MOTHER’S DAY
(Garry Marshall, 2016)
หนังพอดูได้เรื่อยๆฮะ แม้ว่าจะไม่รู้สึกประทับใจหรือน่าจดจำ (ในทางบวก) สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เลวร้ายแบบที่นักวิจารณ์ต่างประเทศบอกว่า “There isn't a single line in Mother's Day Movie that sounds as if it was written by a human. - ไม่มีบทพูดประโยคใดในหนังเรื่องนี้ ที่ฟังดูแล้วเหมือนคนเขียน” เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงฟังแล้วดูเปนหุ่นยนต์ เปนเครื่องจักรเขียน คืออาจจะฟังดูแห้งแล้ง ไร้อารมณ์ ไร้ความเปนธรรมชาติ หรืออะไรก็ว่ากันไป แต่คงจะมิได้หมายถึงฟังแล้ว ‘ไม่เปนภาษามนุษย์’ เปนแน่แท้ เพราะก็ยังมีแปลซับไตเติ้ลออกมาได้
แต่น้องมอดดูแล้วไม่รู้สึกอะไรแบบนั้น เพราะว่าไม่แตกฉานด้านการฟังภาษาอังกฤษอะฮะ เลยแยกไม่ออกว่าบทพูดในหนังฟังแล้วไม่เหมือนคนเขียนยังไง ในเมื่ออ่านซับฯ แล้วก็รู้เรื่องเข้าใจว่าตัวละครพูดอะไรกันอยู่นะ หรือนักวิจารณ์คนนั้นจะหมายถึงว่าเปนบทพูดที่ไม่ได้ใช้พูดกันในชีวิตประจำวันซะก็ไม่รู้ แบบว่า “ยังไงแม่ก็คือแม่ของหนู” ซึ่งขนาดอ่านซับฯ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก 555+
จุดเด่นของหนังก็คงหนีไม่พ้นการนำ 3 นักแสดงหญิงที่ถือเปน ‘ตัวแม่’ หนังรอม-คอมยุค 90 มาร่วมแสดงด้วยกันเปนครั้งแรก คือ จูเลีย ‘เจ๊จูปากกว้าง’ โรเบิร์ตส์, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน และ เคท ฮัดสัน พ่วงอีกหนึ่งหนุ่มหน้าตาอารมณ์ดี เจสัน ซูเดคิส โดยแต่ละคนต่างก็เล่นเปนตัวละครเอกในเรื่องราวแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ‘วันแม่’ ที่กำลังจะเวียนมาถึง
คนที่แลดูว่าจะได้บทเด่นกว่าใครเพื่อน มิใช่ ‘เจ๊จูปากกว้าง’ ซึ่งเปนขาเก่าของปู่ แกรี่ มาร์แชลล์ มาตั้งแต่ Pretty Woman (1990) แต่กลายเปน เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่รับบทคุณแม่ลูกสองผู้ถึงแก่หงายเงิบ ไปต่อไม่ถูกทันทีเมื่อได้ทราบว่าสามีผู้หย่าร้างกันไป แต่งเมียใหม่แล้ว เปนหญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าหลายปี ทิ้งให้เธอต้องฝันค้างเพราะมโนไปว่าเขาจะขอกลับมารีเทิร์น ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแย่ยิ่งกว่า คือการที่เจ้าลูกชายตัวแสบทั้งสองทำท่าสนิทสนมกับ ‘แม่ใหม่’ จนออกนอกหน้า แถมสามีก็ยังเอาอกเอาใจเมียเด็กยิ่งกว่าตอนใช้ชีวิตคู่กับเธอเสียอีก กลายเปนเหตุให้เธอเกิดอาการประสาทแดก เพ้อเจ้อ บ้าๆบอๆขึ้นเปนพัก เหมือนโดนโรคไบโพล่าร์เล่นงาน! (ยอมรับเลยว่าแม้จะอายุปูนนี้ #เกือบห้าสิบกะรัตแล้วจ้า ^^ แต่ เจนอนิส ก็ยังเล่นบทกะเปิ๊บกะป๊าบ เหมือนเปนโรคชักกระตุกในอารมณ์ได้น่ารัก แม้ดูน่ารำคาญนิดๆ แต่พอทนได้นะฮะ)
ถัดมาคือ เคท ฮัดสัน ซึ่งเล่นบทลูกสาวที่ไม่คุยกับแม่มาเปนปีๆ เพราะมีเรื่องผิดใจกัน และได้น้องสาวมาช่วยเปนกาวใจให้เธอกับแม่หันหน้ามาคุยกันใหม่ (ผ่านสไกป์!) โดยทั้งสองพี่น้องต่างก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่วางแผนจะมาเซอร์ไพรส์พวกเธอในวันแม่ เช่นเดียวกับที่พวกเธอก็มีความลับ (ที่บอกให้คนทั้งโลกรู้ได้ ยกเว้นพ่อแม่ของตนเอง) ไว้คอยเซอร์ไพรส์พวกท่านเช่นกัน
ด้านเจ๊จูปากกว้างก็มาในมาดสวยหรู แลดูมีสง่าราศีในฐานะพิธีกรรายการโฮมช็อปปิ้งและนักธุรกิจหญิงผู้ประสบความสำเร็จ แต่กลับไม่ค่อยพบเจอหน้าลูกสาวแท้ๆของตนเลยสักครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวของเธอก็มาปรากฎตัวตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง (ตอนแรกนึกว่าเจ๊จูจะไม่ค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่ เข้าใจว่าโผล่ออกมาทำท่าสวยอย่างเดียว แต่พอตอนท้ายเรื่องกลับดูดี มีโชว์ดราม่าและฮาๆได้อย่างน่าทึ่ง ไม่เสียแรงที่คิดถึง #อยากดูMoneyMonsterเร็วๆจุง ^_^ เสียอย่างเดียวคือวิกผมบนหัวเจ๊ มันแลดูปล๊อมปลอม ดูไม่เข้ากับลุคของเจ๊เลยอะ)
สุดท้ายคือ เจสัน ซูเดคิส เล่นเปนพ่อม่ายเมียตาย ทิ้งลูกสาวสองคนไว้ให้ดูแล แต่เขาก็ดูแลได้ไม่ค่อยปังเท่าไหร่ เพราะลูกคนโตเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว เลยมีปัญหาไม่เข้าใจกันตามมา เพราะตัวเขาเองก็เอาแต่คิดถึงเมียทุกลมหายใจเข้าออก เหมือนทำใจยอมรับไม่ได้เลยว่าเมียได้ตายจากไปแล้ว จนไม่ยอมเปิดใจยอมรับผู้หญิงใหม่ในชีวิต ไม่ว่าเพื่อนๆจะเชียร์อัพเท่าไหร่ก็ตาม
ที่จริง แต่ละเรื่องก็ดูมีประเด็นดราม่าชัดเจนดีฮะ แต่คงเพราะว่าปู่แกรี่ มาร์แชลล์ เลือกที่จะทำออกมาเปนหนังตลก ให้ดูแล้วรู้สึกมุ้งมิ้งฟิลกู๊ดมากไปหน่อย ปัญหาดราม่านานาในหนังก็เลยดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดีได้ง่ายดายเกินไป ทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากเชื่อตามสักเท่าไหร่ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าทำออกมาเปนดราม่ากว่านี้ พูดให้ชัดคือไม่ต้องจงใจโลกสวยให้มากนัก อาจจะทำให้รู้สึกประทับใจกว่านี้ แต่โดยรวมๆถือว่าดูได้เพลินๆแบบไม่ต้องคิดมากฮะ… :’-P

No comments:
Post a Comment