Monday, September 28, 2015

มาดพยัคฆ์ (พ.ศ. ๒๕๕๘)


มาดพยัคฆ์
(นรชาย กัจฉปานนท์, พ.ศ. ๒๕๕๘)

ชอบมากๆอะฮะ... ถือเปนหนังแนวสารคดีที่ทำออกมาได้ดีพอสมควร เล่าเรื่องราวชีวิตในวงการสังเวียนผ้าใบของ สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตสุดยอดนักชกแห่งวงการมวยบ้านเรา นับจากจุดเริ่มต้นเมื่อครั้งยังเปนเด็กน้อยผู้ถูกพี่ชายนำตัวมาฝึกหัดมวย #ด้วยเหตุผลง่ายๆเพียงแค่ว่ามีบุคลิกดูเรียบร้อย จนมีโอกาสได้ขึ้นชกมวยเปนครั้งแรกบนเวทีงานวัด และถูกนำไปฝากตัวเปนลูกศิษย์ของครูมวยชื่อดัง ผู้ผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพนักมวยไทย ด้วยการคว้าแชมป์ในรุ่นต่างๆมาครอง ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันเหมาเปนนักชกมวยสากล สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเปนนักชกขวัญใจชาวไทย หลังจากคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาได้สำเร็จ และพบจุดตกต่ำย่ำแย่ในชีวิตเมื่อเขาต้องพ่ายแพ้การป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกอย่างยับเยิน จนทำให้เขาตกเปนเป้าหมายความเกลียดชังและดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนที่เคยยกย่องชื่นชมเขาในฐานะวีรบุรุษของชาติ จากข้อกล่าวหาอันร้ายกาจว่า 'ล้มมวย' ซึ่งเขายืนยันอย่างแน่นหนักว่าไม่ได้ทำ และไม่เคยคิดที่จะทำโดยเด็ดขาด!


หลังจากหลบไปพักเพื่อเลียแผลบาดเจ็บทางใจจนหายขาด เขาจึงรวบรวมกำลังกาย ความเข็มแข็ง ความหาญกล้า และกำลังใจ เพื่อกลับคืนมาพิสูจน์ตนเองบนสังเวียนมวยอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนประจักษ์ถึงความสามารถและความบริสุทธิ์ใจที่เขามาต่อวงการมวย จนได้รับความไว้ใจและความเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมาอีกครั้ง และปิดฉากชีวิตบนเวทีมวยของตนอย่างสง่างามด้วยการประกาศแขวนนวม อำลาวงการไปอย่างถาวร ท่ามกลางความเสียดายของแฟนคอมวยทั่วประเทศ #แต่ดันข้ามช่วงที่เข้ามาประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงไปอย่างน่าเสียดาย ^^

ชอบตรงที่หนังใช้วิธีการนำเสนอในรูปแบบผสมผสานระหว่างความเปนหนังสารคดี (เน้นการให้ข้อเท็จจริงของ 'คนต้นเรื่อง' เปนหลัก) กับหนังเล่าเรื่องทั่วไป (ที่ต้องมีการเขียนบทเพื่อเล่าเรื่อง กำหนดตัวละครซึ่งต้องใช้นักแสดง และสร้างซีนเหตุการณ์ขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่องไป) ได้อย่างน่าสนใจ โดยจุดเด่นของหนังคือ การที่ 'คนต้นเรื่อง' คือคุณสามารถ พยัคฆ์อรุณ มาเปนผู้เล่าเรื่องราวแต่หนหลังของตน เสริมด้วยข้อมูลและเหตุการณ์จากบุคคลอื่นที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับเขามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ที่เคยผ่านมาด้วยกัน โดยมีภาพถ่ายเก่าๆ รวมถึงคลิปการขึ้นชกไฟต์สำคัญๆ ตัดแทรกเข้ามาให้ดูเปนระยะ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนักแน่นน่าเชื่อถือให้แก่เรื่องราวชีวิตของสามารถ ที่กำลังถูกเล่าบนจอได้อย่างเต็มที่ 

ยอมรับว่าตอนดูแรกๆจะรู้สึกสับสนงุนงงอยู่บ้างว่าจะเอาไงแน่ จะทำเปนสารคดีแท้ๆ หรือทำเปนหนังเล่าเรื่องแบบทั่วไปเลย ก็เอาสักอย่าง เพราะเด๋วก็มีสามารถตัวจริงโผล่มานั่งเล่าเรื่อง สลับกับสามารถที่เปนตัวแสดง #ซึ่งต้องใช้ถึงสามคนเพื่อเล่นตั้งแต่เด็กจนโต ^o^ ออกมาเล่นไปตามบทที่ถูกเขียนขึ้นไปตลอดเรื่อง

แต่พอดูๆไปสักพัก ก็เริ่มจะพอเข้าใจได้ว่า ถ้าขืนทำออกมาเปนหนังเล่าเรื่องแบบทั่วไปอย่างเดียว ก็มีแววว่าหนังที่ออกมาน่าจะขาดพลังแห่ง 'ความเปน True Story' ไปไม่น้อย เพราะต้องยอมรับกันอะเนาะ ว่าพาร์ทการแสดงของนักแสดงเกือบทุกคนในหนังเรื่องนี้ ถือว่าค่อนข้าง 'พัง' อย่างสิ้นเชิง พูดตรงๆ คือเล่นแข็งทื่อมาก! เวลาพูดก็เหมือนออกมาท่องบทให้ฟัง ส่วนตอนชกมวยก็เหมือนทำท่าเตะต่อยปล่อยหมัยใส่กันพอเปนพิธีเท่านั้น ทำให้เข้าใจว่าคนทำหนังคงต้องการให้พาร์ทที่ใช้คนแสดง เพื่อเปนภาพเติมเต็มการเล่าเรื่องในส่วนที่ไม่อาจหาภาพหรือคลิปมาให้คนดูได้ดูกันเปนแน่ เช่น โมเมนต์การชกครั้งแรกๆบนเวทีมวยของสามารถ ตั้งแต่ตอนอยู่ต่างจังหวัด

พอเข้าใจแบบนั้น ก็เลยดูหนังไปโดยไม่รู้สึกมีปัญหาสะดุดทางอารมณ์กับวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ อย่างหนึ่งเพราะก็เห็นสารคดีเมืองนอกที่ฉายทีวีหลายรายการ ก็นิยมใช้วิธีการแบบเดียวกันนี้แหละ ซึ่งดูน่าเบื่อกว่าเรื่องนี้ด้วยซ้ำ! พูดให้ชัดๆคือมีความรู้สึกว่า มาดพยัคฆ์ เล่าเรื่องออกมาได้สนุก ชวนติดตามมากกว่า บางช่วงมีการใช้เทคนิคทางภาพยนตร์ อาทิ มุมกล้อง การเคลื่อนกล้อง การตัดต่อ และดนตรีประกอบ มาช่วยกระตุ้นเร่งเร้าอารมณ์ให้รู้สึกคล้อยตาม #บางฉากจัดอารมณ์มาเต็มเสียจนน้ำตาซึมซะงั้นเอง #พูดจริงๆไม่ได้แกล้งพูดให้เว่อร์ ^o^

แต่กระนั้น ก็อดแอบคิดแบบเว่อร์ๆไม่ได้ว่า หนังเรื่องนี้สมควรจะถูกถือเปนมิติใหม่ของการทำหนังสารคดีชีวประวัติบุคคลเลยก็ว่าได้ คืออย่างน้อยๆก็ทำให้มันชัดเจนลงไปเลยว่า ด้วยการใช้ข้อมูลความจริงชุดเดียวกัน พาร์ทไหนจะเล่าในแบบเรื่องแต่ง (มีการเขียนบท-มีตัวละคร-มีดราม่า ฯลฯ) พาร์ทไหนจะเล่าแบบเรื่องจริงผ่านจอ (เอาคนต้นเรื่องและผู้เกี่ยวข้องมานั่งสัมภาษณ์ ตัดสลับกับภาพถ่ายเก่าหรือคลิปข่าว) ทำออกมาให้ชัดๆ คนดูจะได้ไม่งง ไม่สับสน เหมือนตอนดูหนังสารคดีบางเรื่องแล้วแยกไม่ออกว่าพาร์ทไหนเปนความจริงแท้ พาร์ทไหนเปนความจริงที่ถูกบิดเบือนอย่างแนบเนียน... :'-P

No comments: