THE SHALLOWS
(Jaume Collet-Serra, 2016)
อยากดูตั้งแต่ดู ‘รถพ่วง’ (trailer) ละฮะ #ห้าห้าห้า_ตลกแดก เพราะคอนเซ็ปต์หนังแข็งแรงมาก เปนเรื่องของสาวนักเล่นเซิร์ฟที่ถูกฉลามทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ต้องกระเสือกกระสนหนีตายไปหลบภัยบนโขดหินซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ก็ไม่อาจว่ายน้ำข้ามไปได้ เพราะเจ้าฉลามตัวร้ายคอยวนเวียนเฝ้ารอจับเธอเปนอาหารอันโอชะอย่างใจเย็น…
1) หนังสนุกโคตรๆ : ตอนก่อนจะเข้าไปดู ได้ยินคนพูดว่านักวิจารณ์ต่างประเทศเยินยอกันยกใหญ่ ว่าเปน “หนังเกี่ยวกับฉลามกินคนที่ดีที่สุดนับจาก Jaws” ฟังแล้วก็...โหยยยย! เว่อร์ไปป่าว ลืม Deep Blue Sea หรือ Sharknado ไปได้ไง ถถถถถถถถ+ แต่พอได้ดูแล้ว แม้จะยังไม่เห็นด้วยเต็มร้อย แต่ก็ยอมรับเลยว่าหนังสนุกมาก! สนุกสัสๆ! ทั้งตื่นเต้น ระทึกขวัญ สั่นประสาท นั่งตัวเกร็งเพราะลุ้นเอาใจช่วยนางเอกจนลืมกินน้ำ (ปรกติจะซื้อน้ำเข้าโรงไปด้วย เอาไว้กินเผื่อว่าหนังน่าเบื่อ แต่เรื่องนี้พอหนังจบแล้ว หยิบขวดขึ้นมาเห็นน้ำยังเต็มขวด แสดงว่ามัวแต่จ้องจอจนไม่เปนอันทำอะไร!) มีฉากน่าหวาดเสียว ทั้งเสียวสันหลังและเสียวไส้ให้ดูตลอดเรื่อง เล่นกับอารมณ์หวาดหวั่น พรั่นพรึง ตรึงประสาทถึงอันตรายที่มองไม่เห็นได้เริ่ดมาก แต่ตอนดูก็ไม่นึกถึง Jaws เลยนะฮะ นึกถึงอีกเรื่องที่ผัวเมียไปเที่ยวดำน้ำดูปะการัง แล้วขึ้นมาไม่ทัน เรือออกไปแล้ว ทิ้งทั้งคู่ให้ลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเล แล้วมีฉลามมาว่ายเวียนวนให้หวาดเสียวเล่นแทน ดูแล้วระทึกใจมาก เรื่อง The Shallows ก็ให้ความรู้สึกประมาณกัน เพียงแต่มีฉากเอะอะตึงตังมากกว่า
2) เบลค ไลฟ์ลี่ สวยสุดๆ : นอกจากสวยบวกเชฟเช้งกะเด๊ะ (สำนวนโบราณจุง! ^o^) แล้ว เธอยังเล่นหนังได้โอเคอีกด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้แค่ออกมาสวยๆ เดินเฉิดฉายไปมาเหมือนเรื่องที่แล้ว ที่เล่นเปนสาวสองพันปีไม่มีวันแก่ไม่มีวันตายนั่นไง ชื่อเรื่องอะไรก็จำไม่ได้ (สงสัยอัลไซเมอร์เริ่มถามหา ^^) แต่เรื่องนี้มีฉากที่ต้องใช้กำลังความแข็งแรงของร่างกายเยอะมาก ต้องว่ายน้ำทน ดำน้ำอึด ต้องเล่นเซิร์ฟบอร์ดเปน ต้องต่อสู้กับฉลามที่ตัวใหญ่ยักษ์กว่าเธอหลายเท่า แถมยังต้องเล่นฉากเจ็บปวดทรมานเพราะบาดเจ็บโน่นนี่นี่นั่นอีฉากที่เธอเอาต่างหูมาเย็บแผลให้ตัวเองแบบสดๆนั้นแสดงสีหน้าและอาการเจ็บปวดเจียนขาดใจตายออกมาได้สมจริง ดูแล้วเจ็บตามไปด้วย เพิ่งอ่านข้อมูลเจอว่าฉากไคลแม็กซ์ที่เธอว่ายหนีฉลามไปอยู่บนทุ่นลอยน้ำ เกิดอุบัติเหตุผิดคิวจนหน้าไปกระแทกกับทุ่นจนเลือดพุ่งออกจมูก (ช็อตนี้มีให้เห็นในหนังด้วย คอยจับตาดูให้ดี ^_^) เรียกได้ว่าทุ่มเทสุดตัว! นอกจากนี้ฉากที่เรียกร้องการแสดงอารมณ์ดราม่าก็ถ่ายทอดได้ดีไม่แพ้กัน จนอาจพูดได้ว่าที่หนังออกมาดูดี ส่วนหนึ่งก็เพราะแอ็คติ้งของเธอล้วนๆ
3) ฉลาม(แม่ง)โรคจิตสัสๆ! : ไม่รู้เปนฉลามที่หลุดมาจากห้องแล็บในเรื่อง Deep Blue Sea หรือเปล่า เพราะมันดุร้ายผิดปลาเปลอ (จะใช้ว่าผิดมนุษย์มนาก็คงไม่ได้อะ!) เพราะก็เคยได้ยินข่าวอยู่เนืองๆ ว่ามีนักโต้คลื่นโดนฉลามทำร้าย เช่น กัดขาขาด แล้วก็ปล่อยให้เหยื่อไปตายที่โรงพยาบาล ไม่ได้ลากลงไปขม้ำใต้น้ำอย่างที่เห็นในหนังแต่อย่างใด ทว่าฉลามเรื่องนี้ พฤติกรรมมันเข้าข่าย serial killer สุดๆ คือเฝ้าคอยตามติดประชิดตัวเหยื่อ(สาว)อย่างแทบว่าจะไม่ให้คลาดสายตาเลย ไม่ว่าใครก็ตามที่เฉียดมาใกล้ เปนโดนมันสังหารเรียบทุกราย ไม่รู้ว่าตายอดตายอยากหรือว่าโกรธแค้นมนุษย์นะฮะ คือในหนังก็ให้เหตุผลไว้ว่าเพราะมันโดนมนุษย์ทำร้ายก่อน เลยเกิดอาการคลั่ง เห็นผู้หญิงสวยๆแล้วทนไม่ได้ ต้องไล่งับ #ไม่ใช่ละ! #งั้นพูดใหม่นะ ^__^ เห็นมนุษย์แล้วต้องไล่ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า สันดานเปนฆาตกรโรคจิตแท้ๆ น่ากลัว สมควรจับไปทำหูฉลามซะให้หมด! หุหุ
4) สตีเว่น ซีกัล : สงสัยคนทำหนังคงกลัวคนดูจะเบื่อที่ต้องเห็นหน้านางเอกดูเครียดๆ ตลอดเวลา เลยหาทางออกด้วยการให้เธอมีเพื่อนแก้เหงามาติดโขดหินอยู่ด้วยกัน คือนกนางนวลสีขาว ซึ่งมาเดินวนไปวนมาไม่ยอมบินตามฝูงไปเสียที (ต้องขอชมคนทำหนังคือ กำกับนกได้เก่งจุง เพราะแลดูเชื่องมาก จนชักไม่แน่ใจว่าใช้คอมพิวเตอร์วาดขึ้นหรือเปล่า) ซึ่งทำให้เกิดฉากฮาๆ เมื่อนางเอกแอบเรียกชื่อมันว่า ‘สตีเว่น ซีกัล’ ทำเอาคนดูหัวเราะครืนทั้งโรง เพราะมันคือชื่อของนักแสดงแอ็คชั่นชื่อดังแห่งยุค 90 เจ้าของฉายา ‘จอมหักกระดูก’ ซึ่งปัจจุบันไม่รู้หายลับไปไหนแล้ว แต่เข้าไปดูในวิกิฯ เห็นยังมีรายชื่อหนังเล่นอยู่นะ (แสดงว่ายังไม่ล้มหายตายไปจากโลกนี้ กิกิ) เข้าใจว่าหนังได้แรงบันดาลใจมาจาก Cast Away ที่พระเอกติดเกาะอยู่คนเดียว แล้วมีเพื่อนรักเปนลูกวอลเล่ย์บอล วิลสัน ซึ่งกลายเปนเพื่อนแท้เพียงคนเดียวของเขา ไม่ต่างจากนางเอกในเรื่องนี้แหละ ที่มีแค่นกตัวเล็กๆคอยอยู่เปนเพื่อน ไม่ทิ้งห่างหนีหาย (แม้ว่าความจริงคือ มันบินไปไหนไม่ได้ เพราะกระดูกที่ปีกหลุด นางเอกเลยช่วยจัดกระดูกให้เข้าที่เพื่อให้มันมีชีวิตรอดต่อไป… แหม่! เราก็อุตส่าห์มองในแง่ ‘โลกสวย’ ว่ามันเปนห่วงกลัวนางเอกจะเหงา #ประสาทแดกอีกตามเคย! 555+) ถึงมันจะช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียวในโลก
5) ตัวละครมีปมในใจ : อีกอย่างที่ชอบมากคือการที่หนังสร้างบุคลิกนางเอกให้ดูมีความซับซ้อน มีปมในใจที่ยากจะคลี่คลายสะสาง ทำให้เธอต้องออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อแสวงหาสถานที่อันเงียบสงบ หลีกหนีให้ไกลจากความเจ็บปวด เนื่องมาจากการสูญเสียบุคคลอันเปนที่รักไปตลอดกาล จนมาได้พบกับบทเรียนครั้งสำคัญที่สอนให้เธอ (รวมถึงคนดู) รับรู้ว่าไม่มีทางที่คนเราจะหลบหนีจากปัญหาหรือความเจ็บปวดใดๆ ได้ตลอดไป เพราะมันมักจะเปลี่ยนรูปแบบใหม่ถาโถมเข้ามาสู่ชีวิตเราได้เสมอ
สิ่งเดียวที่ควรต้องทำ คือนำสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยลุกขึ้นเผชิญหน้าต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้นด้วยความเข้มแข็งอดทน แม้จะไม่มีสิ่งใดให้นำมาใช้เปนอาวุธต่อกร หรือมองเห็นแล้วว่าสู้ไปก็ไม่มีทางชนะ เพราะอีกฝ่ายมีทุกสิ่งอย่างที่แข็งแกร่งกว่ามาก แต่กระนั้นเราก็ยังต้องลุกขึ้นสู้
เพราะถ้าไม่สู้ เราจะไม่เหลือโอกาสพลิกสถานการณ์กลับขึ้นมาเปนผู้ชนะได้เลย… :’-P

No comments:
Post a Comment