Monday, June 6, 2016

TEENAGE MUTANT NINJA TURTLES: OUT OF THE SHADOWS (2016)


TEENAGE MUTANT NINJA TURTLES:
OUT OF THE SHADOWS
(Dave Green, 2016)

หนังแบบว่า...เอะอะตึงตังมากๆฮะ คือเสียง(แม่ง)ดังสนั่นตลอดเรื่อง ทั้งจากฉากแอ็คชั่นถล่มทลายที่มีให้ดูต่อเนื่องแทบไม่ให้พักเหนื่อย และน้ำเสียงท่าทีวิธีการพูดการจาของ สี่นินจาเต่า ซึ่งฟังแล้วปวดหูปวดกบาล  เพราะพวกมันคอยแต่จะแย่งกันพูด ไม่มีใครยอมฟังใคร แถมกิริยาก็ออกแนวมึงมาพาโวย ขี้โม้ พูดมากพูดเรื่อยเปื่อยเหมือนเต่าเมายาบ้า ไม่เข้าใจเลยว่ามันจะแย่งกันแหกปากพูดทำไม น่ารำคาญที่สุด นั่งๆดูไปก็นึกอยากแปลงร่างเปน ‘น้องมอดนินจา’ ถอดรองเท้าขว้างเข้าไปในจอ ตบหน้าเรียงตัวให้ได้สติ! เพราะขนาดหนังหน้าอย่าง สตีเฟ่น เอเมลล์ พระเอกภาคนี้ ได้ยินพูดพล่ามทีไรยังแทบทนไม่ได้เลยฮะ #แต่หน้าตาดีกว่าเลยทนได้มากกว่า 5555...


หนังเดินเรื่องต่อจากภาคแรก (ใครจำภาคแรกไม่ได้ก็ไม่ต้องขวนขวายหามาดูหรอกฮะ เพราะมันก็ไม่ได้มีค่าควรแก่การเสียเวลาของเราขนาดนั้น! น้องมอดก็จำไม่ได้เหมือนกัน อิอิ) เมื่อจอมวายร้าย เชร็ดเดอร์ วางแผนแหกคุก และร่วมมือกับตัวประหลาดหน้าตาน่าเกลียดระยำหมา ท่าทางปัญญาอ่อน เตรียมแผนจะยึดครองโลกซึ่งมีแต่สี่นินจาเต่าเท่านั้นที่จะหยุดยั้งแผนชั่วของพวกมัน และคืนความสุขให้เธอว์...ประชาชน!

ก็ไปดูเอาเองละกัน ว่าตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้มันประสาทแดกขนาดไหน เอ๊ย! มันจะทำอะไรเพื่อให้ได้ครองโลก หมายถึงถ้าอยากรู้อะนะ ถ้าไม่อยากดูก็ปล่อยๆผ่านมันไป เพราะหนังมันก้ออออออ... (ลากเสียงยาว)...งั้นๆแหละ! ดูเปนหนังการ์ตูนที่ใช้คนแสดง มากกว่าหนังการ์ตูนที่เอามาทำเปนหนังคนแสดงเสียอีก (อ่านแล้วงงมั้ยฮะ คือหนังการ์ตูนที่เอามาทำเปนหนังคนแสดงก็แบบ Cinderella, Maleficent, The Jungle Book ไรพวกนี้) คือจะบอกว่าหนัง TMNT มันแลดูเปนการ์ตูนมากๆ หาความสมจริง ความน่าเชื่อถือในการมีอยู่จริงของทุกสิ่งอย่างที่ปรากฎในหนังไม่ได้เลย ดูแล้วละเหี่ยเพลียใจมาก แต่น้องมอดก็ดูได้จนจบนะฮะ #หลับไม่ลงเพราะว่าหนังมันหนวกหู #อีคนนั่งแถวหน้าก็ชอบเลื่อนเบาะมากระแทกเข่ากูจัง #เบื่อโรงไอแมกซ์ ^^ คือพอทำใจยอมรับได้ว่า จะต้องดูหนังบ้าบอ-ประสาทแดกทั้งเรื่องแน่ๆ ก็เลยยอมมึง! อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะประสาทแดกได้ถึงขนาดไหน

ผลก็คือ มันประสาทแดกได้ตลอดรอดฝั่งจริงๆแหละ *__*

อย่างหนึ่งที่ชอบ คือการที่หนังทำให้เห็นชัดเจนว่า โดยเนื้อแท้ สี่นินจาเต่าก็คือเด็กวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในช่วงค้นหาตัวตนที่แท้จริงและเป้าหมายในชีวิต ทว่าช่างโรคร้ายที่พวกเขา แม้จะมีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ ช่วยปกป้องโลกให้รอดพ้นจากภัยอันตรายร้ายกาจที่มาคุกคาม และรักษาชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมากให้ปลอดภัยได้ก็จริง ทว่าช่างโชคร้ายที่พวกเขากำเนิดมาภายใต้รูปลักษณ์ที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป พูดง่ายๆก็คืออัปลักษณ์ ดูเปน ‘อสุรกาย’ ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ เร้นกายในเงามืดตลอดเวลา ปล่อยให้คนอื่นที่มิได้กระดิกตัวทำอะไร ได้หน้าได้ตาได้ชื่อเสียงคำเยินยอไปคนเดียว ขณะที่พวกเขา กระทั่งจะออกไปเดินเที่ยวเล่นตามท้องถนนปะปนกับผู้คนก็ไม่ได้

ประเด็นสำคัญที่หนังต้องการทำเสนอ คือการให้สี่นินจาเต่าเรียนรู้ที่จะยอมรับและใช้ชีวิตอยู่บนความแตกต่าง โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานกับมันอีกต่อไป เพราะเอาเข้าจริง การเกิดมาแตกต่างจากใครๆ มิใช่สิ่งเลวร้าย หากว่าเราสามารถนำความแตกต่างนั้นมาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มีคุณค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม และต่อโลกใบนี้ให้งดงาม

สุดท้ายคืออยากบกว่า ‘รัก’ ลอร่า ลินนี่ย์ ที่สุด! เปนนักแสดงอีกคนที่อยากเห็นได้ขึ้นไปรับออสการ์ (เช่นเดียวกับ เอมี่ อดัมส์ และ มาร์ค วอลห์เบิร์ก ^o^) ถึงจะตกตะลึงพรึงเพริด น้ำตาไหลพรากๆที่เห็นมาเล่นเรื่องนี้ ซึ่งไม่คู่ควรที่จะเปนโปรไฟล์ให้นักแสดงชั้นยอดอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย แต่คนเราต้องทำมาหากินอะเนาะ อันนี้ก็เข้าใจ...ว่ากันไม่ได้! หวังเพียงว่าจะไม่ต้องเห็นเธอในหนังบ้าๆบอๆ-ประสาทแดกแบบหนังเรื่องนี้อีก แม้ว่าฝีมือการแสดงจะยังคงเฉียบขาดและเลอค่ากว่าทุกคนในเรื่องนี้ก็จริง แต่การลดตัวลงไปเล่นหนังแบบนี้ มันก็คือการเอาทองไปรู่กระเบื้อง มีแต่จะทำให้ตัวเองเกิดความมัวหมอง ดูไร้ค่า ยิ่งถ้าทำบ่อยๆก็มีแต่จะนำไปสู่ความตกต่ำ อัปยศ และเสื่อมทรามอย่างเลี่ยงไม่ได้… :’-P

No comments: