Wednesday, November 26, 2014

JESSABELLE (2014)



JESSABELLE
(Kevin Greutert, 2014)

ชอบตรงที่หนังเล่นกับตัวละครที่ตกอยู่ในสภาพไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ เห็นได้ชัดๆคือ ขาเดี้ยง ต้องนั่งบนรถเข็นตลอดเวลา จะวิ่งหนีผีก็ทำได้ยาก เวลาโดนหลอกก็ต้องคลานกระดืบๆหนีอย่างเดียว #ทุลักทุเลฝุดๆ ซึ่งทำให้เราคอยลุ้นเอาใจช่วยเธออย่างเต็มที่ ส่วนที่มองไม่ค่อยเห็น คือการที่หนังสร้างเงื่อนไขบีบคั้นบีฑาให้เธอตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังหลังชนกำแพง เต็มไปด้วยความน่าเห็นอกเห็นใจมากๆ แบบว่าพอเปิดเรื่องมาไม่ทันไร ก็กลายเปนคนสูญสิ้นทุกสิ่งอย่างไปในพริบตา ได้แต่นอนโงนเงนเปนร่างที่ไร้วิญญาณเหมือนหุ่นไล่กา เพราะลูกในท้องกับผัวรักดันมาตายพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุ #ไม่รู้ว่าเปนเพราะผีบันดาลหรือเปล่า ซึ่งพอรักษาตัวเสร็จก็ถังแตก จำเปนต้องระหกระเหิน-ระเหเร่ร่อน-ระทวยระทดซานซม กลับมาอยู่กับพ่อที่บ้านในชนบท และต้องเจอกับเรื่องลึกลับน่าสะพรึงกลัวซึ่งมีชีวิตเธอเปนเดิมพัน :-O

Tuesday, November 25, 2014

1448 LOVE AMONG US รักเรา...ของใคร (พ.ศ. ๒๕๕๗)



1448 LOVE AMONG US รักเรา...ของใคร
(อรุณศักดิ์ อ่องลออ, พ.ศ. ๒๕๕๗)

อย่างหนึ่งที่ชอบ คือการที่หญิงรักหญิงในหนังเรื่องนี้ ดูเปน 'ผู้หญิ้ง..ผู้หญิง' ทั้งคู่ ไม่ใช่ให้คนหนึ่งเปน 'ทอม' อีกคนเปน 'ดี้' แบบเรื่องอื่น ซึ่งมันทำให้รู้สึกว่ายังหนีไม่พ้นกรอบของความเปน 'รักต่างเพศ' อยู่ดี การที่เรื่องนี้นำเสนอภาพลักษณ์ของตัวละครเอกทั้งสองที่มีความเปนผู้หญิง ทั้งกิริยา ท่าทาง การแสดงออก เลยทำให้รู้สึกว่าถึงความเปน 'รักเพศเดียวกัน' ได้ชัดเจน ทำให้อดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า น่าจะมีหนังของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แบบที่ตัวละครเปนทอมทั้งคู่ เปนตุ๊ดทั้งคู่ เปนสาวประเภทสองทั้งคู่ ฯลฯ ก็คงจะน่าสนใจดี อยากรู้เหมือนกันว่าความรักแบบที่เรียกกันว่า 'ไม่มีเพศ' นั้นมันจะมีจริงมั้ยในโลกนี้

อีกอย่างที่ชอบ คือหนังค่อนข้างนำเสนอออกมาดูสวยงาม เต็มไปด้วยอารมณ์ฝันๆ ตามแนวทางของหนังรักโรแมนติกส่วนใหญ่ จะว่าไปก็ดูเพลินดี และไม่มีอะไรชวนให้รู้สึกรำคาญจนทนไม่ได้ (ยกเว้นตอนเอาเพลงพญาโศกมาใส่ในหนังนั่นแหละ ที่รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับอารมณ์หนังตอนนั้นเท่าไหร่ ได้ยินบางคนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ #ข้าพเจ้าเลยพลอยติดเชื้อมาด้วยเพราะนั่งใกล้กัน ^^)

Monday, November 24, 2014

DEAR KITTY : ไปดู THE HUNGER GAMES: MOCKINGJAY PART 1


คิตตี้ที่รัก

ช่วงนี้บ้านเราเหมือนจะกลับมาฝุ่นตลบอีกรอบละ เพราะมีคนนำสัญลักษณ์ชูสามนิ้วในหนังชุดนี้มาใช้ เพื่อแสดงการต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ก็เลยมีข่าวให้ได้รับรู้กันเปนรายวัน ว่ามีการควบคุมตัวคนชูสามนิ้วในที่สาธารณะไปพูดคุย 'ปรับทัศนคติ' ที่สถานีตำรวจ น้องมอดเห็นข่าวเหล่านี้แล้วก็ไม่รู้จะว่าไงดีอะ แต่คิดว่ามันก็เปนสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของแต่ละบุคคล น้องมอดว่าเราทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ก่อความเดือนร้อนเสียหายให้แก่ผู้อื่น ก็ไม่น่าที่จะปิดกั้นหรือห้ามปรามกัน #แต่ทางเจ้าหน้าที่เค้าก็คงมีมุมมองอีกแบบหนึ่งอะเนาะ!


แต่จากข่าวที่ได้ยิน มันทำให้น้องมอดอดที่จะรู้สึก 'กลัว' ขึ้นมาไม่ได้ กลัวว่าถ้าเราดันเผลอไปชูสามนิ้วในที่สาธารณะ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเมือง แบบที่เพจหนึ่งเอามาเขียนการ์ตูนล้อเลียน ก็อาจถูกรวบตัวไปปรับทัศนคติเอาได้ง่ายๆ ^^ อย่างช่วงก่อนหน้านี้ น้องมอดก็ประสาทถึงขนาดเลิกกินแซนด์วิชและเลิกหยิบหนังสือ 1984 ไปอ่านนอกบ้านกันเลยทีเดียว 55555 แบบว่ามันชักจะเสียวๆ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องควรหวาดเสียวด้วยซ้ำ

Thursday, November 20, 2014

สัญญาแห่งคิมหันต์ (พ.ศ. ๒๕๕๗)



สัญญาแห่งคิมหันต์
(ธณัฐกรณ์ บางเภา/ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์,
พ.ศ. ๒๕๕๗) 

ไม่รู้จะว่ายังดี! งั้นพูดตรงๆละกัน ว่าหนังค่อนข้างแย่ พูดให้ชัดเจนกว่านั้น คือคุณภาพของหนังอยู่ในระดับต่ำกว่าหนังไทยคุณภาพต่ำตมหลายเรื่องที่ออกมาก่อนหน้าเสียอีก ซึ่งความ 'แย่' และความ 'คุณภาพต่ำ' ก็น่าจะเกิดขึ้นด้วยหลายสาเหตุอะเนาะ เรื่องเงินทุนก็เปนส่วนหนึ่งแหละ ที่ดับฝันคนอยากทำหนังกันมานักต่อนักแล้ว ซึ่งตัวแปรหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไปไม่ถึงจุดที่จะเรียกได้ว่าดี ก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินนี่แหละ T^T

แต่นั่นก็ไม่ใช่จะเอามาเปนข้ออ้าง/ข้อแก้ตัวว่าที่หนังออกมาเปนอย่างที่มันเปน ก็เพราะเงินทุนน้อย เพราะโดยส่วนตัว เราไม่ค่อยติดขัดอะไรกับข้อผิดพลาดด้านเทคนิคของหนัง เช่นเสียงพากย์ไม่ตรงกับปาก เห็นคนเคาะประตูแต่เสียงหายทั้งที่เสียงจากปากดังชัดเจนแจ่มแจ๋ว หรือถ่ายภาพออกมามืดตื๊อ จนต้องหันไปถามคนข้างๆว่าทางโรงลดความสว่างของหลอดไฟในเครื่องฉายลงกะทันหันหราาาา 5555+ แต่เราจะรู้สึกติดขัดหงุดหงิดใจกับการที่หนังดู 'ไม่สนุกเลย' มากกว่า #ทนไม่ไหวเลยต้องหยิบคิมหันต์มันฉาบขึ้นมาแทะเล่นแก้ง่วง O_o

Friday, November 14, 2014

OUIJA (2014)



OUIJA
(Stiles White, 2014)

เอาตรงๆเลยนะฮะ! หนังก็งั้นๆ ดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่เปนไร ไม่รู้สึกว่าจะทำให้ตายตาไม่หลับ เพราะมันก็หนังสยองขวัญวัยรุ่นสูตรสำเร็จธรรมด๊าธรรมดานี่แหละ ถ้าดูกันมาประมาณหนึ่ง ก็น่าจะเดาเรื่องต่อได้ไม่ยากว่ามันจะอะไรยังไง อย่างเรื่องนี้ เริ่มที่การเสียชีวิตปริศนาของชะนีนางหนึ่ง ซึ่งสร้างความโศกศัลย์-จาบัลย์-รันทด-หดหู่ให้เพื่อนซี้ ซึ่งเปนชะนีนางเอกอย่างสุดจะทนทาน เพราะนางเปนคนสุดท้ายที่เจอเพื่อนตอนยังมีชีวิต ก็เลยเสียใจที่ตนไม่มีโอกาสกล่าวคำอำลาเพื่อนรัก อีกอย่างหนึ่งคือนางโทษตัวเองว่าไม่น่าทิ้งเพื่อนไว้ตามลำพังเบยยยย T___T ทั้งที่ก็เห็นๆอยู่ว่าเพื่อนมีท่าทีแปลกๆเหมือนทะเลาะกับผัวมา อะไรทำนองนั้น

Wednesday, November 12, 2014

เร็วทะลุเร็ว (พ.ศ. ๒๕๕๗)



เร็วทะลุเร็ว
(พันนา ฤทธิไกร, พ.ศ. ๒๕๕๗)

เอาตรงๆละกันนะฮะ!... "ไม่ผิดหวัง" อะ!! ถือเปนหนังแอ็คชั่นไทยที่ดีที่สุดในรอบปีนี้เลย #ปีนี้มีมาแล้วกี่เรื่องหว่า5555 ฉากแอ็คชั่นทำออกมาได้สนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึกชวนให้รู้สึกหวาดเสียวฝุดๆ แถมยังมีการดีไซน์ท่าต่อสู้แบบใหม่ๆให้ดูด้วย คือนำกีฬาฟุตบอลเข้ามาผสมผสานในฉากเปิดเรื่อง ซึ่งแม้จะแลดูจงใจว่าเปนฉาก 'กูอยากโชว์' มากไปหน่อย เพราะมิได้ช่วยให้เรื่องมีความคืบหน้าใดๆ เปนฉากแอ็คชั่นโชว์เรียกแขก ให้ดูหวือหวา ตื่นตาตื่นใจก่อนเข้าเรื่องเท่านั้น แต่ก็ดูแปลกใหม่ดีฮะ และทำออกมาได้ดีมากๆ ^o^

อีกฉากที่เด่นไม่แพ้กัน คือฉากต่อสู้ในโรงงานช่วงกลางๆเรื่อง #ที่ต้องบอกว่าช่วงไหนก็เพราะมันสู้กันในโรงงานเกือบทั้งเรื่อง ซึ่งเปนฉากแอ็คชั่นที่ 'สยดสยอง' ที่สุดเท่าที่เคยดูหนังบู๊มา ทั้งการเอาค้อนปอนด์ทุบหัว-ทุบแขนขา-ทุบตาตุ่มตาปลา เอาลวดดีดหน้า หรือเตะคู่ต่อสู้จนหน้าทิ่มเข้าไปในพัดลมที่กำลังหมุo โอย...ดูแล้วยกมือปิดตาแทบไม่ทัน หยั่งกะหนังเรื่อง Saw #แล้วไอ้คนข่างๆแมร่งก็ซี้ดซ้าดอยู่ได้ไม่รู้มันเสียวซ่านหรือหวาดเสียวกันแน่ T___T

Friday, November 7, 2014

THE HUNDRED-FOOT JOURNEY (2014)



THE HUNDRED-FOOT JOURNEY
(Lasse Hallstrom, 2014)

หนังสนุกฮะ แม้ว่ามันออกจะยืดยาดไปหน่อย แต่ก็ดูได้พอเพลินๆ เรื่อยๆ และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังไทยไปออสการ์ปีนี้คือ "คิดถึงวิทยา" มิใช่เพราะมีเนื้อเรื่องเหมือนหรือใกล้เคียงกัน แต่รู้สึกว่ามันออกจะเปนหนังอารมณ์เดียวกัน คือดูแล้วเห็นแต่อะไรๆ มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียทุกสิ่งอย่าง เต็มไปด้วยความงดงามชวนฝัน น่าตื่นตะลึงงันเปนที่สุด! พูดให้ชัดเจน แต่อาจฟังดูแรง คือมันเปน 'หนังโลกสวย'

เพราะโลกทั้งใบในหนังล้วนแล้วไปด้วยความสวยงาม ไม่แค่เฉพาะฉากหลังอันเปนหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบทของฝรั่งเศสเท่านั้นหรอก แต่พฤติกรรมนานาแลปัญหาอุปสรรคที่ตัวละครต้องเผชิญ ก็นำเสนอออกมาได้อย่างไร้เดียงสาน่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู! คือไม่มีอะไรที่ร้ายกาจเกินทน หรือถึงมีก็สามารถแก้ให้ตกไปได้อย่างง่ายดาย เช่น เชฟหนุ่มบุคลิกเด็กแว๊นที่ถูกจับได้ว่าเปนต้นเหตุลอบวางเพลิงร้านอาหารคู่แข่ง ก็โดนลงโทษแค่ไล่ออกเท่านั้น แล้วก็หายหัวไปจากหนังอย่างง่ายดาย! #ถ้าเปนบ้านเราคงต้องมีฉากหมอนี่ย่องเข้ามาทุบหัวยายแก่เจ้าของร้านให้หายแค้นเปนแน่ #คิดแบบนี้เพราะเพิ่งอ่านข่าวเจ้าของร้านอาหารโดนลูกจ้างเก่าย่องมาฆ่าล้างแค้นหรือเปล่าหว่า T__T

DEAR KITTY : ไปดูหนัง WHIPLASH


คิตตี้ที่รัก

วันก่อน น้องมอดไปดูหนังเรื่อง WHIPLASH มาละ หนังสนุกดีนะ แต่น้องมอดบอกไม่ถูกว่าตกลง 'ชอบ' หรือ 'ไม่ชอบ' หนังกันแน่ คือดูแล้วมันรู้สึกเฉยๆ แต่ยอมรับว่ามันเปนหนังที่ 'ดีมาก' มีเครดิตดีงามมาจากเทศกาลหนังระดับโลกหลายแห่งเสียด้วย ตอนดูตัวอย่างหนัง ก็เข้าใจว่ามันเปนหนังว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน อย่างที่เคยดูมาจนเกร่อ เลยแอบสงสัยในใจนิดหน่อยว่าถ้ามันออกแนวซ้ำซากขนาดนั้น นักวิจารณ์ต่างประเทศจะแห่กันชื่นชม (จนค่ายหนังต้องรีบนำคำวิจารณ์มาใช้ในการโปรโมท) เชียวหรือ...

พอไปดูด้วยตัวเอง เลยเข้าใจว่าเปนเพราะหนังมันดีจริงๆนั่นแหละ แม้พล็อตเรื่องโดยรวมจะเปนแนว 'ตามล่าหาฝัน' กับ 'ครูผู้เปนแรงบันดาลใจ' แต่เอาเข้าจริง เนื้อเรื่องกลับไม่ได้ดำเนินรอยตามแนวเรื่องที่เราๆคุ้นเคยเลย คือแทนที่หนังจะพาเราไปพบกับความงดงามของการมีจิตใจมุ่งมั่น ทำตามความฝัน แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามขวางหน้า แต่สุดท้ายก็ย่อมจะได้รับความสำเร็จเปนบำเหน็จรางวัล อะไรทำนองนั้น ก็กลับพาคนดูดิ่งลึกลงสู่สภาวะจิตใจของตัวละคร ซึ่งถูกครอบงำด้วยแรงปรารถนา ความทะยานอยากจะได้เปนศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการดนตรีให้ได้

INTERSTELLAR (2014)



INTERSTELLAR
(Christopher Nolan, 2014)

ไม่แน่ใจเหมือนกันนะฮะ ว่ามันเกี่ยวกับขนาดของภาพหรือเปล่า แบบว่าไม่ได้ดูโรง IMAX อะ มันเลยทำให้ความอลังฯ-ตื่นตาตื่นตะลึงของงานภาพ อันเปนจุดขายหลักของหนัง ขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้อดสงสัยต่ออีกหน่อยไม่ได้ ว่าถ้าได้ดูจากจอยักษ์ จะชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้นหรือเปล่า เพราะเท่าที่รู้สึก ณ บัดนาว คือ เฉยๆ! ก็ดีอะ! ดูได้เรื่อยๆ! แต่ถ้าถามว่า แล้วอยากดูซ้ำอีกมั้ย ตอบได้เลยว่าไม่อะ #เว้นแต่จะได้ดูฟรีในโรงIMAX55555555

Sunday, November 2, 2014

THE EYES DIARY คนเห็นผี (พ.ศ. ๒๕๕๗)


THE EYES DIARY คนเห็นผี
(ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, พ.ศ. ๒๕๕๗)

หนังสนุกดี ดูแล้วค่อนข้างชอบ แต่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเปนก่อนหน้านี้สักหลายๆ เดือน เราอาจจะอินกับบางประเด็นในหนังมากกว่านี้ แต่ล่วงมาตอนนี้ มันเหมือนจะหาคำตอบบางอย่างให้ตัวเองได้แล้ว เลยไม่รู้สึกอินมากเท่าไหร่ ^_^

มีความรู้สึกว่าชื่อไทยของหนังน่าจะเปลี่ยนเปน 'คน(อยาก)เห็นผี' จะเข้ากับพล็อตมากกว่า เพราะเปนเรื่องของชายหนุ่มผู้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเห็นวิญญาณแฟนสาวที่ตายไปแล้ว ด้วยการเก็บข้าวของของคนตายมาไว้ที่บ้าน ด้วยความเชื่อว่าถ้าผีมีจริง และมีความหวงข้าวหวงของจริงอย่างที่เชื่อๆ กัน ก็คงจะวนเวียนกลับมาเพื่อทวงของของตนกลับคืนไปเปนแน่ ถึงตอนนั้นเขาก็คงจะได้เห็นผี อันจะนำไปสู่โอกาสให้เขาได้เห็นวิญญาณแฟนสาวอย่างแน่นอน #ตรรกะแบบว่าไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่เนาะฮะ แต่ชายหนุ่มกลับหารู้ไม่ว่า วิญญาณแฟนสาวก็เวียนวนอยู่ในบ้านที่เขาและเธอใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ แต่เขาไม่อาจมองเห็น จึงกลายเปนว่าข้าวของของคนตายที่เขานำมาเก็บไว้ หวังจะใช้เปนสื่อให้ตนได้เห็นผี กลับเปนวิญญาณแฟนสาวนั่นเองที่เห็นผีมาตามทวงของแทน