X-MEN: APOCALYPSE
(Bryan Singer, 2016)
เอิ่มมมม...จะพูดถึงมันยังไงดี คือก็ชอบนะฮะ แต่ไม่ได้ชอบมากมายอะไรนัก เทียบกับ Captain America: Civil War ก็พูดได้เลยว่า ‘ชอบน้อย’ กว่า แต่ถ้าเทียบกับ Batman v Superman: Dawn of Justice ละก็ บอกเลยว่า ‘ชอบมาก’ กว่า ไม่รู้ว่าเปนเพราะ Civil War หรือเปล่าโนะ! คือเรื่องนั้นมันให้ซูเปอร์ฮีโร่เปนโขยงมากัดกัน ฟัดกัน เตะต่อยกระทืบกัน ดูเอะอะตึงตัง สะใจดี แถมหนังยังรุ่มรวยอารมณ์ขัน มุกตลกเยอะ หัวเราะขำได้ตลอด ดูแล้วบันเทิงสุดๆ
แต่เรื่องนี้ กลับไม่ค่อยมีฉากแอ็คชั่นโครมครามเท่าไหร่ มีแต่ฉากอลังการใหญ่โต บ้านเมืองพินาศถล่มทลายให้ดูแทน ซึ่งก็โอเคแหละ ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจได้ตามสมควร แต่มันก็แค่นั้นเอง! ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่นัก เพราะจะว่าไป ประเด็นที่หนังพูดถึงก็ยังคงเปนเรื่องเดิม คือความขัดแย้งทางความคิด ระหว่างอดีตเพื่อนรัก ศาสตราจารย์เอ็กซ์ (เจมส์ แม็คอาวอย) กับ แม็กนีโต้ (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) โดยฝ่ายแรกเชื่อในการแสวงหาหนทางแห่งสันติภาพที่มนุษย์กลายพันธุ์สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์ปรกติได้ในสังคมอย่างสงบสุข ตรงข้ามกับฝ่ายหลังที่เชื่อมั่นว่ามนุษย์ปรกติยังคงมองมนุษย์กลายพันธุ์เปน ‘ตัวประหลาด’ เปนตัวอันตรายที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์จึงต้องต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องเข่นฆ่าให้ย่อยยับก็ตาม
แม้ว่าชื่อหนังภาคนี้คือ Apocalypse จะหมายถึงมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลกที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน และต้องการครองโลกด้วยการทำลายล้างให้หมด แล้วสร้างขึ้นใหม่ในแบบที่ตนปรารถนาก็จริง แต่พอดูหนังแล้ว กลับรู้สึกว่าบทเด่นของหนังดันไปอยู่ที่แม็กนีโต้ คงเพราะว่าเปนตัวละครที่มีฉากโดช์ดราม่ามากกว่าใครเพื่อนละมัง
หนังเดินเรื่องต่อจากภาคที่แล้วคือ Days of Future Past แม็กนีโต้ หรือ เอริก เลห์นเชอร์ หลบหนีไปกบดานอยู่ในเมืองเล็กๆในโปแลนด์ ซึ่งไม่มีใครล่วงรู้ประวัติความเปนมาของเขา โดยใช้ชีวิตเยี่ยงคนปรกติธรรมดา ด้วยการแต่งงานมีเมียมีลูกสาวตัวน้อย แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มีคนล่วงรู้ความลับที่เขาพยายามปิดบัง กลายเปนต้นเหตุโศกนาฎกรรมอันใหญ่หลวง ผลักดันให้เอริกกลับคืนมาเปน แม็กนีโต้ ผู้เชื่อมั่นว่ามนุษย์ธรรมดาคือศัตรูตลอดกาลของมนุษย์กลายพันธุ์ และเปนเวลาเดียวกับที่ อะพอคคาลิปส์ กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อดำเนินการทำลายโลกพอดี แม็กนีจึงยินดีเปนหนึ่งในสี่สมุนคู่ใจของอะพอคคาลิปส์ทันที
ที่จริง เนื้อเรื่องก็ยังมีรายละเอียดในส่วนอื่นอีกนะฮะ แต่อย่างที่บอกแล้วว่าส่วนตัวมองว่าแม็กนีโต้ค่อนข้างเด่นกว่าคนอื่น ก็เลยเล่าเรื่องย่อเฉพาะในส่วนของเขา ของตัวละครอื่นๆ อย่างศาสตราจารย์เอ็กซ์ หรือ มิสทีค (เจนลอว์) แม้จะเด่นเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีดราม่าเท่า มีแต่เรื่องรักๆใคร่ๆ เช่นคู่ของ ชาร์ลส์ กับ มอยร่า (โรส เบิร์น) และคู่ของมิสทีคกับ แฮงค์ (นิโคลัส โฮลท์) ซึ่งต้องเท้าความกันไปถึงภาค First Class โน่นแน่ะ (ตอนแรกก็งงๆเพราะจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ ต้องดูไปจนถึงตอนจบ มีฉากแฟลชแบ็คเลยเพิ่งเข้าใจ) ก็เลยไม่ค่อยอยากพูดอะไรมาก เอาเปนว่าพล็อตหลักของภาคนี้คือ มิสทีคต้องนำทีมหนุ่มสาว เอ็กซ์-เมน รุ่นใหม่เข้าต่อสู้กับ อะพอคคาลิปส์ เพื่อยับยั้งแผนครองโลกของมันนั่นเอง
จุดหนึ่งที่น่าสนใจในภาคนี้คือการนำตัวละครเก่าๆ ที่เคยมีบทบาทในหนังปี 2000 ไม่ว่าจะเปน จีน เกรย์, ไซคล็อป, ไนท์ครอว์เลอร์, สตรอม (แถมด้วย วูลฟ์เวอรีน ในบทรับเชิญ) ให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าภาคต่อไปของหนังชุดนี้จะทำให้เนื้อเรื่องวนไปเชื่อมต่อกับหนังเมื่อปี 2000 ได้อย่างไร ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะยังมีอะไรให้เล่นได้อีกเยอะ เพราะศาสตราจารย์เอ็กซ์เพิ่งจะหัวโล้นเลี่ยนในภาคนี้เอง แถมตอนจบก็ไม่ได้เปนอริกับแม็กนีโต้ อีกทั้งมิสทีคยังมาทำหน้าที่เปนผู้ฝึกทีมเอ็กซ์-เมนรุ่นใหม่อีกต่างหาก (แบบเดียวกับตอนจบของ The Avengers: Age of Altron เปี๊ยบเลย!) ทำให้ดูแววฟ็อกซ์คงจะไม่ยอมปล่อยหนังชุดนี้กลับไปสู่อ้อมอกมาร์เวลง่ายๆแน่นอน… :’-P

No comments:
Post a Comment