รัก ลวง หลอน THE COUPLE
(พ.ศ. ๒๕๕๗)
ได้ยินแว่วๆ เหมือนมีพรายกระซิบก่อนเข้าไปดู ว่าเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นระหว่างผู้กำกับฯ กับโปรดิวเซอร์ ทำให้ผู้กำกับฯ ต้องถอนตัวกลางคัน เครดิตชื่อผู้กำกับฯ จึงลงไว้แค่ว่า "ทาเล้นท์ วัน ทีม" ซึ่งเปนใครก็ไม่รู้ จับมือใครดมไม่ได้ว่างั้นเถอะ! ไม่รู้จริงๆ ว่าใครมาทำหน้าที่กำกับต่อจนหนังสำเร็จเสร็จเปนรูปเปนร่างได้
แต่พอดูจนจบ ก็คิดว่าไม่แค่เฉพาะผู้กำกับเท่านั้นหรอก ที่สมควรขอถอนตัวออกจากหนังเรื่องนี้ บรรดาคนเขียนบทอีกสี่ห้าคนซึ่งบางคนมีเครดิตดีงามในวงการหนังดิบดี อาทิ คงเดช จาตุรันต์รัศมี กับ ศิวโรจน์ คงสกุล ก็น่าจะขอถอนชื่อตนเองออกไปด้วย เพราะเรารู้สึกว่าปัญหาอันฉกาจฉกรรจ์ของหนังเรื่องนี้ อยู่ที่บทภาพยนตร์นั่นแหละ!! T__T
จะว่าไป โดยตัวเนื้อหาของหนังถือว่าน่าสนใจ เพราะพูดถึงความล่มสลายของธุรกิจครอบครัว ที่พ่อแม่อุตสาหะบากบั่นสร้างตัวขึ้นมาจนเปนปึกแผ่นมั่นคง แต่ลูกๆ ที่รับช่วงสืบทอดต่อกลับไม่อาจธำรงรักษาสมบัติของพ่อแม่เอาไว้ให้ยืนนานต่อไป ทำให้ต้องไปอาศัยพึ่งพาอิทธิพลจากนักการเมืองให้ช่วยสนับสนุน โดยมีค่าน้ำร้อนน้ำชาเปนเครื่องตอบแทน ซึ่งลุกลามเลยเถิดกลายเปนการฆาตกรรมอำพราง ตามติดมาด้วยวิญญาณอาฆาตที่ประสงค์จะแก้แค้นผู้ที่เคยก่อกรรมแก่มันไว้อย่างสาสม
จุดศูนย์กลางของหนังอยู่ที่คู่รักหนุ่มสาว กานต์ กับ อ้อม (รับบทโดย กอล์ฟ พิชญะ และ ออม สุชาร์) ซึ่งเพิ่งแต่งงานกัน แต่เห็นได้ชัดเจนว่าฝ่ายหญิงไม่เป็นที่ต้อนรับจาก กุล (จ๋า วรัลชญาน์) พี่สาวคนโตของครอบครัวกานต์เท่าไหร่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแลดูว่ากุลก็มีท่าทีแบบเดียวกันกับ สิตา (มาลินี โคทส์) ภรรยาของ กรณ์ (เต๋า เศรษฐพงษ์) น้องชายคนรองของเธอด้วย แต่แล้วในคืนวันแต่งงาน อ้อมกลับพบศพสิตาซึ่งผูกคอตายในบ้าน ทำให้เธอมีอาการช็อคและประสาทหลอนตามมา
ที่จริง หนังดูจะวางตัวเองไว้ที่เรื่องราวความสัมพันธ์ของกานต์กับอ้อมเปนหลัก ซึ่งหนังเหมือนจะเดินไปทางนั้นในช่วงต้นเรื่อง แต่พอเริ่มเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับความล่มสลายของธุรกิจครอบครัว และการอาละวาดแผลงฤทธิ์ของผีสิตา ที่พยายามทำให้คลุมเครือว่าเปนเพราะอ้อมประสาทแดกไปเองหรือเปล่า เราก็เริ่มรู้สึกว่าลำดับในการเล่าเรื่อง มันออกจะชวนให้สับสนไปหน่อย อาจเพราะมุมมองของตัวละครที่เปนตัวเดินเรื่องถูกเปลี่ยนจากอ้อม กระโดดไปเปน กุล ซึ่งทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วนางหาได้ร้ายกาจอย่างบุคลิกที่แสดงออกไม่ แต่เปนเพราะนางต้องแบกรับภาระใหญ่หลวงไว้ตามลำพังมากกว่า จากนั้นก็กระโดดไปเปนกานต์ ที่ค้นพบความจริงเบื้องหลังการตายของพี่สะใภ้อันส่งผลถึงความผิดปรกติทางร่างกายของเมียรัก ว่ามีต้นเหตุมาจากความต่ำช้าสามานย์ของนักการเมืองขี้ฉ้อ (ปิ๊บ รวิชญ์) เพียงคนเดียว
พูดให้ชัดเจนคือ พอเริ่มมีประเด็นมีเนื้อเรื่องเยอะขึ้น แทนที่มันจะช่วยเสริมให้ประเด็นความรักและความสัมพันธ์ของกานต์กับอ้อมเด่นชัดและหนักแน่น ก็กลับพร่าเลือนและไม่ชัดเจน ดูแล้วเลยไม่รู้สึกตามไปด้วยสักนิด ว่าสองคนนี้มีความรักใคร่ลึกซึ้งผูกพันอะไรกันนักหนา #เรารู้ว่ามันรักกันก็เพราะคนทำหนังบอกมาว่างั้นอะ เช่นเดียวกับตัวนังเลขาฯ ที่รีบแจ้นโทร.ไปอาจารย์นั่งทางใน เพื่อปรึกษาเรื่องอ้อมโดนผีสิงนั้น เราก็สงสัยว่านังเลขาฯ มันสู่รู้ขึ้นมาได้ยังไง #หรือมันเองก็นั่งทางในเปน มีฉากไหนที่มันเห็นแบบที่คนดูเห็นเหรอ ถึงสรุปออกมาอย่างนั้น #สาระแนชัดๆ5555 ยิ่งฉากที่นางทำท่าว่าเปนคนรู้ลึกรู้ดีในเหตุการณ์ทุกอย่าง ราวกับเปน มิสซิสเดนเวอร์ กลับชาติมาเกิด! แต่กลับพูดได้แค่ประโยคเดียวก็หัวระเบิดเละนั่นน่ะ เราว่ามันออกจะห้วนเสียจนน่ากลุ้มใจ อดนึกเสียดายไม่ได้ว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากนังมิสซิสเดนเวอร์คนนี้ให้คุ้มค่ากับการสร้างมันขึ้นให้ได้มากกว่านี้เนาะ!
แต่ที่น่ากลุ้มใจยิ่งกว่า เห็นทีจะหนีไม่พ้นการที่หนังเฉลยปมปริศนาตั้งแต่ช่วงกลางๆ เรื่อง แบบว่าเฉลยกันหมดเปลือก ไร้ข้อเคลือบแคลงสงสัยใดๆ แล้วว่าไผเปนไผ! ทำให้นึกในใจว่าหนังใกล้จะจบแล้วอะดิ แต่เปล่าเลยฮะ!! มันลากยาวต่อมาได้อีกประมาณครึ่ง ชม. เปนเหตุการณ์ไล่ล่า สั่นประสาท ระหว่างคนธรรมดากับนังผีดิบ Walking Dead กระหายเลือด ท่ามกลางฉากหลังที่เปนโรงงานอะไรสักอย่าง (น่าจะเปนโรงงานไม้แปรรูปละมัง) ซึ่งบรรยากาศก็แลดูน่ากลัวดี เหมาะจะอยู่ในหนังผี-ตื่นเต้น-สยองขวัญเปนอันมาก ^^
แต่เพราะเราดันเกิดความสงสัยอีกตามเคย ว่าตัวละครมันแห่กันเอาศพคนตายไปวางในโรงงานทำไมดึกๆ ดื่นๆ น่าจะเอาไปไว้ที่วัด หรือบ้านของตัวเองมากกว่าอะปะ #ดูแล้วเง็งจริงๆ อดคิดไม่ได้ว่าเพราะงี้ละมังถึงไม่มีปัญญารักษาธุรกิจครอบครัวไว้ได้ ซึ่งพอเราสงสัยเช่นนี้ รวมถึงหนังก็ไม่เหลือปริศนาใดๆ ให้สงสัยใคร่รู้อีกแล้ว ที่เหลือต่อจากนั้นก็คือความน่าเบื่อหน่ายจนสุดจะบรรยาย หาความน่าสะพรึงกลัวใดๆ มิได้ แถมการจะพยายามโยงเข้าไปหาเรื่องกฎแห่งกรรม #ทำแบบใดกับใครไว้ก็ต้องเจอแบบเดียวกัน กับเรื่องของความรักอันคงมั่นระหว่างกานต์-อ้อม และปิดฉากเรื่องราวด้วยอาการเหมือนไม่รู้จะหาทางลงตรงไหนดีให้ราบรื่น ก็เลยจบแม่งดื้อๆ ห้วนๆ ซะงั้นเองฮะ #อาร์ตแตกไปเล้ยยยยยยยยย T^T
ถึงงั้นก็เถอะ ข้อดีของหนังก็พอมีอยู่ คืองานโปรดักชั่นที่ค่อนข้างเนี้ยบ ฉากภายในบ้านทำออกมาได้ดูลึกลับ น่าขนหัวลุก ชวนพรั่นพรึงสั่นสะท้านทรวง แต่ส่วนตัวชอบฉากทางเดินในโรงแรม ที่ตัวละครเดินไปแล้วมีไฟเซ็นเซอร์ติดๆ ดับๆ ตลอดทางที่ผ่าน ดูแล้วหลอนๆ ให้ไปเดินเองคงไม่เอา #กูแสบตา! และยังมีการแสดงของ กอล์ฟ พิชญะ กับ ออม สุชาร์ ที่เล่นกันได้ดีตามบทเรียกร้อง รับ-ส่งอารมณ์กันเต็มที แต่ก็ช่วยชีวิตหนังไม่ได้มากนัก เพราะบทหนังมันย่ำแย่เสียแล้วอะ อีกคนที่ชอบมากๆ คือ จ๋า #เปลี่ยนชื่อแล้วเรียกยากชะมัด บุคลิกนางในหนังเห็นแล้วเหมือนคนรู้จักบางคนอะ...น่าสะพรึงชิบเป๋งงงงงง555555.... :'-P

No comments:
Post a Comment