เทริด
(เอกชัย ศรีวิชัย, พ.ศ. ๒๕๕๙)
เปนหนังไทยเรื่องเดียวที่เข้าฉายในสัปดาห์เดียวกับ X-Men: Apocalypse ทำให้คาดเดาชะตากรรมของหนังได้ไม่ยากว่าจะลงเอยแง่ใด ไม่เชื่อก็ดูตัวเลขจาก #Flickz >> https://goo.gl/zSZjGb << ดิฮะ! (แต่พูดให้ถึงที่สุดจริงๆ คือต่อให้ชนกับเรื่องอื่นที่ ‘ใหญ่และดัง’ น้อยกว่า ก็ไม่แน่ว่าจะมีชะตากรรมที่ดีกว่า) แม้ว่าจะมองเห็นถึงความตั้งใจในการสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้ชมหวนกลับมาเห็นความสำคัญของ โนรา ซึ่งเปนศิลปวัฒนธรรมไทยภาคใต้ที่กำลังเดินทางมาถึงจุดเสื่อมแห่งความนิยม และนับวันแต่จะเลือนหายไปจากแผ่นดินไทยทุกขณะ
หนังเล่าเรื่องของ ศรัทธา (เอกชัย ศรีวิชัย) พ่อครูโนราแห่งคณะโนรา เทพศรัทธา ผู้ต้องการให้ สิงห์ (ไพศาล ขุนหนู) ลูกชายคนเดียวรับหน้าที่สืบทอดคณะโนราแทนตนต่อไป ซึ่งเปนสิ่งที่ชายหนุ่มไม่ต้องการเพราะเขาชื่นชอบการเล่นดนตรีสมัยใหม่มากกว่า อีกทั้งยังมองว่าโนราเปนเรื่องพ้นยุคพ้นสมัย ไม่มีใครสนใจอีกแล้ว กลายเปนความขัดแย้งอันยากประสาน สิงห์ตัดสินใจเลือกเดินไปตามความฝัน หลังจากทะเลาะกับพ่อและโดนไล่ออกจากบ้าน จนได้พบรักกับ สายทิพย์ (อัญชลิกา ณ พัทลุง) สาวสวยผู้เติบโตมาในคณะโนรา และตั้งใจสืบทอดศิลปะประเภทนี้ให้คงอยู่ต่อไป โดยที่เธอถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับลูกชายของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นซึ่งให้เงินแม่มาก่อตั้งคณะโนราเพื่อทดแทนคุณ สองหนุ่มสาวจึงตัดสินใจหนีไปด้วยกัน จนเมื่อสิงห์ได้ทราบว่าพ่อของตนกำลังจะบอดเพราะโรคเบาหวานกำเริบลุกลาม เขาจึงยอมกลับบ้านและเต็มใจสืบทอดโนราตามความประสงค์ของพ่อด้วยความเต็มใจ ขณะที่ลูกชายของผู้มีอิทธิพลซึ่งถูกหักหน้า ก็ติดตามมาเพราะต้องการนำตัวสายทิพย์กลับคืน
ว่ากันตามจริง พล็อตเรื่องแลดูเปนหนังไทยยุคโบร้าณโบราณนะฮะ คือพ่อแม่บังคับลูกให้เดินไปทางตามที่ตนต้องการ โดยไม่สนใจจะถามลูกเลยว่าเปนสิ่งที่ลูกต้องการหรือเปล่า แต่อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะน้องมอดมองว่าประเด็นนี้คงจะเปนสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมอยู่เนืองๆ คนทำหนังจึงสามารถหยิบนำมาสะท้อนในหนังได้ อีกอย่างคือถือเปนกลวิธีในการสร้างเรื่องราวให้มีความขัดแย้งละมัง เพราะว่าถ้าไม่มีอุปสรรคใดๆให้ตัวละครต้องต่อสู้-เอาชนะ-ฟันฝ่า-พยายามเสียบ้างเลย หนังก็คงออกมาดูจืดชืด ไม่สนุก ซึ่งถ้ามองว่าเรื่องนี้เปนหนังที่พูดถึงความรักระหว่างหนุ่มสาวที่ต้องการพิสูจน์รักแท้ของตนให้โลกรับรู้ ก็ต้องถือว่าพัฒนาพล็อตออกมาได้ถูกทางมากๆ เพราะดูแล้วก็ลุ้นและเอาใจช่วยพระเอกกับนางเอกให้สมหวังในรักอยู่เหมือนกัน
แต่หากมองว่าหนังมีเจตนากระตุ้นเตือนให้คนหันมาสนใจ ใส่ใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้อย่าง โนรา แล้วละก็ น้องมอดมองว่าเรื่องราวที่หนังทำออกมายังค่อนข้างมีปัญหาอยู่นะฮะ
อย่างหนึ่งคือ การที่คนดูได้ยินตัวละครออกมาพูดบ่อยๆ ประมาณว่าเราต้องช่วยกันสืบสานสืบทอดโนรามิให้สูญหายไปจากผืนแผ่นดินไทย บลาๆๆ นั้น ได้ยินหลายๆครั้ง มันให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังประกาศอะไรสักอย่างที่เหมือนลมพัด เข้าหูซ้ายออกหูขวา ด้วยว่ามันไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตุ้นหรือชักจูงใจให้เกิดความฮึกเหิม เห็นดีเห็นงามอยากลุกขึ้นมาทำตามเลยแม้แต่น้อย อันนี้คงต้องอธิบายให้ชัดเจนอีกนิดว่า ถึงแม้น้องมอดและคนดูหนังส่วนใหญ่จะรับรู้กันอยู่แล้ว ว่าโนราเปนศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของภาคใต้ แต่ในชีวิตประจำวันของเราๆ แทบจะไม่เคยได้เข้าไปข้องเกี่ยวข้องแวะกับโนราเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ต้องพูดถึงความปลาบปลื้มชื่นชมใดๆ พูดกันให้ชัดคือ โนรา (รวมถึงศิลปะพื้บบ้านอื่นๆ) เปนอะไรที่อยู่ห่างไกลจากวิถีชีวิตของเราท่านกันไม่น้อย การทำหนังอันมีจุดประสงค์จะกระตุ้นให้คนดูหันมาสนใจ เห็นคุณค่า และให้ความสำคัญกับโนรา จึงควรที่จะต้องมีวิธีการนำเสนอที่แลดูมี ‘ชั้นเชิง’ กว่าการเขียนบทให้ตัวละครออกมาพูดเปนนกแก้วนกขุนทองว่า “ถ้าไม่ช่วยกันดูแลรักษา ก็มีแต่จะสูญหายไปในที่สุด” บลาๆๆ ได้ยินแล้วเหมือนเปนประกาศจากกระทรวงวัฒนธรรมซะมิมี!
ทว่านั่นก็ยังไม่สาหัสเท่ากับการที่หนังกำหนดชะตากรรมของพระเอก ซึ่งได้ตัดสินใจสืบทอดโนราตามความปรารถนาของผู้เปนพ่อ ต้องพบกับบทสรุปแห่งชีิวิตอย่างที่ปรากฏในหนัง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แล้วหนังจะพยายามบอกกับคนดูว่าให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไปทำไม! ถ้าจะลิขิตให้เขาต้องประสบชะตากรรมแบบนั้น แถมยังทำให้รู้สึกอีกต่างหากว่ามันเปนเรื่องอาถรรพณ์น่าสะพรึง เปนเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องลี้ลับที่ไม่อาจหาข้อพิสูจน์ได้
การทำเช่นนี้ น้องมอดมองว่ามีแต่จะยิ่งทำให้คนทั่วไปที่อยู่ห่างไกลจากศิลปะประเภทนี้อยู่แล้ว ยิ่งเกิดความรู้สึกหวาดเกรง ไม่กล้าเข้าใกล้มากขึ้นไปอีก เพราะแลดูเปนของสูงส่งเกินไป สมควรจะอยู่แต่บนหิ้งให้คนกราบไหว้บูชาอย่างเดียว (อดคิดไม่ได้ว่าถ้าจะเล่นแบบนี้ก็น่าจะทำออกมาเปนหนังลี้ลับตื่นเต้นไปเสียเลยน่าจะดีกว่า)
ยังไงก็ตาม เอาเปนว่าหนังก็พอดูได้เรื่อยๆนะฮะ แม้ว่าจะเปนเรื่องราวของคนปักษ์ใต้ ตัวละครพูดจากันด้วยสำเนียงท้องถิ่นทั้งเรื่อง แต่เนื้อเรื่องก็ดูง่าย เข้าใจง่าย ค่อนข้าง ‘น้ำเน่า’ นิดๆด้วยซ้ำ ข้อดีอีกอย่างคือทำให้คนกรุงเทพฯ อย่างน้องมอดพยายามขวนขวายหาคำตอบว่า โนราคือ ---> http://goo.gl/XOo2QA เพราะในหนังก็ไม่ได้บอกให้รู้ นอกจากคำพูดของตัวละครตัวหนึ่งที่พูดอย่างดูถูกว่า “โนราเปนการรำแก้บน” เท่านั้นเอง สรุปคือหนังที่ทำให้เราได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ และ/หรือ ไม่คิดจะรู้! ก็ถือเปน ‘เรื่องดี’ ทั้งนั้นแหละฮะ (แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเปนหนังดีนะ ถถถถถถ)... :’-P

No comments:
Post a Comment