DADDY'S HOME
(Sean Anders, 2015)
นึกไม่ถึงเลยอะ ว่าชื่อเพลงบัลลาดหวานๆของ ปู่คลิฟฟ์ ริชาร์ดส์ >> https://youtu.be/IJJuYpx0w2Q << จะถูกนำมาตั้งเปนชื่อหนังตลกบ้าๆบอๆเรื่องนี้ได้ (เฉพาะ 'ชื่อ' เท่านั้นนะ เนื้อหาไม่เกี่ยว ^^) ซึ่งพล็อตเรื่องก็เปนไปตามที่ได้ดูกันในหนังตัวอย่าง คือ ลุงวิลล์ เฟอร์เรลล์ ได้แม่ม่ายลูกสองติดเปนเมีย ซึ่งมีผัวเก่าคือ พี่มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ที่จู่ๆก็กลับมาง้องอนขอคืนดี กลายเปนชนวนเหตุให้สองหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาเปิดศึกสงครามกันอย่างดุเดือด เพื่อช่วงชิงความรักและความยอมรับนับถือจากเด็กน้อยทั้งสองคนมาครอบครองให้จงได้
ขณะที่ตัวเมีย #หมายถึงภรรยา ^_^ผู้ซึ่งมักจะเปนคนกลางในความสัมพันธ์สามเส้าแบบนี้ กลับแทบไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปนประเด็นในการแย่งชิงของสองหนุ่ม เพราะเธอประกาศอย่างหนักแน่น ว่าจะขอเลือกอยู่กับลุงวิลล์-สามีใหม่ล้านเปอร์เซ็นต์! แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะหาความหล่อล่ำเร้าใจได้ไม่เท่าเศษฝุ่นในซอกนิ้วเท้าของพี่มาร์ค-สามีเก่าก็ตาม #ประโยคนี้ข้าพเจ้าพูดเอง! โดยเธอให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมามันเปนแค่ 'ภาพลวงตา' ไม่ว่าจะเปนความหล่อเหลาเจ้าเสน่ห์ เถื่อน-ถึก-ทุย(ทิ้งเมีย)-ลีลาเด็ด! ซึ่งพลันมลายหายวับไปพร้อมกับการที่พี่มาร์คทอดทิ้งภาระหน้าที่ในการหาเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนให้เธอต้องรับผิดชอบตามลำพัง กลายเปนบทเรียนสำคัญยิ่งของชีวิตที่ทำให้เธอไม่คิดจะก้าวพลาดอีกครั้งเด็ดขาด!
การที่เธอแสดงท่าทีชัดเจนว่า 'เลือก' ที่จะอยู่กับสามีใหม่ ก็มิใช่ด้วยเหตุผลจำเปนด้านเศรษฐกิจเปนหลัก เพราะเท่าที่เห็นในหนัง เธอก็มีงานการทำพอจะมีรายได้มาเลี้ยงดูลูกสองคนได้อยู่แล้ว แต่น่าจะเปนเพราะลุงวิลล์สามารถเปนที่พึ่งพาพักพิง สร้างความมั่นคงแก่จิตใจให้เธอได้เปนสำคัญ เพราะงั้น ถ้าจะพูดว่า 'เงินทองย่อมไม่สำคัญไปกว่าความรักและความอบอุ่นที่มองให้แก่กัน' คงไม่น่าจะผิด! เพราะว่าก้อนเกลือนั้น มันคงจะมีรสอร่อยกลมกล่อมได้ไม่ยาก ถ้ามีคนที่เรารักมาร่วมกัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน #โลกสวย
แต่ก็อย่างที่มีคนเคยพูดไว้ว่า 'เมื่อความจนเข้ามาทางประตู ความรักก็บินออกทางหน้าต่าง' งั้นใครที่คิดจะมีครอบครัว ก็เลือกเอาที่รวยๆ มีเงินเยอะไว้ก่อนเปนดี ความรักจะได้ยั่งยืนนาน 555+ #ผิด!
ในฐานะที่เปนแฟน (ย้ำว่าเปนแฟน! ไม่ใช่แฟนคลับ) พี่มาร์ค วอลห์เบิร์กมาตลอด ตอนแรกก็แอบเชียร์อยู่ในใจว่าอยากให้เมียเก่ายอมกลับมาคืนดีด้วย เพราะพูดกันตรงๆ! ลุงวิลล์คือทั้งแก่-เหี่ยว-ย้วยย่น แถมขนดกอุกอุยเหมือนกอริลล่า รวมความคือ 'อัปลักษณ์' จนเกินทน! เทียบพี่มาร์คไม่ได้เลยสักนิด แต่พอดูๆไป กลับกลายเปนรู้สึกเห็นใจลุงวิลล์มากกว่า เพราะเห็นถึงความรัก ความทุ่มเทเอาใจใส่อันมากมายล้นเหลือที่เขามอบแก่เมียสาวและเด็กน้อยทั้งสองคนซึ่งมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเลย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจะมีใครในโลกนี้ที่โชคดีเท่าเด็กสองคนซึ่งได้รับความรักจาก 'พ่อเลี้ยง' ยิ่งกว่าพ่อแท้ๆที่ให้กำเนิดทั้งคู่มา ซึ่งแน่นอนว่าลุงวิลล์-พ่อเลี้ยงจะต้องใช้ความใจเย็นและความอดทนอดกลั้นอย่างมหาศาลในการจะทำให้เด็กๆยอมรับเขาในฐานะ 'พ่อ' ได้โดยสนิทใจ เพราะเด็กน้อยทั้งสองก็อยู่ในวัยที่โตพอจะรู้ว่าอะไรเปนอะไรแล้ว การให้เปิดใจยอมรับ 'พ่อคนที่สอง' จึงเปนเรื่องยาก
ฉากที่ทำให้รู้สึกสงสารลุงวิลล์อย่างมากๆ คือฉากที่ลุงเกิดอาการสติแตกกลางสนามแข่งบาสฯ ที่เขาพาเมียกับลูกเลี้ยงมาดู โดยมีพี่มาร์คห้อยตามมาเปน ก.ข.ค.!! แต่ปรากฏว่ามีเหตุให้พี่มาร์คได้กลายเปนฮีโร่ของลูกๆอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งถ้าเปนเราก็คงมีปรี๊ด-เหวี่ยง-วีนออกมา ณ ตอนนั้นเหมือนกัน เพราะมันทั้งน่าโมโหทั้งน่าน้อยใจเปนที่สุด ในเมื่อลุงวิลล์อุตส่าห์เสียสละแรงกายแรงใจ ทุ่มเททุกสิ่งอย่างให้เพื่อครอบครัว แต่พอคุณพ่อตัวจริงกลับมา เด็กๆก็พร้อมจะกระโดดโลดเต้นเข้าไปหา ล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความรักและผูกพัน ไม่ต่างอะไรกับที่เค้าพูดกันว่า 'เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ' (ฉากนี้เลยทำให้รู้ความจริงว่า ที่ลุงวิลล์ทำดีกับเด็กๆมาตลอดนั้น ก็ต้องยอมทนฝืนอกฝืนใจตนเองอยู่สมควร แบบว่าถ้าไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือหรือ... พูดอีกแบบคือ มองได้ว่า หนึ่ง เพราะเขา 'รัก' แม่ของเด็กทั้งสองคนมาก จนยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อมาคอยดูแลเด็กๆ สองคือเพราะตัวเขาเองก็มีความกระสันอยากจะเปนพ่อมากๆด้วย แต่... #ไปดูเอาเองละกันถ้าให้เล่าเด๋วจะยาว ^^...)
สรุปว่าเปนหนังบ้าๆบอๆ #คำชม ^^ ที่ดูได้เรื่อยๆนะฮะ แต่แอบมีง่วงนอนหน่อยนุงตอนต้นเรื่อง ซึ่งถือเปนความบกพร่องทางร่างกายของข้าพเจ้าเอง ไม่เกี่ยวกับหนังแต่อย่างใด :-P มุกตลกก็โอเค มีให้หัวเราะได้โดยไม่ต้องฝืนอยู่บ้าง ทว่ามุกป่วยๆฝืดๆหนืดๆก็เยอะ ชอบดาราที่เล่นเปนเมียจัง หน้าสวยมาก ลินดา คาร์เดลลินี่ #จำชื่อนางรัวๆ บางมุมดูเหมือน นาโอมิ วัตต์ส #นักแสดงในดวงใจ อยู่นะฮะ ส่วนพี่มาร์คนั้นยังไงก็รัก 555+
ดูหนังจบแล้ว เห็นด้วยกับที่หนังต้องการจะบอกว่า การเปนพ่อคนนั้นไม่ใช่แค่การ 'ทำลูก' ให้เกิดมาบนโลกนี้แล้วคือจบ!! แต่ต้องอาศัยแรงกายแรงใจ พลังงาน ความพร้อมในแง่ต่างๆอีกเพื่อทำให้ลูกที่เกิดมา เติบโตขึ้นเปนคนมีคุณภาพของสังคมและโลกใบนี้อย่างแท้จริง ถือเปนงานหนักที่คนไม่รู้จักคำว่า 'เสียสละ' ย่อมไม่มีวันทำได้ ... :'-P

No comments:
Post a Comment