Thursday, April 9, 2015

FLEET OF TIME (2014)


FLEET OF TIME
(Zhang Yibai, 2014)

บอกเลย #ร้องไห้หนักมาก T__T ตั้งแต่ตอนนางเอกกระโดดหนีพ่อไปดูพระเอกชู้ตบาสละ! น้ำหูน้ำตาไม่รู้ไหลซึมเปื้อนออกจากดวงตาได้อย่างไร #เวิ่นฝุดๆ ชอบที่หนังเล่าเรื่องความทรงจำวัยเยาว์ เกี่ยวกับความรักครั้งแรกที่จบลงอย่างรวดร้าวรันทด แต่กลับถ่ายทอดออกมาได้อ่อนหวานและงดงาม แม้จะมีความเจ็บปวดขมขื่นแทรกแซมอยู่ก็ตาม ทำให้คิดว่าความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราไม่อาจหลีกหนี ทำได้เพียงอย่างเดียวคือต้องอยู่กับมันให้ได้


น้ำตาไหลหลายฉาก ส่วนใหญ่เปนฉากที่ตัวละครผิดหวังในความรัก พูดให้ชัดเจนกว่าคือเปนฉากที่ตัวละครรู้ซึ้งแล้ว ว่าทุกสิ่งอย่างที่ทำลงเพื่อคนที่ตน(แอบ)รักนั้น มันเปนความสูญเปล่าอย่างแท้จริง ตอนนั่งดูฉากพวกนี้ก็นึกถึงคำพูดของ #มิตรสหายท่านหนึ่ง ที่เคยบอกว่า "คนมันไม่รักเรา ยังไงก็ไม่รัก ต่อให้เราเผาตัวเองตายไปต่อหน้า เค้าก็แค่หันมามองแล้วนึกสงสาร แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แถมจะเปนเหตุการณ์ท้ายๆในชีวิตที่เค้าจะนึกถึง" ToT ...เจ็บปวดมากประโยคนี้! แต่มันก็ช่วยให้ข้าพเจ้า 'ตาสว่าง' ขึ้นมาได้ฉับพลันเหมือนกันนะ อิอิ ^^

อีกฉากที่ร้องไห้สัสๆ คือตอนพระเอกนางเอกเถียงกันในสายฝน (เล่าไม่ได้จะกลายเปนสปอยล์ ไปดูเองเหอะว่ามันเถียงกันเรื่องอะไร) คำพูดของนางเอกนี่แม่งตรงกับสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยคิดไว้มากๆ #นี่ถ้าเปนคนก๋ากั่นกว่าที่เปนอยู่ก็คงแล่นไปทำแบบเดียวกันแล้ว #ประชดแม่งเบยยยยย แต่ก็นะ! สุดท้ายหนังก็ให้เห็นว่าทุกฝ่ายล้วนได้รับบาดเจ็บกันอย่างถ้วนหน้าจริงๆ

เอ็ดดี้ เผิง หล่อมากๆ เลอค่าทุกฉาก เชื่อว่าชะนีทั้งหลายทั้งแท้และเทียมที่ไปดูจะต้องกรี๊ดแตก ส่วน หนีหนี่ นางเอกก็น่ารัก ดูเปนหมวยอ่อนโยน เปราะบาง น่าทนุถนอม ดูเปน type ของผู้หญิงที่ผู้ชายส่วนใหญ่น่าจะอยากได้มาเปนเมีย เปนแม่ของลูก พูดตรงๆคือคอยอยู่ดูแลบ้าน เลี้ยงลูก เตรียมกับข้าวกับปลาไว้รอผัวกลับจากทำงานตอนเย็น แล้วปรนนิบัติไปจนผัวหลับ อะไรทำนองนั้น ในหนังถึงขนาดเขียนบทให้พระเอกเปรียบเปรยว่านางเอกเปนเหมือนแผ่นดิน ไม่ว่าเขาจะไปแรดกับ 'นกตัวไหน' อะไรยังไง ก็ย่อมหาทางกลับบ้านได้เสมอ ...ความคิดแบบผู้ชายเปนใหญ่เหี้ยๆ! แต่ก็นั่นแหละ ดูรูปร่างของพระเอกนางเอกที่คัดมาเล่นคู่กันแล้วก็ไม่แปลกใจ เพราะเอ็ดดี้ เผิงก็ตัวใหญ่ บึกบึนล่ำบึ้ก กล้ามโต ดูเปนผู้ช้ายผู้ชาย macho man ฝุดๆ ส่วนหนีหนี่ก็ตัวนิ้ดเดียว เปี๊ยกมาก เหมือนเด็กเปนโรคขาดสารอาหาร พอยืนคู่เอ็ดดี้ก็เลยดูเปนแพ็ทเทิร์นของพระเอกนางเอกในหนังโรแมนติกที่คนดูพร้อมจะรัก เอาใจช่วย และเสียน้ำตาให้อย่างเลี่ยงไม่ได้

สรุปว่าหนังสนุกดีฮะ เปนหนังจีนที่โรแมนติกที่สุดเท่าที่ได้ดูในปีนี้เลยแหละ #จริงๆคือตั้งแต่ต้นปีได้ดูหนังจีนแค่เรื่องเดียวคือเรื่องนี้ 5555555555555555555555555555+... :'-P

No comments: