมีคนเข้าใจว่าไปรับเงินจากค่ายหนังให้มาอวยเนาะ! #แต่ค่ายใดสนใจสามารถติดต่อได้หลังไมค์นะครัชชชช ^^) ตอนดูเลยหาวแล้วหาวอีก น้ำตาไหลพร่างพรายเพราะง่วงจัด ซึ่งมิใช่ความผิดของคนทำหนังนะฮะ เปนเพราะร่างกายอ่อนเพลียอะ  แต่ถึงยังไงก็ยืนยันว่าเรื่องนี้เปนหนัง 'ดีจริงอะไรจริง' เพียงแต่ไม่เหมาะกับเราผู้ซึ่งเปนคนชอบดูหนังแนวป็อปคอร์น คือดูเพลินๆ เอาบันเทิงเปนหลัก ดูไปกินไปสบายใจ อิ่มก็หลับ สนุกก็ดูต่อ...แนวๆนั้น! เพราะงั้นเลยเกือบหลับคาโรงอยู่หลายครั้งครา (ต้องขอบคุณหยดน้ำจากแอร์ที่หล่นลงบนหัวด้วยนะ ช่วยให้กูหายง่วงในพริบตา ^o^)

แต่ถึงจะดูแล้วไม่ค่อยเก็ทไอเดียของผู้กำกับแบบเต็มร้อย ทั้งที่เขาก็มีเทคนิคและชั้นเชิงน่าสนใจไม่น้อย แต่ก็พอจะเก็ทได้เลาๆ ว่าหนังคงต้องการแสดงให้เห็นถึงพิษสงของวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี ๒๕๔๐ อันส่งผลกระทบมาสู่วิถีชีวิตตัวละคร กับเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสองคู่ที่มิได้มีบทสรุปลงเอยด้วยความสุข ซึ่งคงจะเล่าในที่นี้ไม่ได้ เพราะดูแล้วก็ไม่ค่อยเคลียร์เหมือนกันว่ามันอะไรยังไง อีกอย่างคือมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับองค์ประกอบรายรอบในหนัง ไม่ว่าจะเปนเพลงเก่า เอ็มวีเก่า วิทยุเทปรุ่นเก่า ม้วนวิดีโอ ตึกร้างที่สร้างไม่เสร็จ ฯลฯ จนออกจะเสียสมาธิในการติดตามเรื่องราวและการคิดเพื่อความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครอยู่ไม่น้อย พูดง่ายๆ คือตัวเราดันไปโฟกัสผิดจุดอะ T___T

แล้วก็เผอิญว่าดันเกิดมาแล้วโตทันช่วงเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง-ฟองสบู่แตกพอดี ตอนดูหนังก็เลยระลึกชาติอยู่ตลอดเวลา ว่าสมัยนั้นอยู่ที่ไหน...กำลังทำอะไร...รอดจากการโดดตึกตายมาได้อย่างไรหว่า... ทำให้จิตใจไม่จดจ่อกับหนังเลย ซึ่งว่าจะไปก็อาจถือเปนข้อดีของหนังก็ได้เนาะ ตรงที่มันเปิดโอกาสให้คิดโน่นคิดนี่คิดนั่นไปได้เรื่อยเปื่อย คิดออกนอกหนังไปเลย เพราะว่าคิดตามหนังไม่ทัน 5555555555555555555555555555555555555555 (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ^_^)

อย่างไรก็ดี มีอยู่ประโยคหนึ่งในหนังที่ชอบมาก คือประโยคที่เจนสุดาพูดกับอนันดา ที่เล่นเปนแฟนเก่าผู้กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากได้ยินเขาบอกว่าถึงจะมีแฟนใหม่กี่คนก็ไม่เคยหยุดรักเธอเลย จนแฟนใหม่ของเขาพากันอิจฉาเธอไปตามๆกัน (น่ากลัวมากนะ...ฟังแล้วหวาดเสียวว่าจะโดนแฟนใหม่ของมันมาดักตบแล้วสาดน้ำกรดชิบหายยยย...) เธอเลยตอบกลับไปว่า จริงๆน่ะเขาแค่หลงรักความรู้สึกที่ได้รักเธอเท่านั้น ไม่ได้รักตัวเธอจริงๆหรอก แล้วก็ไล่ให้ไสหัวกลับไป! ประโยคที่ว่า 'หลงรักความรู้สึกที่ได้รัก' นี่แหละที่ชอบ เพราะมันทำให้คิดได้ว่า เวลาที่เรารู้สึกรักใครสักคนนั้น จริงๆ แล้วเราไม่ได้รักคนๆ นั้นหรอก แต่เรา 'รักตัวเราเอง' ต่างหาก... :'-P

No comments: