Tuesday, October 21, 2014

JOHN WICK (2014)



JOHN WICK
(David Leitch and Chad Stahelski, 2014)

หนังหนวกหูมากๆฮะ เพราะมันยิงกันหูดับตลอดเรื่อง แต่ที่น่าหนวกหูยิ่งกว่า คือดนตรีประกอบที่ใส่มาในฉากแอ็คชั่น รกรุงรัง ฟังแล้วน่ารำคาญอารมณ์ฝุดๆ สงสัยระบบเสียงมันดีเกิ๊นนนนน! เลยรู้สึกเหมือนแก้วหูเต้นริกๆตลอดเวลา 55555+

โดยรวมๆหนังก็พอดูได้ เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังแอ็คชั่นแบบไม่ต้องพึ่งพาฉากถล่มทลายใหญ่โต เพราะเรื่องนี้ คีนู รีฟส์ ถือปืนลุยเดี่ยวบุกแหลกฆ่าผู้ร้ายตายยกแก๊งได้อย่างน่าอัศจรรย์พันลึกมากๆ แต่หนังก็พยาย้ามพยายามจะทำให้คนดูเชื่อตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วแหละ ว่า จอห์น วิค มันเปนคนน่ากลัวมว๊ากกกกกก...ขนาดเจ้าพ่อมาเฟียรัสเซียได้ยินชื่อยังถึงกับ 'หงอแดก' ต้องรีบโทร.ไปเจรจาไกล่เกลี่ยทันที หนำซ้ำยังอ้างว่ามาตกลงกันแบบ 'อารยชน' เถอะนะ #แต่อาชีพเมิงเนี่ยอารยชนสัดๆเบย พอไม่ได้รับคำตอบใดๆก็เลยชิงลงมือเปิดศึกเสียก่อน ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าจอห์น วิค มันเปนคนเก่งกาจหาคนต่อกรด้วยได้ยาก แต่ก็ยังอุตส่าห์เนาะ! น่าปรบมือให้กับความโง่เง่าของมันเสียจริงๆ...นี่ถือเปนความโง่ข้อที่หนึ่ง

ส่วนโง่ข้อที่สอง คือพอเกิดจวนตัวเข้าจริงๆ เจ้าพ่อก็เลือกที่จะห่วงชีวิตตัวเองมากกว่าห่วงสิ่งที่มันพยายามปกป้อง ก็ถ้าเปนงั้นทำไมไม่ปล่อยให้จอห์น วิค มันจัดการเสียตั้งแต่แรกวะฮะ! จะได้ไม่ต้องปล่อยให้ลิ่วล้อไปล้มตายเปนใบไม้ร่วงอย่างนั้น ดูแล้วอดคิดไม่ได้เลยว่าคนเขียนบทนี่มันงี่เง่าเป่ากะลาจริงๆ

ด้านพล็อตเรื่องก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ออกแนวเปนหนังมาเฟียฮ่องกงยังไงยังงั้น คือ จอห์น วิคเปนอดีตนักฆ่าของแก๊งมาเฟียรัสเซีย ที่ลาออกจากวงการเพื่อไปแต่งเมีย ทีนี้เมียตาย แต่ส่งลูกหมามาให้ดูต่างหน้า #เหมือนอยากให้ผัวเห็นหมาแล้วนึกถึงหน้าเมีย T^T ก็ดันมีเหตุเกิดจากรถสวยของเขาดันไปสะดุดตาลูกชายเจ้าพ่อมาเฟียเจ้านายเก่า เจ้าลูกชายสันดานเสียก็ยกพวกมารุมกระทืบจอห์นถึงบ้านเพื่อชิงรถ แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือมันดันฆ่าลูกหมาซึ่งเปนของขวัญชิ้นสุดท้ายจากเมียรักตายคาที อดีตนักฆ่าผู้หันหลังให้วงการไปแล้วจึงต้องหวนกลับสู่สังเวียนอีกครั้ง เพื่อตามจิกหัวพวกมันไปลงนรก #เชื่อว่าคนดูทั้งโรงคงอยากเห็นพวกมันโดนจัดการเพราะลูกหมาน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกมากๆอะ

เนื้อเรื่องก็มีแค่นั้นแหละฮะ นอกนั้นคือการระดมฉากแอ็คชั่นบู๊ล้างผลาญใส่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็โอเคอะ พ้นจากเรื่องเสียงดังกระแทกรูหูแล้วก็ไม่มีอะไรน่ารำคาญอีกละ คีนู รีฟส์ก็ยังดูดีตามสมควร แม้จะดูโทรมๆไปบ้าง (แต่ถึงไงก็ชอบลุคแบบใน Point Break, Speed, The Devil's Advocate, A Walk in the Clouds อยู่ดีแหละ T__T) ส่วนฝีมือก็ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม พูดให้ชัดๆคือถ้าไม่ต้องพูดอะไรเลยจะหล่อมาก พอเริ่มพูดก็จะหล่อน้อยลง ยิ่งตอนแสดงอารมณ์ดราม่าจะกลายเปนดูตลกทันที ^^ เลยทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าบทจอห์น วิค น่าจะดูมีบุคลิกที่พิเศษกว่านี้อะปะ เพราะในหนังมันดูธรรมดาไปหน่อย ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลย เทียบกับบท แม็ท สคัดเดอร์ ใน A Walk Among the Tombstone ที่ เลียม นีสัน เล่น เรายังรู้สึกว่ามีคาแร็กเตอร์น่าสนใจกว่าอะ

เอาเปนว่าหนังก็พอดูได้นะฮะ แม้ว่าภาพส่วนใหญ่จะมืดๆ จึงขอแนะนำให้ไปดูในโรงไม่ใหญ่มาก จะได้เห็นชัดถนัดตาว่าอะไรเปนอะไร เพราะดูในโรงใหญ่ๆรอบเมื่อวานแล้วรู้สึกว่ามันมืดมากกว่าปรกติ ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจอะ! ว่าเพราะโรงมันใหญ่ กำลังไฟจากเครื่องฉายอาจไม่แรงพอ เพราะต้องลดความสว่างของเครื่องฉายเพื่อยืดอายุของหลอดไฟด้วย ไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะถือเปนการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ถามหน่อยเหอะว่า #ค่าตั๋วเกือบสองร้อยบาทแต่ระบบการฉายได้แค่หนึ่งร้อยบาทเนี่ยมันหมายความว่าอัลลัย... :'-P



No comments: