Tuesday, April 28, 2015

THE AGE OF ADALINE (2015)



THE AGE OF ADALINE
(Lee Toland Krieger, 2015)

...หนังพอดูได้เพลินๆฮะ ไม่ถึงกับสนุกมากมาย แต่ก็ไม่ถึงขั้นเหลือจะทน เว้นแต่ข้าพเจ้าเองที่ดันรู้สึกว่า คนทำหนังอาจกังวลว่าคนดูจะไม่เชื่อว่า อยู่ดีๆ อดาไลน์ ก็กลายเปนสาวสองพันปี ไม่มีวันแก่ ไม่มีวันตายโดยไม่ต้องอาบไฟ #อาบสายฟ้าฟาดแทน ^_^ ได้อย่างไร ก็เลยพยายามหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นานาสารพันมารองรับ และยัดเข้ามาในบทบรรยายเสียมากมาย ซึ่งเอาเข้าจริง เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเอาไปพิสูจน์ได้จริงหรือไม่ว่ามันจะเปนอย่างที่เห็นในหนัง พูดอีกแบบคือ สุดท้ายแล้วเรื่องความเปนอมตะก็แลดูเปนเรื่องเพ้อเจ้อเว๊อเวิ่นของนักเขียนนิยายกันต่อไปนั่นแล ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้ามาใส่ จึงมีสถานะเพียงแค่ 'สักแต่ว่าให้หนังมันแลดูน่าเชื่อถือ' ขึ้นก็เท่านั้น!

อย่างไรก็ดี ในจุดนี้ต้องชื่นชมคนเขียนบทนะฮะ ว่าขยันทำการบ้านมาก อย่างน้อยก็พยายามเปิดตำรา ยกทฤษฎีนั่น-นี่-โน่นมาอ้างอิง สร้างความหนักแน่นสมจริงให้กับเงื่อนไขหลักของหนังซึ่งเปน 'แฟนตาซี' สุดๆ! ถือเปนตัวอย่างการเขียนบทหนังแนวนี้ที่นักเขียนบททั่วโลกควรยึดถือเปนแบบอย่าง ว่าถึงแม้จะคิดอะไรให้มันเกินจริง แต่ก็ต้องพยายามหาความจริงมารองรับ เพื่อให้มันเกิดความ 'สมจริง' ไม่ใช่ทำแบบหนัง(ไทย)บางเรื่องที่แค่ให้เดินเข้าตู้โทรศัพท์ตอนฝนตก ตัวละครก็สามารถย้อนเวลากลับไปสู่อดีตได้โดยไม่มีเหตุอันควรรองรับให้เกิดความน่าเชื่อถือเลยสักอย่าง #บ้าๆบอๆ

พูดถึงหนังบ้างเนาะ... จริงๆอยากดูตั้งแต่รู้ว่าเปนหนังของผู้กำกับ Celeste and Jesse Forever แล้วฮะ เพราะชอบเรื่องนั้นมาก เลยแอบคาดหวังว่าจะชอบเรื่องนี้เหมือนกัน แต่พอดูแล้ว...ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรนักหรอก แค่ไม่รู้สึกปลื้มกับมันเท่าเรื่องที่แล้ว อย่างหนึ่งคงเปนเพราะหนังมันคนละแนว (เรื่องนั้นเปนโรแมนติก-คอมเมดี้ มีมุกตลกบ้าๆประสาทๆอยู่เยอะ แต่เรื่องนี้เปนโรแมนติก-แฟนตาซีที่พยายามทำให้สมจริง เลยออกจะเคร่งเครียดกว่านิดหน่อย) อีกอย่างคือตอนดู ข้าพเจ้าคงเอาความคิดของคนยุคนี้เข้าไปจับกับสิ่งที่เห็นในหนังมากจนเกินไป เลยออกจะทำให้รู้สึกขัดแย้งในอารมณ์ตลอด

อย่างตอนอดาไลน์โดนคนทักว่าสวยใส สาวสะพรั่งไม่สร่างซา ซึ่งตามยุคสมัยในหนังถือเปนสิ่งประหลาดมหัศจรรย์พันลึก ต่างจากยุคนี้ที่ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกแล้ว ถือเปนเรื่องดีด้วยซ้ำว่าดูแลตัวเองได้เริ่ดมาก! เช่นเดียวกับการที่อดาไลน์ไม่มีวันร่วงโรยตลอดกาล แม้หนังจะทำให้ดูว่าเปนเรื่องน่าทุกข์ทรมานร้าวรานใจเหลือแสน ต้องหลบลี้หนีหน้าผู้คน #คบคนได้นานๆก็เฉพาะคนตาบอด เปลี่ยนงาน-เปลี่ยนบ้านใหม่ทุกสิบปี ฯลฯ แต่ดูไปดูมา กลับจะรู้สึกว่าชีวิตของอดาไลน์ก็ดูน่าสนุก ได้ผจญภัย ได้เห็นโลกกว้างใหญ่แทนซะงั้น!! จะมียกเว้นบ้างก็ตอนต้องเปลี่ยนหมาตัวใหม่ #ฉากนี้ร้องไห้หนักมาก T___T

ยิ่งพอได้ยินตัวละครตัวหนึ่งพูดกับอดาไลน์ว่า "ที่ผ่านมาคุณแค่ 'มีชีวิต' แต่ไม่เคยได้ 'ใช้ชีวิต'" ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอยากกรี๊ดดดดด!!! อดคิดไม่ได้ว่าจำเปนด้วยเหรอที่การ 'ใช้ชีวิต' จะต้องหมายถึง 'การมีผัว' (พูดให้ซอฟท์กว่าคือ การมีครอบครัว...มีคนรัก...มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ บลาๆๆ #แต่จะพูดให้เบาแค่ไหนสาระสำคัญมันก็ไม่ต่างนักหรอก) ราวกับว่าถ้าชีวิตนี้หาผัวเปนตัวเปนตน เปนเรื่องเปนราวไม่ได้ การมีชีวิตอยู่บนโลกนี้นานๆก็เท่ากับเปล่าประโยชน์...เสียชาติเกิดโดยสิ้นเชิงงั้นแหละ! ประสาทแล้ว!! ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนะ เพราะถึงไม่มีผัว (a.k.a ไม่มีครอบครัว) แต่เราได้ออกไปท่องโลกกว้าง ได้ดูนั่นดูนี่ที่มันแปลกๆใหม่ๆเพิ่มความเร้าใจในชีวิต แถมมีเวลาอ่านหนังสือมากมายถมเถ รอบรู้ทุกเรื่องชนิดใครถามอะไรก็ตอบได้คล่อง แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าได้ 'ใช้ชีวิต' แล้วจะให้เรียกว่า 'อยู่แต่ในกะลา' หรือไง!!!! :(

ยอมรับเลยว่า เบลค ไลฟ์ลี่ สวยมาก สวยทุกมุม-ทุกช็อต-ทุกฉาก (บางมุมดูคล้าย นาโอมิ วัตต์ กับ กวิเน็ธ พัลโทรว์ รวมกัน) หุ่นเป๊ะ น้ำเสียงเพราะฟังแล้วนุ่มรูหู แต่รำคาญไฝเสน่ห์บนหน้านางจริงๆ เห็นแล้วอยากเอาอะไรเขี่ยออกทุกที อีกอย่างที่ชอบคือดาราเก่าๆแก่ๆที่มาเล่นเรื่องนี้ เริ่มจาก เอลเลน เบิร์นสตีน เล่นเปนลูกสาวอดาไลน์ได้เยี่ยมมาก ฉากที่นางมาเจอแม่ซึ่งสวยและสวยกว่า ก็ทำท่าทำทางเหมือนเด็กเล็กๆดีใจได้เจอแม่ได้ดูเปนธรรมชาติ #แอ็คติ้งเลอค่าหาใดเปรียบ ^^ อีกคนคือ เคธี่ เบเกอร์ เล่นเปนเมีย แฮร์ริสัน ฟอร์ด ชอบฉากนางวีนแตก เหวี่ยงใส่ผัวที่เอาแต่พร่ำพูดถึงคนรักเก่าโดยไม่นึกถึงใจเมียที่นั่งอยู่ตรงหน้าเลย อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเปนข้าพเจ้า จะไม่เสียเวลาเหวี่ยงให้เหนื่อย แต่จะถอดรองเท้าตบหน้าให้ได้สติ #555ทำเปนปากดี #เจอเข้ากับตัวจริงๆมีแต่จะหลบไปนั่งเช็ดน้ำตาในห้องน้ำ สำหรับลุงแฮร์ริสัน ฟอร์ดก็งั้นๆอะนะ แบบว่าแก่แล้วแก่เลย ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่เหมือนคนที่เล่นเปนตอนหนุ่มๆ ไม่รู้แคสต์มาได้ไง ทั้งน้ำเสียงและวิธีการพูดจาเหมือนกันเป๊ะมว๊ากกก ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นอย่าให้เซ่ดดดดด... :'-P

No comments: