Thursday, August 6, 2015

MISSION IMPOSSIBLE : ROUGE NATION (2015)



MISSION IMPOSSIBLE : ROUGE NATION
(Christopher McQuarrie, 2015)

#‎ก็ไม่รู้สินะ‬... คือรู้สึก 'เฉยๆ' อะ ถามว่าหนังไม่สนุกเหรอ ก็ป่าวนะ!! หนังสนุกจะตายชัก แต่ดูแล้วกลับไม่รู้สึกชอบหรือปลื้มปริ่มริงอะดิงอะไรกับมันเลย ไม่เหมือนตอนดู Fast 7 หรือ Terminator Genisys ที่ยังจะรู้สึกว่า 'มันส์' มากกว่า อาจเปนเพราะเรื่องนี้ต้องใช้ 'สมอง' ในการดู เพื่อคอยติดตามเรื่องราวมากเปนพิเศษละมัง เพราะพล็อตออกจะซับซ้อน-ยอกย้อน-ซ่อนเงื่อน-วกวน-หักเหลี่ยมหักมุมเฉือนคมกันจนฝุ่นตลบอึงอลพอสมควร แบบว่าถ้าเผลอหลับหรืออ่านซับฯ ไม่ทันก็มีสิทธิ์ตามเรื่องไม่ทันเปนแน่ ก็เลยพยายามฝืนไม่ให้ตัวเองหลับ และตั้งใจอ่านซับฯ จนตาแทบหลุด! ซึ่งการใช้สมองดูหนังมากจนเกินไปนี่ละมัง ทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นใดๆ กับฉากแอ็คชั่นของหนังเล้ยยยย ‪#‎ทั้งที่หนังก็ทำออกมาดีออก‬!


ไม่แน่ใจว่าเพราะได้ดูในหนังตัวอย่างหลายครั้งซ้ำซากด้วยรึเปล่า พอได้ดูจริงเลยรู้สึกงั้นๆแหละ อาจเปนเพราะส่วนตัวก็เฉยๆกับหนังแนวสายลับด้วยละมัง ดูมากี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็ไม่เคยชอบสักเรื่อง (หมายถึงหนังสายลับเครียดๆอะนะ) ดูจบแล้วก็ลืมหมด ไม่เคยติดอยู่ในหัวสมองเลย เรื่องนี้ก็ไม่แน่ว่าจะลืมหมดเมื่อไหร่ เพราะถ้าถามถึง 4 ภาคก่อนหน้านี้ว่าเปนไง ก็ตอบได้ทันทีว่าจำไม่ได้ จำได้แต่ฉากที่ ทอม ครูซ วิ่งหนีฉากพายุทะเลทรายเท่านั้นแหละ ‪#‎ภาคไหนหว่าจำบ่ได้‬ ^^

หรือเปนเพราะภาคนี้ไม่มีฉากตึกถล่มให้ดูละมัง เลยไม่รู้สึกถึงความใหญ่โตมโหฬาร วินาศสันตะโรของฉากแอ็คชั่นในหนังอย่างที่ควรจะเปน (อีกเหตุผลคือรำคาญคนนั่งข้างหลัง แม่ง! ตีนยื่นตีนยาวนัก เตะเบาะกูตลอด ห่าลาก!! ไม่มีจิตสำนึกสาธารณะบ้างเลย โรงไอแมกซ์นี่อะไรๆก็ดีนะ แต่เสียตรงที่ช่องว่างระหว่างเบาะมันแคบโคตรๆนี่แหละ ดูทีไรต้องหุบเข่าเข้ามาจนแทบจะเปนหัวเข่าอักเสบอยู่แล้ว แถมหลังๆ แว่นสามมิติก็มีรอยขูดขีดเต็มไปหมด เหมือนไม่ค่อยได้ดูแลรักษา ใส่แล้วรำคาญลูกตามากๆ ‪#‎แต่เรื่องนี้ไม่มีสามมิตินะฮะ‬ ‪#‎ดูฟรีแล้วยังบ่นอีกเนาะ‬ 555+)

กลายเปนว่าที่ 'ชอบที่สุด' ของ M:I ภาคนี้คือนางเอก รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน อะฮะ! แบบว่าออกมาแต่ละฉาก 'ขโมยซีน' ทุกคนที่ร่วมซีนเดียวกันให้ไปสนใจแต่เธอคนเดียวได้อย่างน่าทึ่ง เพราะทั้งสวยทั้งเท่ แลดูมาดเปนนางพญา มีบุคลิกเฉิดฉายเหมือนดาราฮอลลีวู้ดยุคเก่า อย่างฉากในชุดราตรียาวปีนขึ้นไปบนเวทีโรงละคร เห็นเสี้ยวหน้าบางแว่บนี่นึกถึง วิเวียน ลีห์ ทันทีเบยยยย... แต่พอดูอีกหลายฉากเข้า กลับชวนในนึกถึง อิงกริด เบิร์ดแมน นางเอก Casablanca มากๆอะ (ที่นึกได้เพราะหนังมีเอ่ยถึงเมืองคาซาบลังก้าพอดี แต่ไม่แน่ใจว่ามันมีการ refer ถึงหนังเก่าเรื่องนั้นด้วยป่าว เพราะไม่เคยดู แต่เดาว่าน่าจะมี เพราะนางเอกทั้งสองเรื่องดันใช้ชื่อ 'อิลซ่า' เหมือนกัน ‪#‎ซึ่งก็ไม่น่าจะบังเอิญใช่ปะ‬ แถมหนังก็พูดถึงสายลับ การจารกรรม บลาๆ อะไรทำนองเดียวกันเสียอีก แต่ฉากลอบสังหารในโรงโอเปร่านั้น ก็นึกถึงฉากสำคัญใน The Man Who Knew Too Much ของฮิทช์ค็อคทันที ‪#‎เริ่มระลึกชาติได้ละว่าภาคก่อนหน้านี้สักภาคก็referถึงเรื่องNotoriousของฮิทช์ค็อคเหมือนกัน‬)

ก็เลยไปค้นประวัติของรีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน มาดู ว่าเธอเปนใคร เคยเล่นหนังอะไรมา ที่สำคัญคือเธอเปนญาติโกโหติกาข้างไหนของอิงกริด เบิร์กแมนหรือเปล่า พอค้นแล้วก็แปลกใจอยู่นะ เพราะเธอเปนคนสวีเดนเหมือนอิงกริดเลยอะ แต่ไม่แน่ชัดว่ามีเชื้อสายสวีดิชเต็มตัวหรือแค่ไปโตที่นั่น (เธอมีแม่เปนคนอังกฤษ) รีเบ็คก้าทำงานเปนนางแบบ ถ่ายโฆษณามาตั้งแต่อายุ 13 เคยได้เข้าชิงลูกโลกทองคำจากซีรีส์ The White Queen ซึ่งทำให้เธอเปนดาราหญิงชาวสวีเดนคนที่ 5 ที่ได้เข้าชิงรางวัลนี้ ก่อนมาเล่น M:I 5 เธอเคยเล่น Hercules เวอร์ชั่น เดอะ ร็อค แสดง ‪#‎กลายเปนหนังที่อยากดูขึ้นในบัดดล‬

ส่วนการเตรียมตัวเพื่อรับบทสายลับสาวชาวอังกฤษในเรื่องนี้ รีเบ็คก้าต้องเข้าคอร์สฟิตเนสเทรนนิ่งอย่างหนักถึงวันละ 6 ชม. ติดต่อ 6 สัปดาห์ โดยฝึกการใช้อาวุธ ศิลปะการต่อสู้ และพิลาตีส (Pilates) ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากขึ้น ‪#‎งั้นเด๋วต้องเข้าคลาสนี้บ้างซะละ‬ ^,^ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เปนอย่างที่เห็นในหนังนั่นแหละฮะ คือพูดได้เลยว่าไม่มีใครที่ดู M:I 5 แล้วจะไม่พูดถึง-ไม่หลงใหล-ไม่ชื่นชมในความสามารถและความสวยของเธอ เพราะเธอดูเท่ทุกท่วงท่า-ทุกลีลา-ทุกแอ็คชั่นเลยทีเดียว ‪#‎ผมสลวยสวยเก๋อีกต่างหาก‬ ^o^ ฉากเธอใช้มีดสู้กับผู้ร้ายแล้วกระโดดเอามีดกระซวกคอมันได้นั้น ข้าพเจ้าแทบจะกรีดร้องไชโยออกมากลางโรงเลย ‪#‎ลุ้นมากกกก‬ อยากให้เธอได้เล่นบทแบบนี้อีก ชอบดูแอ็คชั่นผู้หญิงมากกว่าแอ็คชั่นผู้ชายมาตั้งแต่เด็กๆอะฮะ แบบว่าดูหนังหม่อมปุ้ม-สุรีวัลย์ สุริยงมาตั้งแต่เด็กๆอะ

เพราะงั้น ถ้าหากจะมีสิ่งใดทำให้น้องมอด 'ไม่มีทางลืม' เกี่ยวกับ M:I ภาคนี้ ก็คงหนีไม่พ้น รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน แหละฮะ... :'-P

No comments: