สี่เส้า
(การัณยภาส ขำสิน, พ.ศ. ๒๕๕๘)
หนังแบบว่า...เอิ่มมมมม... ถ่ายภาพสวย! เลือกโลเคชั่นได้สุดยอด คืองดงาม-โรแมนติก-ชวนฝัน เหมาะจะเปนฉากหลังในหนังพาฝันซะไม่มี! ดูแล้วอยากขึ้นไปใช้ชีวิตบนดอย เปนครูสอนหนังสือให้เด็กๆ เปนพยาบาล เปนเจ้าของไร่ชา คอยอยู่ดูแลอาม่า ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ทุ่งหญ้า-ป่าเขา-ลำธาร-ดอกไม้-ก้อนหิน-สายลม-แสงแดด บลาๆๆ... แต่อย่างอื่นนอกนั้นคือ 'เฉยๆ' พูดให้ชัดเจนกว่าคือ 'ไม่บวกแต่ยังจะค่อนไปทางลบ' คงเพราะมีหลายอย่างในหนังที่ดูแล้วไม่ค่อยถูกจริตแต่ก็ขี้เกียจสาธยาย เด๋วมันจะกลายเปนจ้องจับผิดหนังจนเกินไป
เอาเปนว่าข้าพเจ้ารู้สึกว่าหนังดูสนุกขึ้น ก็ตอนที่เริ่มมีดราม่า 'ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ' นี่แหละ คือพอหนุ่มตี๋จากเมืองจีนรู้ว่าครูหมวยที่ตนหลงรักมาตั้งแต่เด็กกำลังจะโดนหนุ่มเมืองกรุงคาบไปรับประทาน มันก็เริ่มแสดงปฏิกิริยาต่อต้าน-ขัดขวางอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนขึ้นทันที แล้วพอดูๆไปก็ยิ่งเห็นชัดว่าหนุ่มตี๋ผู้นี้ เปนตัวขับเคลื่อนเรื่องราวในหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก คือถ้าไม่มีเขามายืนทำหน้าหงิกหน้างอ บอกให้ชาวโลกรู้ว่ากำลังตกอยู่ในภาวะมู้ดดี้ จากอาการ 'หึงสาพยาบาท' จนพร้อมจะแสดงอาการวีนเหวี่ยงได้ตลอดเวแล้วล่ะก็ หนังคงจะจืดชืดเปนน้ำยาเย็นแน่แท้! เหตุเพราะว่าตัวละครอื่นๆนั้นมันล้วนแล้วไปด้วยคนดี นิสัยดี มีความสมหวังในความรัก พบความสุขกับชีวิตพอเพียงแทบทั้งนั้น แต่ทำไมถึงมีกูคนเดียวที่ต้องผิดหวัง นั่งเสียใจน้ำตาตกในอยู่คนเดียวด้วย!! #นี่พูดถึงตัวละครในหนังนะฮะไม่ได้พูดถึงตัวเอง ^__^
ข้าพเจ้าเลยมีความรู้สึกว่า หนุ่มตี๋ดูเปนตัวละครนำของหนังมากกว่าตัวอื่นๆ เพราะมีแบ็คกราวน์แน่น มีแรงจูงใจในการลงมือทำอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างชัดเจน ที่สำคัญคือ ถึงจะมีความเปนตัวร้าย ทำอะไรร้ายกาจใส่ตัวละครอื่นๆบ้าง แต่ดูแล้วก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไม-เพราะอะไร เทียบกับตัวหนุ่มเมืองกรุงจะยิ่งเห็นชัดว่าฝ่ายหลังแทบไม่มีอะไรน่าสนใจเลย นอกจากหล่อและรวย แถมมีแฟนสวย แต่องค์ประกอบอย่างอื่นที่จะทำให้เขากลายเปนตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยในทุกๆด้านนั้นแทบจะไม่มี #ขนาดจะขอแฟนตั้งแต่ยังต้องวิ่งโร่มาปรึกษาผู้หญิงอีกคนให้ช่วยแนะนำ #ถึงจะเปนเพื่อนสนิทกันแต่มันควรมั้ยอะ แม้แต่ตอนที่หนุ่มเมืองกรุงต้องกลายเปนคนตาบอด เราก็รู้สึกเฉยๆ ไม่มีอารมณ์หดหู่หรือเห็นใจอยากให้เขาหายจากตาบอดเลย ทั้งที่ตามพล็อต การที่พระเอกนางเอกต้องประสบชะตากรรมเลวร้าย คนดูควรจะต้องสงสารทั้งคู่ใช่ปะ
แต่กลายเปนว่า ตอนดูฉากพระเอกนางเอกกอดกัน นั่งร้องไห้ ปลอบอกปลอบใจ-ให้กำลังใจกันนั้น ข้าพเจ้ากลับรู้สึกอยากไปเข้าห้องน้ำ! คงเปนเพราะว่าตั้งแต่ต้นเรื่องก็ไม่ได้ปูพื้นให้รู้สึกซาบซึ้ง-เปนส่วนหนึ่งในความรักความผูกพันของทั้งคู่เลย เพราะงั้น ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนคู่นี้ก็ตาม เลยไม่รู้สึกว่าจะต้องร่วมสะท้านสะเทือนไปด้วยทำเพื่อ!!! ต่างจากคู่หนุ่มตี๋กับอาหมวยพยาบาลที่ดูจะน่าสนใจกว่าหลายเท่า เพราะมีดราม่าเปน 'รักไม่สมหวัง' ทั้งคู่ เลยออกจะถูกจริตข้าพเจ้ามากเปนพิเศษ 555+
สรุปเลยละกันว่าหนังก็งั้นๆอะฮะ มีที่น่าสนใจก็แค่เท่าที่พูดไป นอกนั้นคือไม่ไหว! ตอนจบนี่แทบว่าจะกลายเปนหนังคนละแนวกับที่ดูมาตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ คือเริ่มเรื่องเปนโรแมนติก กลางเรื่องเปนดราม่า แต่จบเรื่องดันกลายเปน 'หนังผี' ...อันนี้ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำออกมาได้ยังไง!! เปลี่ยนใหม่เปนหนังผีตั้งแต่ต้น หนังอาจจะออกมาดีกว่าที่เปนอยู่ก็ได้ #มีคนบอกมาว่าโปสเตอร์หนังก็ทำให้คิดว่าเปนหนังผีอยู่แล้ว... :'-P

No comments:
Post a Comment