INDEPENDENCE DAY RESURGENCE
(Roland Emmerich, 2016)
หนังก็พอ(ทน)ดูได้ฮะ! มีฉากถล่มทลายใหญ่โตให้ดูกันตามคาด แต่ออกจะน่าผิดหวัง เพราะมีฉากเหล่านี้ให้เห็นน้อยไปหน่อย คือจริงๆก็มีหลายฉากแหละ อาจเปนเพราะว่าแต่ละฉากมันตัดมาแค่ช่วงสั้นๆ กะพริบตาไม่กี่ทีก็จบฉากแล้ว ยังไม่ทันจะได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจเลย! อีกข้อที่น่าหงุดหงิดใจคือหนังออกจะปูเรื่องยาว เข้าใจว่าเพราะมีตัวละครเยอะ ต้องให้คนดูรู้ว่าใครเปนใคร มีหน้าที่อะไร เลยทำให้อดรู้สึกเบื่อๆ ง่วงๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ (ตอนออกจากโรงมายืนต่อแถวรับโทรศัพท์ ได้ยินคนเมาท์กันว่่า “กูเกือบหลับ หนังตอนต้นแม่งน่าเบื่อสัส!” บลาๆๆ อยากหันไปแจมว่า “เออ! กูเห็นด้วย” แต่กลัวถูกหาว่าชอบกิน #เผือก เลยถอยดีกว่า… ^^)
หนังเดินเรื่องต่อจากภาคแรก หลังจากมนุษย์โลกรวมใจกันต่อสู้และขับไล่กองทัพเอเลี่ยนที่มารุกรานโลก จนม้วนต้วนกลับบ้านมันไปเปนที่เรียบร้อย ยี่สิบปีต่อมา โลกก็ถึงคราต้องเผชิญกับหายนะภัยจากสิ่งมีชีวิตต่างดาวอีกรอบ เมื่อนางพญาเอเลี่ยนยกกองทัพมาบุกยึกโลก พร้อมด้วยแสนยานุภาพทางอาวุธที่เหนือกว่ามนุษย์โลกหลายเท่า ทำให้เทคโนโยลีอันทันสมัยของมนุษย์ซึ่งได้าจากเทคโนโลยีที่พวกต่างดาวทิ้งไว้เมื่อคราวก่อน กลายเปนอะไรที่ดูกิ๊กก๊อกงอกแงก-ง่อยเปลี้ยเพลีียสังขารไปในบัดดล
หนึ่งในหลายข้อที่รู้สึกพิลึกพิกลกับหนังภาคนี้มากๆ คือโลกในหนังแลดูเปนโลกอนาคตไปหน่อย แบบว่าสามารถเอายานอวกาศบินไปบินมาในเมือง หรือบินไปบินกลับระหว่างโลกกับดวงจันทร์ได้ง่ายๆ จนอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันจะแลดูเปนหนังที่สร้างจากนิยาย YA แนวดิสโทเปียซะมิมี! แถมตัวละครเด่นในภาคนี้ พูดอีกแบบคือตัวละครที่อยากให้ตายน้อยที่สุด คือคู่รักหนุ่มสาว เลียม เฮมสเวิร์ธ กับ ไมก้า มอนโร ที่ต้องอยู่ห่างไกลกันเพราะทำงานคนละอย่าง กว่าจะมีโอกาสได้กลับมาเจอกันก็ต้องผ่านอุปสรรค เจอเหตุการณ์เสี่ยงตาย น่าใจหายใจคว่ำตามฟอร์มของหนังแนวนี้ นอกนั้นที่เปนเรื่องราวของตัวละครอื่นๆนั้น บอกตรงๆว่าน่าเบื่ออะ ไม่มีอะไรชวนให้รู้สึกอยากติดตามเล้ยยยย
แต่ที่แย่สุดๆ คือการที่หนังให้ตัวละครแทบทุกตัวออกมาพูดอะไรที่ดูเท่ ดูตลก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลายเปนว่า นอกจากจะไม่รู้สึกเท่แล้ว ยังตลกฝืดอีกต่างหาก ตัวละครบางตัวก็ไม่รู้จะใส่เข้ามาทำไม คือไม่ช่วยเล่าเรื่องก็ถือว่าแย่แล้ว ให้ออกมาทำตลกแล้วไม่ตลก มันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ นั่งดูไปก็นึกอยู่ในใจว่าเมื่อไหร่มันจะตายๆไปเสียที แต่สุดท้ายกลับมีชีวิตอยู่ไปจนถึงตอนจบซะงั้น ถถถถถถ
เอาเปนว่าหนังก็งั้นๆแหละฮะ น้องมอดดูแล้ว...จะบอกว่าผิดหวังก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้ตั้งความหวังอะไรกับมันไว้อยู่แล้ว ถ้าจะมีอยู่บ้างก็คงเพราะคิดว่าหนังน่าจะทำออกมาดู ‘สนุก’ กว่านี้ เสียแรงอุตส่าห์เปนแฟนคลับของผู้กำกับคนนี้มานาน ตามดูมาแทบทุกเรื่องโดยเฉพาะแนวหายนะภัยล้างโลกเนี่ย ชอบที่สุด แต่เรื่องนี้กลับพูดได้แค่ว่า ‘ไม่ปลื้ม’ #แล้วที่พูดมาตั้งแต่ย่อหน้าแรกคืออัลลัย #พล่าม? … :’-P

No comments:
Post a Comment