Tuesday, April 28, 2015

IN LOVE CONCERT


IN LOVE CONCERT
(24 เม.ย. 2558, Royal Paragon Hall)

ขอเขียนถึงสักหน่อยละกันฮะ ^^ ได้ไปดูเพราะ พี่ปันๆ ใจดีจัดการให้ทุกสิ่งอย่าง ส่วนหนึ่งคือพี่เค้าอยากดูเองอยู่แล้ว อีกส่วนคือคิดว่าน้องมอดน่าจะชอบ เพราะเปนคอนเสิร์ตที่นำเพลงสากลยุค 70-80-90 มาร้องโดยศิลปินระดับท็อปของเมืองไทย คือ พี่มินต์ มาลีวัลย์, พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า, พี่มัม ลาโคนิก เสริมด้วยพี่คิง The Voice, พี่ต้น AF และ พี่นก KPN #ทำไมไม่มีTheStarมาด้วยจะได้ครบๆ :p และมีแขกรับเชิญอีกสองคนคือ พี่นัท ศักดาทร กับ พี่ตู่ ภพธร #หล่อมากๆ #เสียงกรี๊ดลั่นทุกการขยับตัวเลยทีเดียว ^_^


ซึ่งแต่ละคนโชว์ลีลาและความสามารถในการร้องเพลงออกมาได้ 'ตามสมควร' นะฮะ พูดตรงๆคือ ดูจบแล้วไม่รู้สึกปลาบปลื้ม-ชื่นมื่น-เอิบอิ่มพิมพ์ใจ หรืออะไรสักเท่าไหร่ ทั้งที่ได้พยายามบอกตัวเองมาตลอดว่า "ถึงยังไง ก็ไม่มีทางที่ใครจะร้องเพลงของศิลปินระดับโลกได้เทียบเท่าต้นฉบับเด็ดขาด!" #ลืมคำว่าดีกว่าไปได้เลย

แต่ถึงงั้น น้องมอดก็ไม่วายที่จะรู้สึก 'ผิดหวัง' อยู่ลึกอยู่ดีนั่นเอง ตลอดคอนเสิร์ตมีโชว์ที่ดู+ฟังแล้วชอบจริงชอบจังไม่ถึงห้าเพลงละมัง... อันดับหนึ่งคือ พี่คิง The Voice ร้องเพลง "Hurt" ของวง The Manhattan ซึ่งเปนเพลงที่น้องมอดชอบสุดๆอยู่แล้ว ฟังทีไรน้ำตาซึม เนื้อร้องและทำนองกรีดอารมณ์รุนแรง ไม่คิดว่าจะถูกนำมาร้องในคอนเสิร์ตนี้ เพราะเข้าใจว่าเปนเพลงที่ไม่น่าจะมีใครนึกถึงกันสักเท่าไหร่ #พูดว่ามีแต่เราคนเดียวที่นึกถึงก็จะแลดูเว่อร์ไปเนาะ ^0^ พอได้ฟังพี่คิงร้องก็เลยเหวอ...เซอร์ไพรส์สุดๆ

อันดับสองคือ พี่ต้น AF ร้อง "Sorry Seems to be the Hardest Word" ของเจ้าป้า เอลตัน จอห์น เพลงนี้พี่ต้นร้องได้สุดยอดมาก โชว์เทคนิคการร้องและพลังเสียงได้เกือบเทียบเท่าต้นฉบับเลยก็ว่าได้ ฟังแล้วรู้สึกบาดอารมณ์เหลือหลาย (เทียบกับตอนพี่ต้นร้อง "One Day in Your Life" ตอนเปิดตัวแล้ว แทบจะกลายเปนฟ้ากับเหว! #พูดแค่นี้ละกัน)

ส่วนอันดับสาม ยกให้โชว์ "La Isla Bonita" เพลงของป้า มาดอนน่า ที่ ป้าแย้ม เอ๊ย...พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า ซึ่งมาในลุคที่น้องมอดไม่เคยเห็น แถมยังไม่คิดว่าจะมีวันได้เห็นด้วยซ้ำ! ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี...ขอให้นึกถึงฉากเปิดตัว แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์ ใน Chicago แต่เปลี่ยนจากหุ่นบึ้บบั้บมาเปนหุ่นผอมเรียวเพรียวลมแทนก็ละกัน ขอพูดถึงในการเห็นความทุ่มเทและตั้งใจทำโชว์ของศิลปินมืออาชีพ ที่หาญกล้าลองทำอะไรแปลกใหม่-ฉีกลุคของตนเองอย่างที่คนดูคาดไม่ถึง ออกมาให้ได้ดูกัน แม้ว่าโชว์นี้จะมิได้ 'เริ่ด-เลอค่า' เท่าใดนัก แต่น้องมอดดูแล้วรู้สึกอึ้ง-ทึ้งและปลื้มปริ่มกับความทุ่มเทของพี่ต๊งเหน่งมากๆ #นอกจากเปนนักร้องในดวงใจแล้ว #ยังจะขึ้นแท่นเปนนักแสดงในดวงใจด้วยนะฮะ ^^

ก็คงมีแค่นั้นแหละฮะ ที่พอจะพูดได้ว่า "ดูแล้วชอบ" #ไม่ถึงห้าเพลงจริงๆด้วย T^T นอกนั้นคือรู้สึกเฉยๆ ธรรมดาๆ แบบว่ามีตั้งแต่กลางๆ ไปจนรู้สึกแย่! ซึ่งอย่างหนึ่งที่รู้สึกแย่ คือหลายเพลงฟังแล้ว ถึงจะไม่ได้อารมณ์เท่าต้นฉบับ #ไม่ว่ากันอยู่แล้วเพราะเข้าใจดีว่าไม่มีวันทำได้! แต่กลับรู้สึกว่าเพลงมันออกมา 'แย่' กว่าต้นฉบับเนี่ยซิ!! ถือว่าน่ากลุ้มใจมากกกกกก...

คือน้องมอดก็เข้าใจนะฮะ...ว่าพี่ๆศิลปินทุกคนต้องการจะร้องให้เหมือน หรือใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด แต่บางคนดันลากเสียงไปไม่ถึงตรงจุดที่มันควรจะเปน บางคนเลยหาทางออกด้วยการเปลี่ยนคียการร้องตรงท่อนนั้นเอาดื้อๆ ฟังแล้วแปลกๆแปร่งๆ! บางคนก็พยายามลากเสียงขึ้นไปให้ถึงแบบสุดชีวิต แต่กลายเปนเสียงหายไปเฉยๆงั้นเอง! #ฟังแล้วเสียอารมณ์มากๆ พี่ปันๆบอกว่ากรณีนี้เปนเพราะอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการจัดคอนเสิร์ตมีปัญหา เลยทำให้เสียงร้องของศิลปินไม่พุ่งเท่าที่ควร

แต่น้องมอดอดคิดไม่ได้ว่า น่าจะเปนเพราะศิลปินหลายคน 'ไม่พร้อม' เสียมากกว่า พูดแบบคอมเมนเทเตอร์ในรายการ AF คือ "เลือกเพลงได้ไม่เหมาะกับความสามารถของตน" อย่างเพลงของป้า วิทนี่ย์ ฮุสตัน, ป้า มารายห์ แครี่ย์ หรือ ป้า ซีลีน ดิออน นั้น หากตั้งใจจะร้องให้เหมือน แล้วทำได้ไม่ถึงล่ะก็ ถือว่าเป็นการ 'ฆ่าตัวตายคาเวที' ทีเดียวเชียวฮะ (ขนาด เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ขึ้นไปร้อง tribute ให้ป้าวิทนี่ย์ ตอนนางเสียชีวิต ยังต้องปรับแก้ตรงนั้นตรงนี้ เพื่อให้พอถูไถ เอาตัวรอดไปได้ เพราะใครๆก็รู้ว่าเพลงของป้าวิทนี่ย์นั้นร้อง 'โคตรยาก' พูดได้เลยว่าไม่มีใครในโลกจะร้องได้อย่างนั้นอีกแล้ว #ขนาดตัวป้าเองช่วงก่อนจะเสียชีวิตยังร้องได้ไม่เท่ากับที่เคยร้องในอดีตอะ T__T)

นอกจากนี้ ศิลปินบางท่านก็มีความ 'ไม่พร้อม' ด้านสุขภาพ ซึ่งถือว่าพอเข้าใจและให้อภัยกันได้เพราะเปนเหตุสุดวิสัยจริงๆ แม้ตอนต้นคอนเสิร์จจะร้องแล้วฟังดูแย่ แต่ตอนท้ายๆก็เหมือนว่าเสียงจะค่อยๆกลับคืนมา ฟังแล้วค่อยรื่นหูขึ้นแม้จะไม่เต็มร้อยก็ตาม

แต่ที่รู้สึกว่าจะเข้าใจไม่ได้และให้อภัยไม่ได้เลย คือศิลปินบางคน #อย่าให้พูดเลยว่าใคร! เหมือนจะมีอาการ 'เมา' ขึ้นไปบนเวทีอะฮะ! #ไม่รู้เมาเหล้าเมายาหรือเมาผู้ชาย คือเห็นชัดว่ามีเดินเซเล็กน้อยตอนเข้า-ออกเวที แถมบางทีก็เล่นมุกตลกที่เหมือนจะขำอยู่คนเดียวอีกต่างหาก ด้านการโชว์นั้น ก็รู้สึกว่าจะร้องไปเพราะมีทักษะเปนทุน มากกว่าจะร้องเพราะอยากให้คนฟังมีความสุข พูดแบบนี้ก็เพราะน้องมอดฟังนางร้องแล้วไม่มีความสุขเลยสักนิด #รู้สึกแย่

สรุปโดยรวมๆ เปนคอนเสิร์ตที่ค่อนข้าง 'พังทลาย' ในความรู้สึกของน้องมอดมากฮะ ศิลปินคนเดียวที่พอจะช่วยกอบกู้ความอัปยศ-ความล่มสลาย และทำให้คอนเสิร์ตนี้มีอะไรในแง่ดีให้พอจะพูดถึงได้บ้าง คือ พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า ซึ่งร้องเป๊ะทุกเพลง ดูตั้งใจร้องมากๆ ฟังแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะเปนเพลงยากๆ ("Woman in Love" ของป้า บาร์บร้า สตรัยแซนด์) หรือเพลงยากโคตรๆ ("One Moment in Time" ของป้าวิทนี่ย์) รวมถึงโชว์เซ็กซี่สุดอลังการ ("La Isla Bonita ของป้ามาดอนน่า) ^^

มีแอบขัดใจอยู่อย่างหนึ่ง ตรงที่ในโปสเตอร์ พี่ต๊งเหน่งแต่งตัวเลียนแบบป้าบาร์บ แต่กลับไม่เอาเพลง "The Way We Were" ซึ่งถือเปนเพลงอมตะนิรันดร์กาลของป้าบาร์บมาร้องให้ฟัง บอกเลยว่าเพลงนี้เปนเพลงโปรดของน้องมอด #รักฝุดๆ ที่ไปดูคอนเสิร์ตนี้ก็เพราะตั้งใจจะไปฟังเพลงนี้ด้วยอะฮะ #ร้องไห้หนักมาก... :'-P

No comments: